ไลฟ์สไตล์

ศิลปวัฒนธรรม : เล่าศิลป์ผ่าน'แสตมป์'

ศิลปวัฒนธรรม : เล่าศิลป์ผ่าน'แสตมป์'

28 มี.ค. 2556

ศิลปวัฒนธรรม : เล่าศิลป์ผ่าน 'แสตมป์'

 

                         "ศิลปวัฒนธรรม" เรียนรู้กันไม่จบสิ้น...แล้วก็มีช่องทางให้ศึกษามากมาย ในโอกาสที่ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแสตมป์ชุดที่ 1,000 ในประวัติศาสตร์ 130 ปีวงการแสตมป์ไทย ชื่อชุด "งานศิลป์ช่างหลวง" ในจำนวนทั้งหมด 3 ชุด อันได้แก่ "งานศิลป์พื้นบ้าน, งานศิลป์ช่างหลวง และงานศิลป์ร่วมสมัย" เพื่อเตรียมรับการจัดงานแสตมป์โลกที่จะมาถึง ถือเป็นมุมมองด้านศิลปะไทยที่หลายคนอาจมองข้าม ด้วยแท้จริงแล้วบนพื้นที่กระดาษไม่กี่ตารางเซ็นติเมตรนี้มีเรื่องเล่าน่าสนใจมากโข...  

                         วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดตราไปรษณียากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ต้องการผลิตแสตมป์ที่ระลึกในการจัด "งานสแตมป์โลก 2556" ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนสิงหาคมนี้ เมื่อตั้งคอนเซ็ปต์ว่า "อาร์ต (ART)" จึงกระตุกต่อมคิดขึ้นมาทันทีว่า จะถ่ายทอดความงดงามของมรดกไทยออกไปสู่สายตาชาวโลกอย่างไร และเมื่อพูดถึงงานศิลป์ ทำให้คิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ครอบคลุม จึงแบ่งประเภทงานศิลป์ไทยออกเป็นกลุ่ม แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงสิ่งดั้งเดิมจะคิดถึง "งานศิลป์ช่างหลวง" ที่สำนักช่างศิลป์หลวงดูแลอยู่ แล้วเมื่อมองบ้านและชุมชนก็เป็นที่มาของ "งานศิลป์พื้นบ้าน" พอได้ทั้งสองด้านมาแล้ว คำถามต่อมาคือยุคปัจจุบันช่างศิลป์ที่รับใช้บ้านเมืองมีอะไรบ้าง จึงมาเป็น "งานศิลป์ร่วมสมัย" ที่ยังไม่ทิ้งรากเหง้าเดิม

                         "ทั้งสามชุดนี้คิดว่าครอบคลุมงานศิลป์ของไทยทั้งหมดแล้ว เป็นภาพลักษณ์ที่ถ้าเผยแพร่ออกไปในรูปแบบแสตมป์ผนึกบนจดหมาย พัสดุ แล้วส่งไปต่างประเทศ ผู้คนก็จะเข้าใจ ประทับใจ และซาบซึ้งในมรดกตกทอดของไทย ทั้งสามชุดนี้มีลักษณะเหมือนกันคือประกอบด้วย 8 ดวง อย่างแสตมป์ชุดงานศิลป์พื้นบ้าน ทำเป็นภาคละสองดวงเป็นคู่ๆ โดยหยิบเอาชิ้นงานศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นมานำเสนอ มองแล้วรู้ทันทีว่าภาคไหน อย่างอีสานจะเป็นบั้งไฟและแคน ภาคกลางเป็นตุ๊กตาชาววังและเครื่องปั้นดินเผา

