ไลฟ์สไตล์

เปิดตัว'นารีนครา'พระเทพฯนิพนธ์แปล

เปิดตัว'นารีนครา'พระเทพฯนิพนธ์แปล

30 มี.ค. 2556

เปิดตัว'นารีนครา'พระเทพฯนิพนธ์แปล ในงานหนังสือครั้งที่ 41 ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก




             30มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่สองแล้วสำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปรากฏว่า หนังสือพระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง "นารีนครา" ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

 
สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯเปิดพระราชนิพนธ์ทรงแปล"นารีนครา"

             อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 มีนาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เพื่อทรงเป็นประธานในงานแนะนำหนังสือ "นารีนครา" พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น เพื่อแสดงถึงพระปรีชาญาณด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในภาษาจีน และจีนวิทยาเป็นอย่างมาก โดยบทพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนี้ทรงเริ่มแปลระหว่าง พ.ศ.2555 และได้พิมพ์เผยแพร่ในปลายเดือนมีนาคม 2556
    
             ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสแนะนำหนังสือด้วยพระอารมณ์ขันความตอนหนึ่งว่า เคยแปลวรรณกรรมจีนมาหลายเรื่องแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อธิบายหนังสือที่แปลด้วยตัวเอง สาเหตุที่เลือกแปลเรื่องนี้คือ วันหนึ่งเดินทางไปจีน อ่านหนังสือที่เขาวางไว้บนเครื่องบิน ซึ่งมีหน้าศิลปวัฒนธรรมพูดถึงเรื่องประวัติและผลงานของฉื่อลี่ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มเก่าๆ ของเขา นักเขียนท่านนี้มักเขียนเกี่ยวกับบทบาทสตรีจีน การที่แปลมีประโยชน์อย่างหนึ่ง ทำให้ได้รู้จัก ศึกษา และเข้าใจบทบาทของสตรีจีนอีกด้านหนึ่งของวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจ และทำให้เข้าใจประเทศได้ดีขึ้นมาก เมื่อแปลแล้วแทนที่จะทิ้งไปเฉยๆ เลยนำมาตีพิมพ์ เรื่องชาติจีนไม่ได้มีแต่เรื่องบุคคลสำคัญที่ประวัติศาสตร์จดไว้ การจะเข้าใจคนชาตินั้นให้ดีเราต้องเข้าใจความเป็นอยู่ ความนึกคิด ชีวิตคนในประเทศนั้น และแง่มุมต่างๆ ของคนในสังคม
    
             "เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของผู้เขียน ซึ่งยังไม่มีแปลเป็นภาษาอื่นให้เปรียบเทียบได้ ถือเป็นเรื่องที่แปลเองจริงๆ เนื้อหาเกี่ยวกับสตรี 3 วัยที่คิดกันคนละแบบ แต่ต้องผูกพันเกี่ยวข้องกัน สะท้อนถึงความผูกพันของผู้เขียนที่เป็นคนอู่ฮั่น เขาบรรยายเมืองอู่ฮั่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายที่น่าสนใจมากคือ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงอาหารต่างๆ ของอู่ฮั่น เลยเป็นการแนะนำให้คนไทยได้ทดลอง เรื่องนี้ทำให้ได้ข้อคิดอีกอย่างคือ ถ้าไม่นับหนังสือแปลเรื่องแรก ถือว่าแปลจากนักเขียนสตรีทั้งนั้น เลยคิดว่าต่อไปจะแปลจากนักเขียนสตรีอีก 1-2 เรื่อง แล้วจะรวมเล่มแล้วนำมาวิจารณ์กัน เพื่อแสดงถึงข้อเปรียบเทียบการเขียนของสตรีจีนในยุคต่างๆ" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงอธิบายเกี่ยวกับหนังสือ


เนชั่นถวาย"ในหลวงในดวงใจ"สมเด็จพระเทพฯ
       

             ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 มีนาคมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 41 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-8 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า  
    
