
เปิดเวทีรวมพลังเปลี่ยนการเรียนรู้ใหม่
เปิดเวทีรวมพลัง-ระดมความคิด 'เด็กเยาวชนพลังเปลี่ยนการเรียนรู้ใหม่ในสังคมไทย'
สำนักงานปฏิรูป ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย อาทิ สถาบันอาศรมศิลป์ สถาบันรามจิตติ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย ฯลฯ ดำเนินการขับเคลื่อนพลังเยาวชน ภายใต้หัวข้อ “พลังเด็กเยาวชน พลังเปลี่ยนการเรียนรู้ใหม่ในสังคมไทย โดยมีกลุ่มเยาวชนทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 150 คน
การแสดงพลังเด็กและเยาวชน เป็นการระดมความคิด สะท้อนทัศนะ จากตัวแทนเด็กทั่วประเทศ เพื่อการจัดทำข้อเสนอ 2 ประเด็น ได้แก่ การออกแบบการศึกษาไทยตามใจเด็ก เพื่อรับประกันอนาคตของตนเอง และการเสนอข้อปัญหาและทางออกด้านการศึกษา เพื่อนำไปแก้ไขได้ในทันที ซึ่งมาจากกระบวนการมีส่วนร่วมจากตัวแทนกลุ่มเครือข่ายเยาวชน 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักเรียนมัธยมตามระบบ , กลุ่มนิสิตนักศึกษา , กลุ่มนักเรียนอาชีวะ , กลุ่มการศึกษาทางเลือก , กลุ่มเด็กห่างไกลโอกาส , กลุ่มเด็กนอกระบบ พร้อมทั้งนี้ ยังมีกลุ่มเยาวชนผู้มีความบกพร่องทางรางกาย เดินทางเข้าร่วม...
นายวรวัส สบายใจ ตัวแทนเยาวชนและผู้ประสานงาน เปิดเผยว่า ที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ เกิดจากคณะกรรมการจัดสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็นการศึกษา โดยมี ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร เป็นประธาน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการมีส่วนร่วมของเด็กเยาวชนในการปฏิรูปการศึกษา จึงเป็นที่มาของภารกิจ การปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่ โดยเริ่มต้นการปฏิรูปด้วยการฟังเสียงเด็กเยาวชน เพราะเด็กคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นเจ้าของการศึกษาตัวจริง
“ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานเครือข่ายร่วมกันระหว่างสถาบันรามจิตติ , สถาบันอาศรมศิลป์ และเครือข่ายกลุ่มการศึกษาทางเลือก และเครือข่ายเด็กเยาวชนจากทั่วประเทศ แบ่งเป็นการศึกษา 3 รูปแบบ ได้แก่ ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยมีเครือข่ายหลัก อาทิ เครือข่าย Child Watch ,เครือข่ายยุววิจัย , เครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา 4 ภาค , เครือข่ายละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง , กลุ่มพิราบขาวชายแดนใต้ , กลุ่มมังกรดำ , กลุ่มชนเผ่า และกลุ่มเด็กไร้สัญชาติ ฯลฯ พร้อมกันนี้ยังเปิดให้เยาวชนที่สนใจเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้ในรูปแบบเวทีสาธารณะ” นายวรวัส กล่าวย้ำ
ด้านนายศิรธันย์ กิตติ์ธนานิธิกุล ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้ก่อตั้งเพจ “ผมว่านะ” กล่าวว่า ได้มีการเริ่มจัดตั้งเพจ ภายใต้ชื่อ “ผมว่านะ” http://www.facebook.com/page/ผมว่านะ/267996513323762 ในพื้นที่สังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Facebook เพื่อใช้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นช่องทางระดมความเห็นคู่ขนานไปกับการจัดเวทีพลังเด็กเยาวชนฯ โดยมีการเชิญชวนสมาชิกในโลกออนไลน์เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ภายใต้กรอบแนวคิด ดังนี้ ผมว่านะ . . การศึกษาไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่จะมาคิดให้เด็กอยู่ฝ่ายเดียว ผมว่านะ . . . การศึกษานี่คงเป็นเรื่องสำคัญเชียว ผู้ใหญ่เขาถึงเถียงกันใหญ่เลย บางคนก็ว่าต้องแก้อย่างนี้ บางคนก็ว่าต้องเป็นอย่างนั้น ส่วนเด็กอย่างเราก็ก้มหน้าก้มตาเรียนกันต่อไป ตามที่เขาจัดมาให้ . . . แค่นั้นหรอ แล้วเด็กซึ่งเป็นผู้เรียนอย่างเราหละ ว่ายังไงบ้าง ? เพจนี้ จึงเปิดขึ้นเพื่อรวบรวมมุมมอง ประเด็น และความคิดเห็น ที่เด็กและเยาวชนมีต่อการศึกษาเพื่อข้อมูลที่ได้ไปจัดเป็นเวทีสาธารณะ ให้ผู้ใหญ่มาฟังเสียงของเรา
“ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ เพจดังกล่าว จึงดำเนินการสำรวจความคิดเห็นใน 4 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้าง-นโยบายการศึกษา , ความสำคัญของครู , การเรียนรู้ของนักเรียน และการสอบประเมินผล จึงได้มีการสรุป ความคิดเห็น ผ่านเพจ “ผมว่านะ” ดังกล่าว ที่ถือได้ว่า มาจาก ความคิดที่หลากหลาย ประเด็นที่มีแนวโน้มว่าเป็นความเห็นชอบร่วมกัน อยู่ที่หัวข้อ เด็กไทยไม่ต้องการเรียนเพื่อไปสอบเท่านั้น ควรมีการพิจารณาแฟ้มสะสมผลงาน ความถนัด ความสนใจ และคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย แต่ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจผ่านพื้นที่ออนไลน์ เห็นว่ายังน่าจะมีประเด็นที่หลากหลายจากประสบการณ์ตรงของเยาวชน จึงได้มีการจัดเวที พลังเด็กเยาวชนนี้ขึ้น” นายศิรธันย์ กล่าว
ทั้งนี้ข้อเสนอที่ได้จากเวทีพลังเด็กเยาวชน จะดำเนินการประมวล จัดทำเป็นข้อเสนอจากมุมมองเยาวชน เพื่อนำเสนอสู่เวทีสมัชชาปฏิรูปครั้งที่ 3 ที่จะมีขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม2556 ที่จะถึงนี้ โดยสมัชชาปฏิรูปจะรับช่วงต่อเพื่อผลักดันข้อเสนอดังกล่าวสู่การเป็นนโยบายสาธารณะในลำดับต่อไป



