ไลฟ์สไตล์

เกษตรกรดัตช์พัฒนาชาวโคนมสู่สากล

เกษตรกรดัตช์พัฒนาชาวโคนมสู่สากล

04 เม.ย. 2556

ปฏิบัติการกลางทุ่งเกษตรกรดัตช์ แนวร่วมพัฒนาชาวโคนมสู่สากล : โดย...ธานี กุลแพทย์

 

                         "สมภพ ชลชาญ" เกษตรกรชาววังตะเคียน ต.เบิกไพร อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เจ้าของ “เจษฎาฟาร์ม” เป็นอีกหนึ่งคนเลี้ยงที่เปิดคอกเข้าร่วมโครงการพัฒนาฟาร์มโคนม โดยกลุ่มเกษตรกรชาวดัตช์ ซึ่งลงพื้นที่ให้ความรู้ วิธีพัฒนาน้ำนมดิบ รวมถึงเทคนิคการเลี้ยง ในโปรแกรม Farmer to Farmer เพื่อร่วมยกระดับเกษตรกรโคนมของไทยสู่มาตรฐานสากล

                         ปฏิบัติการกลางทุ่งของกลุ่มเกษตรกรชาวดัตช์ทั้ง 6 คน โดยบริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมโฟรโมสต์ ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลประเทศเนเธอร์แลนด์ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ส่งตรงความรู้ ประสบการณ์ สู่เกษตรกรฟาร์มโคนมไทยช่วงวันที่ 20 มีนาคม-3 เมษายน 2556 พื้นที่ฟาร์ม จ.ราชบุรี จันทบุรี ลพบุรี และนครราชสีมา

                         การลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ของกลุ่มเกษตรกรดัตช์นั้น ได้ “เจษฎาฟาร์ม” ของ สมภพ ชลชาญ เป็นศูนย์ปฏิบัติการส่งต่อความรู้ เทคนิค วิธีการเลี้ยง ตลอดจนปัญหาต่างๆ แก่เกษตรกรไทยในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ณ จุดนี้กว่า 30 ราย

                         ชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟรีสแลนด์ (ประเทศไทย) บอกว่า ปฏิบัติการกลางทุ่งนี้ เป็นการถ่ายทอดความรู้โดยตรงผ่านการลงมือปฏิบัติจริงของเกษตรกรดัตช์และเกษตรกรไทยร่วมกัน ก่อนประเมินประสิทธิภาพการจัดการฟาร์มโคนมผ่านการตรวจมูลโค วิธีรีดนม การเลี้ยง ให้อาหาร การดูแล รวมถึงอุปกรณ์ที่เกษตรกรไทยใช้

                         ด้านสมภพตัวแทนเกษตรกร บอกว่า เป็นโครงการที่ดี เพราะได้รับความรู้ เทคนิควิธีการเลี้ยงต่างๆ ที่นำมาปรับใช้กับโคที่ฟาร์มและถ่ายทอดองค์ความรู้นี้สู่เพื่อนเกษตรกรที่สนใจ โดยเฉพาะการรีดนมวัว

                         “เมื่อก่อน นวดเต้าเสร็จเราก็จะเอาหัวรีดใส่และรีดนมเลย แต่ของเขาให้พัก 1 นาที เพื่อการทำปฏิกิริยาของน้ำนมในเต้า ซึ่งมีผลต่อปริมาณที่เพิ่มขึ้น ก่อนนั้นการรีดน้ำนมที่ฟาร์มเฉลี่ย 14.7 กก./วัน/ตัว แต่หลังทดสอบตามวิธีของเขาพบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 15 กก."

                         “เจษฎาฟาร์ม” อยู่บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ณ บ้านวังตะเคียน หมู่ 3 โดยสมภพยึดอาชีพเลี้ยงโคนมเมื่อปี 2554 ก่อนนั้นเลี้ยงโคเนื้อ แต่เพราะให้ผลผลิตช้า จึงหันมาเลี้ยงโคนมด้วยเงินลงทุน 3 แสนบาท ซื้อพันธุ์กำแพงแสน บราห์มัน ปัจจุบันมี 16 ตัว รีดนมอยู่ 8 ตัว แต่ละตัวให้ผลผลิตน้ำนมดิบที่ 14.7 กก./วัน เฉลี่ยผลผลิตรวม/วัน 125 กก. ส่งจำหน่ายยังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบดำเนินสะดวก ราคา กก.ละ 18 บาท

                         รายได้แต่ละเดือนไม่หักค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 6 หมื่นบาทเศษ ซึ่งสมภพบอกว่า เมื่อหักค่าใช้จ่ายรวมค่าแรงตนเองและภรรยาแล้ว จะมีรายได้กว่า 3 หมื่นบาท แม้ขั้นตอนการเลี้ยงจะมีรายละเอียดมากกว่าเลี้ยงโคเนื้อก็ตาม

                         “หากปฏิบัติตามคำแนะนำปศุสัตว์พื้นที่ กรณีเมื่อโคป่วยเป็นโรค หรือภาวะเลี้ยงยากช่วงฤดูฝน ทั้งโรงเรือนชื้นแฉะ ตัวโคยากต่อการทำความสะอาด อันส่งผลถึงการรีดนมที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน ทำให้น้ำนมไม่ได้มาตรฐาน เหล่านี้เมื่อทำตามคำแนะนำก็จะช่วยลดปัญหาได้”

                         ส่วนการให้อาหาร เน้นลดปริมาณการให้อาหารข้น เพราะต้นทุนสูง จึงหาซื้อเศษพืช ผัก ผลไม้จากโรงงานมาหมักผสมกับอาหารข้น ซึ่งเศษพืชผักเหล่านี้มีโปรตีน มีพลังงานครบถ้วน ที่สำคัญราคาถูก โดยใช้สูตร 7 กก./ตัว/วัน แบ่งเป็น 2 มื้อเช้าเย็น มื้อละ 3.5 กก.

                         ขณะที่การจัดการในฟาร์มก็แบ่งเป็นโซน คือ โซนวัวพักท้อง โซนวัวเลี้ยง โซนวัวสาว และโซนลูกวัว โดยทุกโซนอยู่บนพื้นฐานของความสะอาด มีการตรวจเทสต์น้ำยา ทำความสะอาดหัวรีดเป็นประจำ

                         ดังบทสรุปของเกษตรกรชาวดัชต์ หลังลงปฏิบัติการ ณ ฟาร์มแห่งนี้ ต่างยืนยันว่า มีการจัดการที่ดีตามบริบทภูมิอากาศร้อนชื้น ทั้งการรีดนม ความสะอาด ผลิตผลน้ำนมดิบ ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานฟาร์มสากลในอนาคตได้แน่นอน

 

 

--------------------

(ปฏิบัติการกลางทุ่งเกษตรกรดัตช์ แนวร่วมพัฒนาชาวโคนมสู่สากล : โดย...ธานี กุลแพทย์)