
เกาะเสม็ด บานฉ่ำ
เกาะเสม็ด บานฉ่ำ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์
"เกาะเสม็ด เสร็จหรือยัง ??"
"ต๊ายยยย ... " เสียงแปดหลอดดังขึ้นมาทันที ที่ได้ยินคำพูดประโยค ใกล้เคียงกับที่เคยฮอตฮิต
"โอ๊ะ ใจเย็นๆ หมายถึงเขาจัดการดูแล แก้ปัญหา เจรจาความเกาะเสร็จหรือยัง จะได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ"
เดี๋ยวนี้จะไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็ดูเสียหน่อยว่า สถานที่ที่เราจะไปพัก ไปบุกรุกที่ดินป่า หรือที่สาธารณะหรือเปล่า เพราะนักท่องเที่ยวมีสิทธิที่จะปฏิเสธการทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และถือว่าเป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมอาชีพด้วย เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานที่สุดล้ำ แต่ๆ ได้มาแบบไม่ถูกต้องนะคะ ยิ่งเกาะเสม็ด ยิ่งมีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งรีสอร์ทรุกล้ำรายใหม่ๆ จนต้องรื้อถอนไป บางแห่งยังเป็นคดีความ แต่เอาเป็นว่ารีสอร์ทเก่าแก่ของเกาะส่วนใหญ่ก็รอดพ้นคดี มีการทำเช่าที่จากกรมธนารักษ์
แต่จะว่าไป ประโยคฮอตฮิตที่ว่า "ไปเสม็ด เสร็จทุกราย" คงเพราะสมัยก่อน เกาะเสม็ดถือว่าเป็นเกาะที่มีความบริสุทธิ์มากๆ คนไปก็น้อย รีสอร์ท บังกาโล มีให้เลือกไม่มากนัก ที่เหลือเป็นธรรมชาติล้วนๆ ด้วยหาดทราย สายลม และแสงแดด จนทำให้คนที่ไปหลงใหลบรรยากาศ จนยากจะถอนตัวขึ้น
เกาะเสม็ด บ้านเพ จ.ระยอง ในทุกวันนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุด ด้วยเพราะเดินทางไปไม่ยาก ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ขับรถไปก็มีที่รับจอดรถ ใกล้กับท่าเรือ หรือจะนั่งรถโดยสารปรับอากาศ หรือรถตู้ ก็สะดวกสบาย ส่งแทบจะถึงท่าเรือนวลทิพย์เหมือนกัน
ฉันอาศัยว่าเดินทางไปหลายที่ เลยขอขับรถไปเองกับเพื่อนๆ ดีกว่า ฝากรถจ่ายตังค์ค่าจอด ก็ไปติดต่อซื้อตั๋วเรือ ซึ่งจะขายเป็นแบบราวด์ทริป คือ ไปและกลับ โดยที่ไม่ได้จองที่พักล่วงหน้าไว้ กะว่าไปเดินดู ชอบที่ไหนก็ลงหลักปักฐานกันเลย แต่ด้วยความที่ไปถึงท่าเรือซะเย็น ได้เรือเกือบเที่ยวสุดท้าย เลยตีตั๋วไปลงที่ หาดวงเดือน ตอนกลางของเกาะเสม็ดเลยจะดีที่สุด อย่างน้อยก็มีที่พักเยอะกว่าเพื่อน ต้องมีที่ซุกหัวนอน โดยไม่ต้องเดินไปหาที่อื่นล่ะน้า
แต่ถ้าใครต้องการจะพักต้นๆ เกาะ หรือแถวหาดแรกๆ ของเกาะ ก็ซื้อตั๋วไปลงหน้าหาด แล้วใช้บริการรถสองแถวไปส่งทางลงหาดได้ หรือถ้าเป็นหาดทรายแก้ว โดยข้าวของไม่เยอะก็ยังสามารถเดินไปเลยยังได้ เพราะอยู่ห่างจากท่าเรือไม่ถึง 1 กม. หรือตั้งเป้าจะไปวงเดือน หรืออ่าวหวายเลย ก็มีเรือบริการไปลงที่อ่าวทั้งสองด้วยเช่นกัน ค่าโดยสารก็เพิ่มขึ้นตามระยะทาง ข้อสำคัญ มีเรือของรีสอร์ทที่ขึ้นจากท่าเรือของรีสอร์ทได้โดยตรงอีกด้วย
