ไลฟ์สไตล์

มนต์ขลังแห่งฟิล์ม 'ขาว-ดำ'

มนต์ขลังแห่งฟิล์ม 'ขาว-ดำ'

04 เม.ย. 2556

ศิลปวัฒนธรรม : มนต์ขลังแห่งฟิล์ม 'ขาว-ดำ'

 

                       ในยุค "ดิจิตอล" ที่ระบบถ่ายภาพง่ายเพียงนิ้วสัมผัส และมีบริการอัดขยายแสนสะดวกสบาย ผู้ชื่นชอบการกดชัตเตอร์จึงหลงใหลได้ปลื้มกับความฉับไว หากนั่นมิได้สะท้อนเสน่ห์ของเทคนิคการถ่ายภาพที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ภาพถ่ายจากวัสดุดั้งเดิมอย่าง "ฟิล์ม" และยิ่งเป็นภาพขาวดำด้วยแล้วเชื่อเหลือเกินว่ายากที่คนรุ่นหลังจะได้สัมผัส แต่ทั้งหมดทั้งมวลปรากฏอยู่ในนิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำ ด้วยกล้องฟิล์ม ของ ยรรยง โอฬาระชิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) ปี 2550 ซึ่งกำลังฉายมนต์เสน่ห์ยังผู้สนใจใคร่รู้ ที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

                       ภาพแล้วภาพเล่าสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้สุดพรรณนา โดยศิลปินเจ้าของผลงานเล่าความตั้งใจว่า อยากแสดงศิลปะภาพถ่ายขาวดำด้วยกล้องฟิล์ม ซึ่งเป็นผลงานที่ล้าง อัด และขยายด้วยตัวเอง เพื่อเผยแพร่ศิลปะภาพถ่ายขาวดำให้ชนรุ่นหลังที่สนใจรับรู้ถึงมุมมองการถ่ายทำ เทคนิค เป็นผลงานในแนวศิลปะของตัวเอง ซึ่งยินดีถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ แบบไม่หมกเม็ด ใครก็ได้ที่ใคร่รู้ให้สอบถามแบบไม่ต้องเกรงใจ

                       "ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ชื่นชมผลงานเหล่านี้ สำหรับภาพขาวดำที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม สิ่งหนึ่งที่ได้เปรียบกว่าระบบดิจิตอล คืออายุการเก็บรักษายืนยาว สวยงาม และคงทนกว่า ที่สำคัญภาพไม่ผิดเพี้ยน และถ้ายิ่งล้างอัดถูกต้องตามกระบวนการแล้วสามารถเก็บไว้ชั่วชีวิตคนเลยทีเดียว อย่างครั้งนี้มีบางภาพอย่างภาพ "เด็กไถนาที่สงขลา" ขยายไว้ตั้งแต่ปี 2508 ปัจจุบันก็ยังคงสภาพเดิมๆ แล้วฟิล์มต้นฉบับก็ยังใช้ได้อยู่" ศิลปินชั้นครูวัย 74 กะรัต สะท้อนคุณสมบัติเด่นของฟิล์มขาว-ดำ

                       ภาพถ่ายขาว-ดำ ขนาด 16x20 นิ้ว กว่า 120 ภาพ ของ อ.ยรรยง ที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ เป็นผลงานทรงคุณค่าทางศิลปะที่สร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ทศวรรษ และส่วนใหญ่ถ่ายในช่วงหลังจากได้รับการเชิดชูให้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว ทุกภาพมีความเป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา มีมิติความลึก สะท้อนเรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึก และสร้างความภาคภูมิใจจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในวงการภาพถ่าย อย่างภาพหญิงชาวบ้านนั่งอาบน้ำพร้อมเด็กชื่อ "เย็นสะอาด" ภาพชาวเขาที่ช่วยกันตักน้ำโดยใช้ภาชนะทูลไว้บนศีรษะชื่อ "สินในน้ำ" หรือผู้เฒ่าในอากัปกิริยาส่วนตัวชื่อ "เฒ่าอารมณ์" ล้วนถ่ายไว้ในยุคแรกๆ ขณะที่ภาพในยุคหลังอย่าง "หนังใหญ่วัดดอน" ที่จังหวัดระยอง ใช้เทคนิคซิลเวอร์ เจลาติน หรือภาพ "แข่งจักรยาน" เทคนิคกระบวนการโซไลเซชั่นในห้องมืดก็น่าสนใจไม่น้อย ส่วนไฮไลท์เห็นจะอยู่ที่ภาพ "บินเดี่ยว" และภาพ "คนถ่อแพ" รางวัลยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจและปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์อย่างหาที่สุดมิได้

