
ซับน้ำตาเกษตรกรเลี้ยงหอยชายฝั่ง
ซับน้ำตาเกษตรกรเลี้ยงหอยชายฝั่ง วอนรัฐช่วยหลังรอ 4 เดือนยังไร้วี่แวว : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน
ปัญหาหนักอกของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งในอ่าว ก.ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.สมุทรสงคราม ในขณะนี้คือความเดือดร้อนจากเหตุการณ์แพลงตอนบูม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้เวลาล่วงเลยกว่า 4 เดือนแล้ว แต่เกษตรกรผู้ประสบภัยยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ มีการโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ทั้งในส่วนของจังหวัด กรมประมง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ขณะที่เกษตรกรทวงถามไปทางจังหวัดหลายครั้ง ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม กว่า 500 คน หมดความอดทน ได้ยกขบวนไปประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงมาเจรจากับตัวแทนเกษตรกร แต่คำตอบของทางราชการไม่ถูกใจ เกษตรกรทั้ง 500 คน ได้แห่ไปปิดถนนพระราม 2 ตรงทางเข้าเมืองแม่กลอง นานกว่า 2 ชั่วโมง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และวันที่ 21 มีนาคม ได้ไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล และท้ายที่สุด กลุ่มแกนนำที่ปิดถนนพระราม 2 ถูกตำรวจเรียกไปแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของ จ.เพชรบุรี ซึ่งมองดูสงบเงียบ แต่ที่จริงแล้วเกษตรกรมีการเคลื่อนไหวประชุมปรึกษาหารือ ติดตามข้อมูลข่าวสารมาตลอด และคนเมืองเพชรทำท่าจะทนไม่ไหว เตรียมการจะไปประท้วงหน้าศาลากลาง และอาจเลยไปถึงทำเนียบรัฐบาล
สมศักดิ์ ชูวงศ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในฐานะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลในอ่าวบางตะบูนเสียเพราะแพลงตอนบูม เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา กล่าวถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐว่า ตอนนี้ ผ่านมา 4 เดือนแล้ว ชาวบ้านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผู้ที่ประสบความเดือดร้อนกำลังจะหมดความอดทน เพราะได้ติดต่อสอบถามไปยังอำเภอและจังหวัดแล้ว ได้รับคำตอบว่า ตอนแรกส่งเรื่องไปที่กรมประมง แต่ทางกรมประมงให้ใช้งบกรมบัญชีกลาง และทางกรมบัญชีกลางไม่ได้ส่งเรื่องมาที่จังหวัดเพชรบุรี ให้ใช้เงินของจังหวัดเพชรบุรี แต่ทางกรมบัญชีกลางไม่ทำเรื่องมาว่าให้ผู้ว่าฯ เป็นคนจ่าย ถ้ากรมบัญชีกลางบอกว่าให้ผู้ว่าฯ จ่าย ผู้ว่าฯ ก็สามารถจ่ายได้ โยนกันไปโยนกันมา เกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อนได้ปรึกษาหารือและตกลงกันแล้วว่าจะให้เวลาทางจังหวัดอีก 10 วัน หลังวันที่ 10 เมษายน 2556 ถ้าไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากทางจังหวัดก็จะรวมตัวกันไปประท้วงที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี หากไม่ได้ผลจะรวมตัวกันไปที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตอนนั้นอาจมีเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยชาวจังหวัดสมุทรสงครามที่ได้รับความเดือดร้อนออกมาสมทบ