ฉันเคยไปเกาะเสม็ด ตั้งแต่ยังไม่มีถนนสักเส้น แถมยังต้องเดินตั้งแต่ท่าเรือเลาะตามชายหาด บางช่วงก็ผ่านโขดเขา เพื่อไปโผล่ที่อ่าววงเดือน ซึ่งเมื่อก่อนมีรีสอร์ทให้บริการ 3 รายหลักๆ ที่วันนี้ก็ยังเปิดบริการอยู่ แต่วันนี้บนเกาะมีถนนสายหลักอยู่ 1 เส้น ตามมาด้วยรีสอร์ทที่เปิดบริการนับไม่ถ้วน ทั้งรายใหญ่ รายย่อย ตามมาด้วยร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ เป็นความสะดวกสบายตามมา จากเดิมที่เคยต้องพึ่ง 2 เท้าก้าวเดินจากหัวเกาะไปท้ายเกาะ เล่นเอาหอบแฮก
ด้วยความที่ไปช่วงเทศกาล เลยได้เห็นเต็นท์กางใกล้ร้านค้า สอบถามได้ความว่า ให้เช่านอน แบบนี้ใครหาที่พักไม่ได้ เข้าตาจนจริงๆ ก็นอนเต็นท์กันยังได้
กลางคืนเป็นช่วงเวลาที่อ่าววงเดือนกลับมาคึกคัก รีสอร์ทต่างๆ เปิดไฟมีสีสัน โต๊ะอาหารทยอยออกมาตั้งตามแนวชายหาด ทั้งตั้งโต๊ะ โต๊ะกึ่งนั่งกึ่งนอน ให้โอกาสลูกค้าจิบเครื่องดื่ม และจิบบรรยากาศเคล้าเสียงคลื่นไปด้วยกัน ไม่ดึกนักเสียงเพลงกระหึ่มเร้าใจ แล้วไม่นานก็ได้เห็นเด็กหนุ่มออกมาเล่นไฟโชว์ ทั้งโซ่ไฟ และกระบองไฟ ได้เสียงตบมือและทิปจากลูกค้าร้านอาหาร รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไปยืนดูเป็นรางวัล
รุ่งเช้า ไม่ได้ยินเสียงไก่ขัน หากแต่เป็นเสียงคลื่นที่ซัดเข้าชายหาด ปลุกให้ตื่น ทันเห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นน้ำทะเล วันนี้แหละ เราจะเตร็ดเตร่เดินเล่นไปตามหาดต่างๆ จากวงเดือน เราเดินไปท้ายหาด เจอรีสอร์ทเก่าแก่ที่สุด 1 ใน 3 ของหาดนี้ก็ว่าได้ ยังอยู่ที่เดิม เดินขึ้นเขาข้างๆ รีสอร์ทไป อ่าวแสงเทียน โผล่ไปก็เจอกับร้านเช่า จยย. แต่เกือบจะมองหาหาดแสงเทียนไม่เจอ เจอแต่รีสอร์ทตั้งบังเกะกะ
ถ้าฉันบอกว่า เมื่อเริ่มแรกที่ฉันไป จากอ่าววงเดือน ข้ามมาอ่าวแสงเทียน ระหว่างทางบนเขาจะเต็มไปด้วย "หนอน" ที่ห้อยลงมาจากต้นไม้ และตามทางเดิน แถมโผล่ไปอ่าวแสงเทียนจะเห็นเวิ้งอ่าวเล็ก สีน้ำทะเลเขียวใส มีกระท่อมอยู่ริมเขาไม่กี่หลัง ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ ใครจะเชื่อบ้างเนี่ยะ เพราะถามเจ้าหน้าที่ล่าสุดเขายังไม่รู้เลยว่าเคยมี ...ทุกอย่างเปลี่ยนไป จนฉันไม่รักอ่าวนี้ซะแล้วซิ ข้ามเลยไป คราวนี้เหมือนทางเดินเลาะชายหาดกลายเป็นทางเดินเลาะรีสอร์ทแทน ไปเรื่อยๆ โผล่ไปเจอสะพานท่าเทียนเรือ อ่าวลุงดำ
