
'จักสานจากไผ่'ภูมิปัญญาบ้าน'ต้นต้อง'
'จักสานจากไผ่' อานิสงส์ป่าชุมชน ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาบ้าน 'ต้นต้อง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
การร่วมมือร่วมใจในการรักษาป่าชุมชนของชาวบ้านต้นต้อง ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ที่วันนี้ไม่เพียงเป็นชุมชนต้นแบบในการป้องกันไฟป่าและหยุดยั้งการเผาเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันแล้ว ยังได้รับอานิสงส์จากป่าอันนำมาซึ่งอาชีพและรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีทั้งการนำมาเป็นเมนูอาหารหรือแม้กระทั่งเครื่องไม้ใช้สอยต่างๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จักสานจากไผ่ อย่างชะลอมที่ได้รับการถ่ายทอดจากภูมิปัญญา ปัจจุบันกลายเป็นภาชนะสำคัญในการใส่เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อที่สำคัญของจังหวัด
อุไร ปกคำ ชาวบ้านต้นต้อง ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เผยว่า ปกติชาวบ้านมีอาชีพการเกษตรทำไร่ทำสวน และรับจ้าง โดยมีการทำจักสานจาากไผ่เป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทำจากไม้ไผ่จากสวนที่ปลูกกันเองในหมู่บ้าน ลักษณะผลิตภัณฑ์จักสานมีหลายแบบ มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ถ้าเล็กๆ จะใช้เพาะต้นกล้าไม้ ถ้าใหญ่ก็จะนำไปใส่เซรามิก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจ.ลำปาง มีกระติบข้าวเหนียว
ส่วนการสานใช้เวลานานหรือไม่ขึ้นอยู่กับความชำนาญ บางคนสานชะลอมและเข่งลูกเล็กได้วันละ 5-10 ใบ ชะลอมลูกเล็กใบละ 10-15 บาท ถ้าเป็นลูกใหญ่ก็ 30-50 บาท ส่วนกบ เขียด ตัวละ 5-10 บาท ทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 100 กว่าบาท หรือเดือนละประมาณ 2,500-3,000 บาท ซึ่งก็จะเป็นรายได้เสริมให้ชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างดี สำหรับตลาดไม่มีปัญหาจะมีบริษัทผลิตเซรามิกมาสั่งซื้อเกือบทุกวัน
"คนที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นคนเฒ่าคนแก่อยู่กับบ้าน ส่วนคนหนุ่มสาวไม่ค่อยมี จะไปทำงานรับจ้างในเมืองหรือไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะทำแล้วมีรายได้น้อย สู้ไปทำงานรับจ้างของนอกดีกว่าและที่สำคัญงานจักสานเป็นงานที่ละเอียดต้องใช้ฝีมือความชำนาญในการทำ เด็กๆ รุ่นใหม่ไม่ค่อยชอบ ส่วนคนเฒ่าคนแก่ก็มาทำจักสานหารายได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ เพราะคนที่นี่เขามีความรู้ในเรื่องการทำจักสานอยู่แล้ว"
ชาวบ้านคนเดิมเผยอีกว่า สำหรับวัตถุดิบในการผลิตนั้นนอกจากไม้ไผ่ที่ปลูกเองในชุมชนแล้วยังซื้อมาจากชุมชนใกล้เคียง โดยสนนราคาลำละ 20 บาท จะสามารถสานชะลอมหรือเข่งได้ 4-5 ใบ และจำหน่ายใบละ 20-30 บาท ทั้งนี้ราคาจำหน่ายจักสานแต่ละใบขึ้นอยู่กับขนาดและความละเอียดประณีตด้วย
ด้าน ไพเวศ ศรีบุตรตา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง กรมป่าไม้ ซึ่งรับผิดชอบป่าชุมชนในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจ.ลำปางกล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนของชาวบ้านต้นต้อง โดยระบุว่าเมื่อเขาช่วยกันรักษาป่าดั้งเดิมแล้วจะต้องให้เขาได้ใช้ประโยชน์จากป่าดังกล่าวด้วย อย่างพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า หากชุมชนได้ประโยชน์จากป่านั้น เขาจะรักษาป่าของเขาเอง
"จะเห็นว่าการทำจักสานเป็นวิถีดั้งเดิมของชุมชนบ้านต้นต้องที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นผลอานิสงส์จากการรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์อันนำมาซึ่งอาชีพและรายได้มาจุนเจือครอบครัว ให้คนกับป่าสามารถพึ่งพากันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน "
นักวิชาการป่าไม้คนเดิมระบุอีกว่า ในส่วนของกรมป่าไม้เอง เราน่าจะชักชวนชาวบ้านฟื้นฟูป่าให้อุดมสมบูรณ์อย่างเช่นการสร้างฝายชะลอน้ำ การทำแนวกันไฟป่า เมื่อไม่มีไฟแล้ว ทรัพยากรมันจะอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเองจากนั้นนำไปสู่การใช้ประโยชน์ตามหลักวิชาการ นี่จะเป็นทางออกของชุมชนที่จะนำผลประโยชน์จากมาสร้างอาชีพและรายได้อย่างชัดเจนและยั่งยืนตลอดไป
จักสานจากไผ่ นับเป็นผลิตภัณฑ์เด่นได้รับอานิสงส์จากป่าชุมชนที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านต้นต้องและสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
--------------------
('จักสานจากไผ่' อานิสงส์ป่าชุมชน ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาบ้าน 'ต้นต้อง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



