
วินิจฉัยตัวอ่อนหยุดโรคพันธุกรรม
วินิจฉัยตัวอ่อนหยุดโรคพันธุกรรม ทางเลือกพ่อแม่มีลูกครบ32-ไร้โรค : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงบีบบังคับให้ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เช่นนั้นการเห็นภาพผู้หญิงออกมาใช้แรงงานจึงเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับผู้ชายหรืออาจจะมากกว่า และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามมาคือความคิดเรื่องการแต่งงานและมีบุตรเร็วยืดเวลาออกไป เพราะต้องใช้ช่วงเวลาที่มีร่างกายพร้อมรีบหาทุนชีวิตใช้ในอนาคต เงยหน้าขึ้นอีกทีพบว่าสังขารเริ่มโรยรา การมีลูกจึงเป็นเรื่องยาก มิหนำซ้ำทำอย่างไรให้ลูกมีร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 ประการ
ทำให้ ศรายุธ อัสสมกร ร่วมกับ จีเนีย ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนระดับสากล เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดศูนย์เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และวินิจฉัยพันธุกรรมของตัวอ่อนในประเทศไทย ในชื่อ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ตั้งแต่ปี 2550 ทำหน้าที่ช่วยเหลือพ่อแม่ที่มีปัญหาการมีลูกยากด้วยเทคโนโลยีบริการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการย้อยฝากโดยเทคนิค พีจีดี, พีจีดี-ฟิช, พีจีดี-พีซีอาร์, ซีจีเฮช ที่พร้อมให้บริการครบวงจร โดยมี นพ.สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์การมีบุตรยาก เป็น ผอ.ศูนย์ซูพีเรียฯ
ศรายุธ ในฐานะกรรมการผู้จัดการศูนย์ซูพีเรียฯ บอกว่า "ผมต้องการให้เด็กที่เกิดมามีร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 ไม่มีโรคพันธุกรรม ผมจะหยุดการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูก ทุกขั้นตอนเน้นคุณภาพตั้งแต่การดึงเซลล์จากทั้งตัวอ่อนหรือครรภ์แม่ออกมาวินิจฉัยหาตัวอ่อนที่ปกติ ไม่เป็นโรคแน่นอน จนถึงขั้นตอนสุดท้าย คือมั่นใจว่าเด็กไม่หยุด ไม่แท้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนของอายุครรภ์ หมายความว่าเราสามารถตัดโรคทางพันธุกรรมออกจากลูก พอไปถึงรุ่นหลานก็ไม่มี แสดงว่าโรคพวกนี้จะไม่มีในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำได้แล้ว 100 กว่าโรค เช่น ธาลัสซีเมีย ดาวน์ซินโดรม ตาบอดสี มะเร็งเต้ามน เป็นต้น"
กรรมการผู้จัดการศูนย์ซูพีเรียฯ เล่าว่า พีจีดี มี 3 เทคนิค 1.พีจีดี-ฟิช การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนเฉพาะโครโมโซมคู่ที่ 13, 18, 21, X และY 2.พีจีดี-พีซีอาร์ การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนระดับยีน และ 3.ซีจีเอช เทคนิคล่าสุดในการตรวจวิเคราะห์ของจำนวนโครโมโซมได้ทั้ง 23 คู่ และตรวจสอบความผิดปกติของโครโมโซมได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้อัตราการตั้งภรรค์สูงขึ้น เพราะสาเหตุหลักของความล้มเหลวของการตั้งครรภ์อยู่ที่ความผิดปกติของโครโมโซมตามธรรมชาติมากถึง 40-80% ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เป็นเจ้าของไข่เป็นหลัก หากอายุมากขึ้นความผิดปกติก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เพราะตัวอ่อนที่ผิดปกติส่วนใหญ่จะไม่ฝังตัวหรือถ้าฝังตัวจะก่อให้เกิดการแท้งในช่วง 3 เดือน หากรอดมาได้ทารกก็จะมีความผิดปกติ เช่น ดาวน์ซินโดรม โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป พบว่ามีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดบุตรเป็นดาวน์ซินโดรมประมาณ 0.5% และจะมีความเสี่ยงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติแท้งซ้ำซาก หรือมีประวัติทารกพิการมาก่อน ซึ่งประเทศไทยมีทารกเกิดใหม่ที่เป็นดาวน์ซินโดมประมาณปีละ 1,000 คน ประมาณ 3 คนต่อวัน