“ในส่วนของ จ.เพชรบุรี เราทำถูกต้องตามระเบียบ แต่ทางราชการเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา โยนกันไปมาว่าใครจะเป็นคนจ่าย ตอนแรกที่เราไม่กระตือรือร้น เพราะทางผู้ใหญ่บอกว่าให้รอก่อน ผมก็เลยบอกให้ชาวบ้านรอก่อน ที่ผ่านมายังไม่ได้ค่าชดเชยสักบาทสักสลึงเดียว และเกษตรกรยังไม่ได้เลี้ยงหอยรอบใหม่เลย เพราะไม่มีเงิน อย่าเลี้ยงใหม่เลย แค่เอาเปลือกหอยที่ตายขึ้นยังไม่มีเงินเลย เพราะค่าเอาหอยขึ้นคอกหนึ่งต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท บางคนไม่มีเงิน หอยคอกหนึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ แต่รัฐจะจ่ายคนละไม่เกิน 50,000 บาท ของผมนี่มี 3 แปลง มีทั้งหอยแมลงภู่ หอยกระปุก หอยแครง มี 3 แปลง ชื่อผมชื่อเดียว แต่เขาก็จ่ายผมแปลงเดียวแค่ 5 ไร่ ไม่ได้จ่ายทุกแปลง ได้เงินแค่ 40,000 กว่าบาท ทำให้ไม่มีเงินทุนพอมาซื้อพันธุ์หอยลงใหม่ ต้องไปหาเงินทุนจากที่อื่น อย่างไรก็ตามถึงได้น้อยก็ขอให้ได้เอามาเยียวยาก็ยังดี” สมศักดิ์กล่าว
ประทีป เข็มกำเนิด ผู้ทรงคุณวุฒิสภาเกษตรกรด้านการประมง จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวติดตามเกษตรกรชาวจังหวัดสมุทรสงครามจะต่างจากเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากบางส่วนไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ คนกลุ่มนี้น่าสงสาร หลายคนไปกู้เงินมาเลี้ยงหอยในที่สาธารณะ เมื่อหอยตายก็ไม่มีเงินคืนเจ้าหนี้ แต่กลุ่มเกษตรกรของสมุทรสงครามทั้งที่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่ได้ขึ้นทะเบียนคุยกันแล้วจะไม่ทิ้งกัน เพราะลงทะเบียนมีอยู่ 800 ไม่มีทะเบียนมีอยู่ 1,600 ราย เกษตรกรที่มาเรียกร้องไม่ได้ไปขอความเป็นธรรม แต่ไปขอความช่วยเหลือ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ช่วยเราคงไม่ยุติการเรียกร้อง
“หากเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบุรีไปเรียกร้องที่หน้าทำเนียบ พวกเราเอาด้วย เพราะเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าไม่ช่วยกันอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าต่างคนต่างทำ เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกัน สมุทรสงครามเต็มใจ 100 เปอร์เซ็นต์” ประทีปกล่าว
ด้าน มณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าในเรื่องการช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงหอย ได้ประสานกับอธิบดีกรมประมง และอธิบดีรับปากว่าจะช่วย ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีโชคดีที่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเกษตรกรมีการลงทะเบียนไว้ชัดเจน สามารถใช้เงินงบกลางฉุกเฉินได้ ซึ่งต่างจากจังหวัดอื่น ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงหอยไว้ การไปขอใช้เงินงบกลางคงขอได้ไม่มาก แค่รายละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งชาวบ้านคงไม่ยอม และขอเลียนแบบจังหวัดเพชรบุรี ทำให้การจ่ายเงินของรัฐบาลล่าช้า
“ของเราทำถูก ต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงหอยไว้ชัดเจน มีการสำรวจความเสียหาย และมีการทำประชาคม ซึ่งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แต่จังหวัดใกล้เคียงอย่างสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ได้ทำไว้ แต่มาขอเลียนแบบเรา ทางกรมประมงจึงต้องลงมาสำรวจความเสียหายที่แท้จริง ส่งผลให้ของเราช้าไปด้วย แต่ผมยืนยันว่าของเราได้แน่นอน แต่อาจช้าหน่อย” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งในจังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรี ผ่านมากว่า 4 เดือนแล้ว แต่ยังไร้วี่แววที่จะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ และถ้าหากอีก 10 วันข้างหน้ายังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งคงไปประท้วงหน้าศาลากลางจังหวัด และหากไม่ได้รับการชี้แจงที่ดีก็จะยกขบวนไปเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน
---------------------
(ซับน้ำตาเกษตรกรเลี้ยงหอยชายฝั่ง วอนรัฐช่วยหลังรอ 4 เดือนยังไร้วี่แวว : กัมปนาท ขันตระกูล ... รายงาน)