ที่แปลกตา คือสะพานเทียบเรือ ทำเป็นโต๊ะ-ที่นั่ง ยื่นออกด้านข้างสะพาน เหมือนร้านอาหารที่เป็นสะพานยื่นลงไปในน้ำ แต่ฉันไม่เห็นใครมานั่ง เมื่อก่อนสะพานนี้ดูคลาสสิก ใครไป ใครมาก็ชอบมาถ่ายรูปที่นี่ ถ้าไม่นับที่อ่าวลูกโยนต้นเกาะที่เป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่อุทยานด้วย ฉันก็เลยได้แต่เดินถ่ายรูป แล้วก็ไปต่อ เป้าหมายจะให้ถึงท้ายเกาะให้ได้ เหลืออีกแค่ 3 หาดก็ถึง คือ อ่าวหวาย อ่าวกิ่ว และอ่าวกะรัง
เดินไป เพื่อนก็แซวไป "นี่เรามาเที่ยวทะเลกันใช่มั้ย ไม่ได้มาเดินป่านะ" ก็ด้วยเส้นทางเดินจากอ่าวลุงดำ ท้ายหาดเป็นโขดหิน ทางเดินเลยต้องเลาะขึ้นเขาแทน แต่พอโผล่มาอีกฝั่งได้ ก็ต้องร้อง "หวาย .... สวยอ่ะ" ไปตามๆ กัน ถึง อ่าวหวาย กันซะที จนฉันเม้าท์กับเพื่อนว่า หรือว่าอ่าวนี้ได้ชื่อมาจากเสียงอุทานนี้กันนะ
เราสามคนแทบกระโดดลั้นลาไปตามหาดทรายขาวๆ สวยๆ เนียนๆ แต่เพราะความร้อนของแสงแดดตะหาก เลยต้องอดใจไว้ก่อน มองหาร่มไม้ได้ต้นสมอ 4-5 ต้นริมชายหาด เลยจับจองผูกเปลที่หนีบไปด้วย สั่งเครื่องดื่มของรีสอร์ทที่นั่นมาแก้ร้อน นั่งเล่นจิบบรรยากาศในเปล ดูหนุ่มๆ สาวๆ ต่างชาติเล่นน้ำกัน
ที่นี่ หาดทรายสวย และสงบมากๆ เหมือนคนละบรรยากาศของเกาะจากที่ผ่านๆ มาเลยทีเดียว จนเราหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้ก่อน ทั้งนอนเล่นและพักเที่ยง ไปจนบ่าย ถึงได้เวลาเดินกลับ อีก 2 อ่าวสงสัยต้องเก็บไว้คราวหน้า ที่เราจะไปเริ่มตั้งต้นเดินจากอ่าวหวายดีกว่า หุหุ
ขากลับมาถึงอ่าววงเดือน ยังพอมีเวลาก่อนกลับ เดินขึ้นเขา ข้ามฝั่งไปอีกด้าน เป็นจุดชมวิวอาทิตย์ตกที่สวย เป็นที่จับจองของตากล้องในยามเย็น ฝั่งนี้จะเป็นโขดหินตลอดแนว ด้านที่มองเห็นเขาแหลมหญ้านั่นแหละ ต้นหญ้าริมเขาช่วยให้ทะเลไม่ราบเรียบเกินไป โขดหินรับการกระแทกของคลื่น ที่ซัดเข้ามา เห็นถึงพลังน้ำม้วนตัวออกไป ดูน่ากลัวไม่น้อย
เกาะเสม็ด ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นตำนาน เรื่องเกาะแก้วพิศดารในเรื่องพระอภัยมณี จนต้องวันนี้มีรูปปั้นนางยักษ์ไปยืนเฝ้าท่าเทียบเรือ แต่ฉันว่าความพิสดารของเกาะ คือความสวยงามของธรรมชาติที่เห็นมากกว่า ด้านหนึ่งของความวุ่นวายของนักท่องเที่ยว อีกด้านหนึ่งกลับเป็นความเงียบสงบ ด้านหนึ่งของเกาะเป็นชายหาด อีกด้านกลับเป็นโขดหินผา
เกาะเสม็ดในวันนี้ที่มองว่าแออัด วุ่นวาย ขอแค่เราช่วยกันดูแลให้เธองามแต่พอดี ก็จะเห็นถึงความสงบ มิตรภาพ และความรื่นรมย์ของสายลม แสงแดด และเกลียวคลื่น
................................................
(เกาะเสม็ด บานฉ่ำ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)
(หมายเหตุ : ภาพจาก http://th.wikipedia.org/wiki)