             ปัจจุบันปรากฏการณ์ความก้าวหน้าของวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาดังที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ อีกทั้งมีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ระหว่างชุมชนและภาคส่วนของสังคมได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากขึ้น หนังสือและสื่อการศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่าน การใช้ภาษา การคิด เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผู้ที่รักการอ่านนับว่า เป็นบุคคลผู้ใฝ่เรียนรู้อย่างแท้จริง การส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และคนทั่วไปรักการอ่านจึงเป็นเรื่องที่สมควรสนับสนุนให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือแนวทางพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง
    
             การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมการอ่านยั่งยืน ควรคำนึงถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสม มีความสร้างสรรค์ เนื้อหาทันสมัย น่าสนใจ มีความสอดคล้องกับโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา เพื่อให้เยาวชนและประชาชน ผู้เป็นนักอ่านทั้งหลายได้คิดวิเคราะห์จากการอ่าน สามารถบูรณาการหรือประยุกต์ใช้ในการพึ่งพาตนเอง เพื่อปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
    
             ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการ ร้านจำหน่ายหนังสือด้วย โดย น.ส.ดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ได้ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือสมุดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ “ในหลวงในดวงใจ" เป็นสมุดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่บันทึกโดยช่างภาพในเครือเนชั่น
    
             น.ส.ดวงกมล กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา เครือเนชั่นจึงได้จัดทำหนังสือสมุดภาพ "ในหลวงในดวงใจ" ขึ้นมาเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลดังกล่าว โดยมีเจตนาที่จะถ่ายทอดให้เห็นถึงความรักความผูกพันที่ในหลวงทรงมีต่อพสกนิกรและความรักความผูกพันที่พสกนิกรมีต่อในหลวงตลอดการครองราชย์ที่ยาวนานกว่า 60 ปี จึงได้รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่บันทึกโดยช่างภาพเครือเนชั่นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา มาถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้
    
             “พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงกว่า 200 ภาพในหนังสือเล่มนี้ จะเล่าถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ในหลวงทรงทำตั้งแต่ครองราชย์เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกร รวมถึงภาพของเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น พระราชพิธีเฉลิมฉลองในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นอกจากนั้น ยังมีภาพน่าประทับใจต่างๆ ในพระราชอิริยาบถที่ไม่ค่อยได้เห็น อาทิ ภาพที่นำมาขึ้นเป็นปกนั้น เป็นภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงฉายรูป ซึ่งเป็นภาพที่อยู่ในความประทับใจของประชาชน ทั้งหมดนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างในหลวงและประชาชน แสดงให้เห็นว่า ประชาชนรักในหลวงอย่างไร" น.ส.ดวงกมล กล่าว
    
             ด้านนายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 41 จัดภายใต้แนวคิด  การอ่านคือการพัฒนาชีวิต (Read for Life) เช่นเดิม เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของการอ่านว่า มีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    
             ในส่วนของการจัดงานนั้น ปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิมบนพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร มีสำนักพิมพ์ไทยร่วมออกบูธ 420 สำนักพิมพ์ และมีสำนักพิมพ์ต่างประเทศร่วมออกบูธอีก 24 บูธ อาทิ ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี นอกจากนั้น ยังเปิดห้องบอลรูมพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร เป็น “ถนนสายการ์ตูน" โซนหนังสือการ์ตูน คอมมิคและวัยรุ่นโดยเฉพาะด้วย
    
             ภายในงานยังมีกิจกรรมและนิทรรศการที่น่าสนใจตลอด 11 วัน เช่น นิทรรศการภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อเผยแพร่ภาพประทับใจในมุมของช่างภาพสมัครเล่น ประชาชนทั่วไป, นิทรรศการหนังสือพระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, นิทรรศการกรุงเทพเมืองหนังสือโลก และไฮไลท์สำคัญ คือ นิทรรศการหนังสืออัญมณีแห่งอาเซียน เพื่อต้อนรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน จึงนำหนังสือที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของเพื่อนบ้านอาเซียนมาจัดแสดงเพื่อสร้างความเข้าใจในประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
 

........................

(หมายเหตุ : ของคุณภาพจาก ทวิตเตอร์@yoware)