ในเอเชียพบมากคือ ธาลัสซีเมีย ในคนไทยทุกๆ 10 คน มีผู้ที่เป็นพาหะถึง 4 คน แต่หากประวัติครอบครัวไม่ได้เป็นธาลัสซีเมียมาก่อน คนไทยแต่ละคนก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นพาหะถึง 1 ใน 3 จึงมีโอกาสที่ผู้มียีนธาลัสซีเมียด้วยกันมาแต่งงานกันหลายคู่ ประมาณการได้ว่า คู่แต่งงาน 1 ในทุกๆ 5-6 คู่ เสี่ยงต่อการมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมีย และอุบัติการณ์ของเด็กแรกเกิดที่เป็นโรคนี้ในประเทศไทยมีประมาณ 12:1,000 หรือราว 1 หมื่นคนต่อปี
2.เทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว การปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกาย 3.อิ๊กซี่ การนำเชื้ออสุจิเพียงตัวเดียวฉีดเข้าไปในไข่เพื่อเกิดการปฏิสนธิ 4.เทเซ่และพีซ่า การช่วยนำอสุจิออกมาจากอัณฑะในรายที่ฝ่ายชายไม่มีเชื้ออสุจิ 5.บริการเก็บไข่ 6.การนำตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก 7.การแช่แข็งไข่ การแช่แข็งตัวอสุจิ 8.บลาสโตซิลต์ นำเซลล์ส่วนที่เจริญต่อไปเป็นรกจำนวน 3-5 เซลล์ไปตรวจพันธุกรรมภายใน 4-8 ชั่วโมง ทำให้สามารถใส่ตัวอ่อนกลับสู่ครรภ์มารดาได้ภายในวันเดียว ด้านค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของโรคพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมียประมาณ 5 แสนบาท โรคพันธุกรรมมีบุตรยากประมาณ 2 แสนบาท เป็นต้น ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3-4 เดือน ผลสำเร็จอัตราการตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 38 ปีร้อยละ 70 อายุ 40 ปีขึ้นไปร้อยละ 42 ทั้งนี้ จำนวนร้อยละจะเพิ่มอีกร้อยละ 25 เมื่อใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนสูตรล่าสุดที่จีเนียวิจัยสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้
ตอกย้ำคุณภาพ ศรายุธ ได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์จีเนีย เซ็นเตอร์ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยมี ดร.โธมัส สโตจานอฟ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ สตีเว่น แม็คอาร์เธอร์ ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ และทีมนักวิทยาศาสตร์ศูนย์จีเนีย ต้อนรับและนำเสนอเทคนิค พีจีดี, พีจีดี-ฟิช, พีจีดี-พีซีอาร์, ซีจีเฮช ในอดีตถึงปัจจุบัน
ดร.โธมัส บอกว่า ศูนย์จีเนียก่อตั้งขึ้นเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสาขาย่อยกว่า 20 แห่งทั่วโลก ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ทำหน้าที่วิจัยคิดค้นน้ำยาเกี่ยวกับเทคนิคการเลี้ยงตัวอ่อน พัฒนาสูตรให้ผลการตั้งครรภ์ได้ดีที่สุด โดยผลสำเร็จอาจวัดได้จากจำนวนตัวเลขเด็กที่เกิดจากจีเนียประมาณ 7-8 หมื่นราย เฉพาะปี 2554 ประมาณ 1.4-1.5 หมื่นราย หากรวมกับศูนย์ช่วยการเจริญพันธุ์กว่าอีก 600 แห่ง ใน 50 ประเทศที่ใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนของจีเนียรวมแล้วประมาณ 2.5 แสนราย
ล่าสุดทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท วิจัยสูตรน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนตัวล่าสุด พบว่า น้ำยาสามารถเพิ่มอัตราการอยู่รอดของตัวอ่อนหลังจากการแช่แข็งถึงร้อยละ 98 ซึ่งในเดือนเมษายน ทางศูนย์ซูพีเรียฯ จะได้ใช้น้ำไปใช้ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีก 5 เดือนข้างหน้า รับรองว่าเทคโนโลยีทุกอย่างที่ใช้ที่จีเนีย ประเทศไทยจะได้ใช้เหมือนกันทั้งหมด เรามีทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่สลับหมุนเวียนกันไปมา รับรองว่าคุณภาพไม่หยุด" ดร.โธมัส กล่าว
ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที.ตั้งอยู่ที่อาคารภักดี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ฝั่งเซ็นทรัลชิดลม อยู่ด้านขวามือของสถานทูตอังกฤษ) สอบถามได้ที่ โทร.0-2255-4848 โทรสาร 0-2255-8455 อีเมล [email protected]
.................................................................
(วินิจฉัยตัวอ่อนหยุดโรคพันธุกรรม ทางเลือกพ่อแม่มีลูกครบ32-ไร้โรค : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



