
หนักเอาเบาสู้ : พ่อเฒ่านักแปลป.4
หนักเอาเบาสู้ : 'ใบ ไพจิตร' พ่อเฒ่านักแปลป.4 : โดย...สุชาติ สูงเรือง
"พ่อมหาใบ" หรือ ลุงใบ ไพจิตร ในวัย 75 ปี ชาวอำนาจเจริญ ยังคงดำเนินชีวิตในบั้นปลายด้วยมีรายได้เลี้ยงชีพจากการทำหน้าที่แปลภาษาอังกฤษให้ลูกหลานในพื้นที่ตลอดรวมทั้งผู้ที่สนใจ นักวิชาการ อีกทั้งชาวต่างชาติที่แวะเวียนมาใช้บริการของพ่อเฒ่าอยู่เสมอ จนเป็นที่รักใคร่ของผู้คนย่านนั้น
"ลุงใบ" อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 5 ต.ดอนเมย อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ซึ่งชาวบ้านย่านนั้นต่างรู้จักในฐานะนักแปลภาษา ที่วันนี้สุขภาพร่างกายของลุงใบยังแข็งแรง ไม่มีโรคภัย และยังทำหน้าที่แปลภาษาอังกฤษได้ต่อเนื่อง โดยใช้ชีวิตพอเพียงที่บ้านสวนบนเนื้อที่ 5 ไร่เศษ ขณะที่ในสวนก็ปลูกผักที่กินได้ทุกอย่าง และผลไม้ได้กินตลอดปี
พ่อเฒ่านักแปลย้อนอดีตให้ฟังว่า มีลูกคนเดียว ช่วงที่ผ่านมายึดอาชีพทำนามาตลอด ต่อมาเมื่อวัยและสังขารเริ่มไม่เอื้ออำนวย จึงยกผืนนาให้ลูกต่อยอดอาชีพต่อไป ส่งให้วิถีชีวิตของลุงใบดำเนินไปอย่างไม่ขัดสน เพราะข้าวและพืชผักไม่ต้องหาซื้อมีที่สวน แต่สิ่งใดที่ต้องซื้อด้วยเงินทอง ก็หารายได้จากการรับจ้างแปลภาษา แปลหนังสือ
ลุงใบบอกว่า จบการศึกษาประถม 4 ชีวิตเริ่มต้นต่อสู้ตามประสาลูกคนจนในชนบท ต่อเมื่ออายุ 14 ปี ก็สนใจในวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และภาษาอังกฤษ จึงศึกษาด้วยตัวเอง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่พยายามเรียนรู้ กระทั่งได้สนทนากับฝรั่งหลายๆ คน ซึ่งแต่ละคนถือเป็นครู จึงทำให้ตนเองได้รับความรู้อย่างถูกต้อง ทั้งการอ่านและการเขียน จนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านย่านนั้น และได้รับฉายาเป็น "พ่อมหาใบ" หรือนักแปล ป.4 ปัจจุบัน
ทุกวันนี้ ลุงใบบอกว่า ที่บ้านจะมีชาวต่างชาติทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ มาจ้างให้ช่วยแปลภาษา แปลหนังสือให้ ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่มาก แต่ก็สามารถเลี้ยงชีพได้ตามวิถีพอเพียงชนิดที่ไม่ขัดสน อีกทั้งการได้เข้าร่วมวงสนทนากับนักวิชาการ หรือการร่วมฟังคำปราศรัยของนักการเมืองในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งลุงใบย้ำว่าเหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสังคม ซึ่งตนเองยินดีและเต็มใจช่วยอย่างเต็มที่
สำหรับผลงาน ลุงใบบอกว่า เคยเขียนจดหมายส่งถึงบุคคลสำคัญของโลกให้เน้นสร้างสันติภาพโลก ความมั่นคงด้านอาหาร และการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ทั้ง จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งทั้งสองท่านสนับสนุนให้แปลหนังสือและสื่อสารสร้างสันติภาพโลกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ลุงใบได้ฝากขอบคุณทุกสถาบันที่ให้กำลังใจในการทำหน้าที่ โดยส่วนตัวยังคงยืนหยัดทำงานตรงนี้ต่อไป พร้อมฝากถึงคนไทยทุกคนขอให้รักสมัครสมานสามัคคีกัน อย่าแตกแยกกัน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อสังคมไทยเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุขไปชั่วลูกชั่วหลาน และแม้จะอยู่ต่างภาค ต่างท้องถิ่น แต่ทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน
--------------------
(หนักเอาเบาสู้ : 'ใบ ไพจิตร' พ่อเฒ่านักแปลป.4 : โดย...สุชาติ สูงเรือง)



