ไลฟ์สไตล์

ดอยตุงชวนช็อปเพื่อเราเพื่อเขา

ดอยตุงชวนช็อปเพื่อเราเพื่อเขา

05 เม.ย. 2556

ดอยตุงชวนช็อปเพื่อเราเพื่อเขา

 

                    มุ่งหน้าสานต่อพระราชปณิธานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ที่มีพระราชประสงค์จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวบ้านบนดอยตุงให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี การสร้างอาชีพสร้างรายได้ จึงเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานของ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มี คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการบริหารโครงการดอยตุงฯ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม จัดงาน ไลฟ์สไตล์ ฟอร์ ไลฟ์ลิฮูด (Lifestyle for Livelihood) หรือ "เพื่อเรา..และเพื่อเขา" เพื่อแสดงและจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดอยตุง ภายใต้แนวคิด "เดอะ แฮนด์ส ฟอร์ม เดอะ ฮิล" ที่บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1

                    คุณหญิงพวงร้อย เปิดเผยถึงงานที่เน้นแนวคิด "เพื่อเรา..และเพื่อเขา" เพราะต้องการจะบอกกับผู้บริโภคว่า จุดมุ่งหมายของโครงการดอยตุงเน้นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนควบคู่กับการดูแลรักษาธรรมชาติทั้ง ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ผ่านการส่งเสริมอาชีพสุจริตให้เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย  ภายใต้การผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เข้ากับการดีไซน์และการบริหารจัดการทางธุรกิจอย่างมืออาชีพ จนได้กลุ่มสินค้า 4 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม อย่างเสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ พรม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ไม้ดอกไม้ประดับ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป กาแฟดอยตุง แมคคาเดเมีย และการท่องเที่ยวในพื้นที่ดอยตุง

                    "อีกเป้าหมายของการจัดงานนอกเหนือไปกว่าการจำหน่ายสินค้า นั่นคืออยากให้ทุกคนรู้จักแบรนด์ดอยตุง ซึ่งเป็นงานที่ช่วยสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน ช่วยแก้ปัญหายาเสพติด ช่วยปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และยิ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลมีนโยบายให้หันมาใส่ผ้าไทย ประการแรกเพราะผ้าไทยย่อมต้องเหมาะกับสภาพเมืองไทยมากกว่าผ้าชนิดอื่น ประการต่อมาแสดงให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนควรหันมาคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะนับวันทรัพยากรจะหมดลงทุกวัน และยิ่งทุกวันนี้เหมือนเรากำลังขโมยทรัพยากรของรุ่นลูกหลานมาใช้หรือเปล่า อนาคตอีก 50 ปี คนจะเกิดมาอีกกี่เท่าตัว แล้วทุกคนก็ต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ ถามว่าลูกหลานจะเอาอะไรกิน ถ้าเราไม่ตระหนักเรื่องนี้" ผอ.บริหารโครงการดอยตุงฯ แสดงความห่วงใย

                    สำหรับบรรยากาศภายในงานซึ่งจัดไปจนถึงวันที่ 9 เมษายนนี้ มีกิจกรรมแบ่งปันความรู้กูรูด้านต่างๆ เช่น จัดสวนถาด จากนักจัดดอกไม้ชาวญี่ปุ่น นาโอมิ ไดมารุ ที่ชุบชีวิตกิ่งไม้ตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รวมถึงบาริสต้าหนุ่มจากแดนกิมจิ พอล คิม ที่บินตรงจากสหรัฐอเมริกาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มาเปิดบูธกาแฟดอยตุงพร้อมเผยเคล็ดลับการชงแฟให้ได้รสชาติละมุนลิ้นแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง แค่เพียงต้มให้ถึงจุดเดือดถึง 100 องศาเซลเซียส แล้วปล่อยให้ความร้อนคลายลงเหลือเพียง 90 กว่าๆ จึงค่อยนำมาชงกาแฟ ขณะเดียวกันภาชนะที่จะใส่กาแฟก็ต้องผ่านการลวกน้ำร้อนมาก่อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิน้ำให้คงที่นั่นเอง