แสงเงา เรื่องเล่า วิถีวัฒนธรรม
แสงเงา เรื่องเล่า วิถีวัฒนธรรม : คอลัมน์ศิลปวัฒนธรรม
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ร่วมสืบสานตำนานหนังใหญ่ให้คงอยู่ จังหวัดราชบุรี วัฒนธรรมจังหวัด ททท.สำนักงานเพชรบุรี อำเภอโพธาราม และวัดขนอน ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่า มหรสพเก่าแก่ของไทย จัดงาน “เทศกาลหนังใหญ่ วัดขนอน ครั้งที่ 8” ภายใต้แนวคิด “แสงเงา เรื่องเล่า วิถีวัฒนธรรม” ภายใต้บรรยากาศย้อนยุค วิถีชีวิตดั้งเดิม การละเล่นและศิลปะแขนงต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เช่น การแสดงหุ่นเงา หุ่นสาย หุ่นคน หุ่นละครเล็ก หนังใหญ่วัดขนอน ฯลฯ
ในฐานะผู้สืบสานหนังใหญ่วัดขนอน พระครูพิทักษ์ศิลปาคม (นุชิต วชิรวุฑฺโฒ) เจ้าอาวาสวัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เล่าว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปถัมภกมรดกไทยทรงเห็นคุณค่าในการแสดง และศิลปะหนังใหญ่ จึงมีพระราชดำริให้ทางวัดช่วยอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้ง 313 ตัว และจัดทำหนังใหญ่ชุดใหม่ขึ้น โดยมี ม.ศิลปากร เป็นผู้สนองพระราชดำริสร้างหนังใหญ่ชุดใหม่แทนและพระราชทานให้วัดขนอนสามารถนำไปใช้ในการแสดงต่อไป ทางวัดได้ร่วมกับประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดราชบุรีช่วยกันฟื้นฟู พร้อมนำ “หนังใหญ่วัดขนอน” ไปแสดงเผยแพร่ยังที่ต่างๆ ทั้งใน และต่างประเทศมาแล้วหลายครั้ง
"ปัจจุบันวัดขนอน ได้จัดทำพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอนขึ้น เพื่อเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ สำหรับกลุ่มผู้ที่สนใจ ที่สำคัญได้มีการฝึกการสอนให้กับเยาวชน และคนในพื้นที่ด้วย จนเป็นส่วนหนึ่งของคณะเชิดหนังใหญ่วัดขนอน ได้รับรางวัลจากองค์กรการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) โดยยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู มรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม และปี 2553 ได้รับรางวัลไทยแลนด์ ทัวริซึ่มส์ อะวอร์ด ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของ ททท. ในเรื่องการท่องเที่ยวภาคกลางก็พยายามผลักดันให้วัดขนอนเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ศิลปะหนังใหญ่อย่างสมบูรณ์ต่อไป" พระครูพิทักษ์ศิลปาคม กล่าว
พร้อมๆ กับการจัดกิจกรรม เจ้าอาวาสวัดขนอน กล่าวว่า ปีนี้ยังได้เปิดเว็บไซต์ www.nangyaiwatkhanon.com เพื่อเผยแพร่ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของหนังใหญ่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อปลุกสำนึกเรื่องอนุรักษ์มรดกไทยด้านการแสดงหนังใหญ่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รวมศิลปะอันทรงคุณค่าไว้ด้วยกันถึง 5 แขนง ได้แก่ หัตถศิลป์ หมายถึงฝีไม้ลายมือในการทำตัวหนังใหญ่ นาฏศิลป์ เป็นการแสดงการเชิดหนังใหญ่ ที่นอกจากจะดูตัวหนังแล้วเสน่ห์ยังอยู่ที่ผู้เชิดอีกด้วย คีตศิลป์ การเล่นดนตรีที่ใช้ในการประกอบการแสดง วาทศิลป์ คือ คำพากย์ คำเจรจา วาทะต่างๆ และ วรรณศิลป์ คือบทประพันธ์เรื่องรามเกียรติ์ ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอให้เห็นถึงความตั้งใจ ความพยายามของผู้ที่ดูแลรักษาหนังใหญ่วัดขนอนมาโดยตลอด และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักหนังใหญ่ ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีมาแต่โบราณ
"สำหรับเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 แล้ว ภายใต้แนวคิด “แสงเงา เรื่องเล่า วิถี วัฒนธรรม” ซึ่งแสงเงาบนจอหนังใหญ่เปรียบเสมือนเรื่องราวที่บอกเล่าวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี ผสมผสานกับบรรยากาศของงานที่อบอวลไปด้วยวิถีวัฒนธรรมดั่งเดิม โดยได้เนรมิตพื้นที่ภายในบริเวณวัดให้เป็นวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวไทยโบราณ การแสดงที่มีมาแต่ยุคโบราณถูกสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ด้วยความคิดและความสามารถของเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยมีการละเล่นและศิลปะแขนงต่างๆ อาทิ การแสดงวัฒนธรรม 4 ภาค อาทิ ละครล้านนา ตอนกำเนิดนางสงกรานต์ จากภาคเหนือ ดิเกร์ฮูลู จากภาคใต้ การแสดงหนังใหญ่วัดบ้านดอน จากภาคตะวันออก การแสดงหุ่นเงา จากคณะพระจันทร์พเนจร ตอนตัวโอสีเหลือง การแสดงหุ่นสาย จากกลุ่มศิลปินแกะดำดำ การแสดงหุ่นคน จากคณะแม่เพทาย การแสดงหุ่นละครเล็ก จากคณะคลองบางหลวง และการเล่นหนังใหญ่แบบโบราณ ด้วยการเผากะลาเล่นไฟ ใช้แสงไฟจากกะลาในการแสดง จากวัดขนอน เป็นต้น" หัวเรือสำคัญในการอนุรักษ์หนังใหญ่ แจกแจง
นอกจากนี้ ภายในงานผู้สนใจยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านไทยมอญ เช่น ข้าวแช่ ขนมถ้วยโบราณ เป็นต้น พร้อมด้วยการแสดงงานฝีมือจากลุ่มคนราชบุรี เช่น ช่างสิบหมู่ การปั้นหัวโขน การปั้นปูน การแกะสลักไม้ และการปั้นโอ่ง รวมถึงการประกวดกลองยาวระดับชุมชน ระหว่างวันที่ 13-14 เมษายนนี้ เวลา 15.00-21.00 น. ลานกลางแจ้งวัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.0-3223-4834 หรือ www.nangyaiwatkhanon.com
...........................................
(แสงเงา เรื่องเล่า วิถีวัฒนธรรม : คอลัมน์ศิลปวัฒนธรรม)