                         แต่พอมาเป็นแสตมป์ชุดงานศิลป์ช่างหลวง (ช่างสิบหมู่) โจทย์เปลี่ยนไป ไม่ได้สะท้อนความเป็นภาค แต่สะท้อนความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสะท้อนออกมาทั้งหมด 8 งานช่าง อาทิ งานลายรดน้ำ ปูนปั้น หัวโขน บุดุนโลหะ และงานประดับมุก เป็นต้น ส่วนโจทย์ที่ยากกว่าคือแสตมป์งานศิลป์ร่วมสมัย จึงมีการหารือกับผู้รู้ว่าจะสะท้อนออกมาอย่างไร ซึ่งแนวทางคร่าวๆ เราจะนำผลงานของศิลปินยุคปัจจุบันทั้งจิตรกรรม ภาพพิมพ์ ประติมากรรม ซึ่งล้วนงานชิ้นเลิศแห่งยุคมาแสดง ตอนนี้ใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว" หัวเรือฝ่ายการตลาดไปรษณีย์ไทย แจกแจง

                         และจากสิ่งชวนใคร่รู้บนแผ่นกระดาษใบจิ๋ว ก็นำมาซึ่งนิทรรศการหมุนเวียนชื่อ "สามศิลป์...ไม่กินกัน" โดยจำลองคำไทยๆ ที่คุ้นเคยอย่างคำว่า "ศรศิลป์ไม่กินกัน" มาล้อแล้วสื่อให้เห็นว่าศิลปะสามแขนงนี้ "เลอเลิศ อลังการ และล้ำค่า" ซึ่งใช่เพียงบอร์ดนิทรรศการธรรมดา หากใช้วิธีการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น ในมุมของงานศิลป์ช่างหลวงจะมีกระจกเงาที่มองอีกมุมสะท้อนรากเหง้าของงานช่างหลวงให้เห็น แล้วนิทรรศการก็สามารถดูจากหลังกระจกได้ด้วย เชิญชวนให้ดูชิ้นงานแล้วตามไปดูว่าช่างผู้สร้างสรรค์มีที่มาที่ไปอย่างไร

                         ขณะเดียวกันในมุมของงานศิลป์พื้นบ้าน ชวนให้ดูชิ้นงานเสร็จก็ไปดูผ่านช่องไม้ไผ่ หรือชะโงกหาความรู้ในโอ่ง ในไห หรือการพลิกผ้าทอแต่ละชิ้นเพื่อดูว่ามีที่มาอย่างไร เป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานหลายสื่อไว้ด้วยกัน แม้กระทั่งบนพื้นที่ทอดยาวไปสู่นิทรรศการแต่ละงานช่างก็ต้องสังเกตดีๆ จะมีลักษณะของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับช่างนั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวิร์กช็อปโดยเฉพาะช่วงปิดเทอมให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาร่วมสร้างสรรค์จินตนาการโดยใช้งานศิลป์เป็นตัวถ่ายทอด เช่น การประดิษฐ์กล่องสวยด้วยแสตมป์ การเพ้นท์ถุงผ้า การตัดแสตมป์เป็นชิ้นๆ ประกอบเป็นภาพตามจินตนาการ เป็นต้น ซึ่งจะจัดไปจนถึง 30 มิถุนายนนี้

                         "แสตมป์ทั้งสามชุดนักสะสม เยาวชน ตลอดจนผู้สนใจ จะได้เรียนรู้อย่างไม่จบสิ้น เพราะภาพแสตมป์ชุดเดียว ถ้าอยากต่อยอดก็จะอยากรู้ว่าทำไมภาพเหล่านี้จึงเป็นงานศิลป์ของภาคเหนือ กลาง อีสาน หรือใต้ แล้วถ้าอยากเห็นของจริงก็ต้องไปค้นคว้าต่อ แล้วไปหาดูได้ที่ไหน วันนี้บอกได้เลยว่าพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์สามเสนในแห่งนี้จะเป็นอีกแหล่งเรียนรู้มีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้ สามารถให้เรื่องราวเข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี โดยใช้แสตมป์เป็นตัวเดินเรื่อง จึงอยากเชิญชวนให้เข้ามาเก็บเกี่ยวและตักตวงประสบการณ์ให้ชีวิต" หัวเรือใหญ่ฝ่ายการตลาดคนเดิม ชี้ชวน