ไลฟ์สไตล์

ประชาชนแห่ชม'เหล็กไหลร.5'

ประชาชนแห่ชม'เหล็กไหลร.5'

26 มี.ค. 2556

อธิบดีกรมศิลปากรเป็นปลื้ม ประชาชนแห่ชม'เหล็กไหลร.5' น้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัมมีลักษณะมันวาว


              เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่าหลังจากมีการนำเสนอข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษมรดกล้ำค่าสมเด็จพระปิยมหาราชในมิวเซียมหลวง ซึ่งได้นำโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากมาจัดแสดงให้ประชาชนชม ซึ่งปรากฏว่าการนำเหล็กไหล ซึ่งเป็นของแปลกตาชิ้นหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับการถวายมาจากประชาชน น้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัมมีลักษณะมันวาว สีดำมาจัดแสดงนั้น ตนได้รับรายงานว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเดินทางมาชมเหล็กไหลชิ้นดังกล่าว

              นายสหวัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องเหล็กไหล เพราะมีตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหล็กไหลมามากมายทำให้ประชาชนต้องการเห็นของจริงและเกิดคำถามว่าเป็นของจริงไหม อย่างที่ทราบกันว่าเหล็กไหลชิ้นนี้จัดแสดงให้ข้าราชบริพารชม ที่มิวเซียมหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 และนำมาจัดแสดงอีกครั้งเมื่อ 20 ปีที่แล้วโดยครั้งนี้ครั้งที่ 3 ส่วนที่ประชาชนจำนวนมากถามว่าเป็นของจริงหรือไม่นั้น คงไม่กล้าตอบ เพราะเป็นโบราณวัตถุถูกเก็บรักษามาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ส่วนใครที่ต้องการมาเห็นของจริงก็มาชมได้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

              ด้านน.ส.เด่นดาว ศิลปานนท์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กล่าวว่า สำหรับเหล็กไหลชิ้นดังกล่าวไม่ได้มีการทำทะเบียนโบราณวัตถุ เนื่องจากทะเบียนโบราณวัตถุในอดีตเป็นการจดบันทึกได้สูญหาย ไปจึงไม่สามารถเชื่อมโยงไปในอดีตได้ ทราบเพียงว่าเป็นการตกทอดต่อมาเรื่อยๆ ส่วนตัวคิดว่าเหล็กไหลชิ้นนี้อาจจะเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเหล็ก คนโบราณจึงเรียกว่าเหล็กไหล หรือไม่ก็อาจจะเป็นอุกาบาตที่ตกลงมาแล้วโดนความร้อนหลอมจนเหลือเฉพาะแกนใน หรือที่คนไทยเรียกกันว่า อุลกมณี ทั้งนี้ในมิวเซียมหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นการรวบรวมของที่แปลกๆ หาชมได้ยากไว้จำนวนมาก ซึ่งตอนนี้กรมศิลปากรได้เก็บรวมรักษาไว้ในคลังพิพิธภัณฑ์ อาทิ โคตรเพชร งาช้างงาเดียวแตกเป็น 5 กิ่ง ข้าวสารดำ หนังช้างเผือก เป็นต้น

              “อย่างไรก็ตามตลอดทั้งวันก็มีประชาชนจำนวนมาเข้ามาสอบถามเรื่องประวัติของเหล็กไหลชิ้นดังกล่าว ซึ่งก็ได้อธิบายไปว่าไม่มีการบ่งบอกชัดเจนว่าที่มาของเหล็กไหลดังกล่าวมาจากไหน เพราะมีเพียงคำบอกเล่ามาจากคนโบราณว่าเป็นเหล็กไหลและมีการเก็บรักษามาจนถึงปัจจุบัน” น.ส.เด่นดาว กล่าว