                       แนวทางปฏิบัติอยู่เป็นนิจของ อ.ยรรยง คือหลักในการจัดองค์ประกอบภาพอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ รวมถึงเทคนิคการถ่ายทำที่ไม่ว่าจะเป็นกล้อง วัสดุให้แสง แม้กระทั่งขยายออกมารูปแบบใด นั่นถือเป็นเทคนิคเฉพาะตัว ซึ่งในมุมมองของศิลปินแห่งชาติ ยอมรับว่าคนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ ส่วนการหาอุปกรณ์ถ่ายภาพถือว่าไม่ต้องขวนขวายหรือต้องชำนาญมากเหมือนช่างภาพรุ่นเก่า ด้วยมีกล้องหลากหลายช่วยให้การถ่ายภาพสนุกและมีคุณภาพดี จะเหลืออยู่ข้อเดียวที่อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้ไว้คือ กฎเกณฑ์การจัดองค์ประกอบภาพเพราะเป็นทฤษฎีพื้นฐาน ต้องมองให้ออกว่าจะวางตำแหน่งจุดสนใจของภาพไว้ตรงไหน ซึ่งหากจะว่ากันจริงๆ มีรายละเอียดมาก แต่ค่อยๆ เรียนรู้กันได้ เพียงขยันออกภาคสนามบ่อยๆ ก็จะได้ภาพเป็นศิลปะที่น่าสนใจ

                       "ต้องฝึกล้างอัดขยายเองถึงจะได้ภาพที่ถูกใจ เพราะถ้าเอาแต่สะดวกนำไปให้ร้านทำให้ ภาพที่ออกมาก็อาจไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ มีคนถามว่าทำไมอาจารย์ยังสนใจรูปขาวดำที่ต้องล้างอัดขยายเอง ก็อยากจะเปรียบเทียบให้ฟังว่าเวลาจะกินอาหาร ผมต้องไปตลาดไปซื้อส่วนประกอบ เครื่องปรุง นำมาปรุงเอง ชอบรสชาติไหนก็เติมลงไปตามใจ แต่เดี๋ยวนี้นึกอยากกินอะไรเพียงเข้าร้านเซเว่นฯ หรือฟาสฟู้ด อิ่มเหมือนกัน แต่เสน่ห์ต่างกัน แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับภาพสี ต้องดูนานๆ ภาพขาวดำจะมีความลึกซึ้งกว่า มีมิติน่าค้นหา สร้างความประทับใจได้ดีกว่า" ช่างภาพรุ่นลายคราม แนะ

                       นอกจากนิทรรศการภาพถ่ายสวยๆ แล้ว ภายในงานยังมีการจำหน่ายหนังสือ ประวัติ ผลงานกว่า 50 ปีของศิลปิน รายได้ทั้งหมดมอบให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ และช่วงบ่ายของทุกวันศิลปินเจ้าของผลงานจะอยู่ให้ความรู้ถ่ายทอดเทคนิคการถ่ายภาพแก่ผู้สนใจจนถึง 9 เมษายนนี้ สอบถามรายละเอียดโทร.0-2247-0013 ต่อ 4142