
ปลูกข้าวจากพลังงานลม
เกษตรกรคนเก่ง : 'เอี่ยม สมเพ็ง' ชาวนาปลูกข้าวจากพลังงานลม : โดย...กวินทรา ใจซื่อ
เกษตรกรส่วนใหญ่ทำนาโดยรอฟ้าฝน รอธรรมชาติ เช่นเดียวกับ เอี่ยม สมเพ็ง เกษตรกรบ้านดงยาง ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร สืบทอดอาชีพทำนาจากบรรพบุรุษ ที่หนีไม่พ้นการใช้สารเคมี จนปี 2542 สารพิษส่งผลต่อสุขภาพจึงเลิกใช้และหันมาทำนาอินทรีย์
“หากใช้สารเคมี ที่นา 23 ไร่จะได้ข้าว 5-6 ตัน จนปี 2543 ปลูกข้าวอินทรีย์ ผลผลิตลดเหลือครึ่งเดียว จึงศึกษาหาความรู้เกษตรอินทรีย์ ลดละเลิกสารพิษทุกชนิดใช้ของที่เรามีอยู่ทั้งไถกลบตอซัง ระหว่างไถจะใช้น้ำหมักพรมลงดิน ปุ๋ยคอกจากวัวที่เลี้ยงไว้ 3 ตัวก็นำมาหว่านลงในนา ปรากฏปีต่อมาได้ข้าว 5-6 ตันเท่าเดิม ฟื้นฟูบำรุงดินเรื่อยมา จนบางปีได้ข้าว 10-15 ตัน ทุกวันนี้ในที่นาจะมีทั้งปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงปลา”
ปัจจุบันปัญหาที่พบคือ การแปรปรวนของสภาพดินฟ้าอากาศ ทำให้ชาวนาคำนวณระยะเวลาเพาะปลูกยากขึ้น โดยเฉพาะปี 2551 ปีที่ชาวนา จ.ยโสธร ได้รับผลกระทบภัยแล้งมากที่สุด ขณะที่เอี่ยมได้ขุดสระน้ำขนาดใหญ่ลึก 3 เมตร ไว้ในที่นาเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ
แรกๆ การสูบน้ำมาใช้แต่ละครั้งต้องใช้ไฟฟ้า ทำให้เสียค่าไฟเดือนละกว่า 300 บาท เสียต้นทุนการผลิต จากประสบการณ์ที่ได้ไปศึกษาดูงานกังหันลมผลิตไฟฟ้า ทำให้มีแนวคิดประดิษฐ์กังหันดึงน้ำมาใช้ด้วยพลังงานลม พลังงานสะอาดที่มีอยู่ทุกหนแห่งตามธรรมชาตินำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถทำได้ด้วยตัวเองลงทุนเพียง 3,000 บาท ใช้งานได้นานกว่า 4 ปี
“วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เน้นหาได้ในชุมชน ทั้งสังกะสี พลาสติก ป้ายโฆษณา ผ้า เหล็กแกนกลาง ล้อจักรยาน โดยตลอด 2 ปี ลองผิดลองถูกทดลองใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง ปรับปรุงมาเรื่อยจากเดิมรับลมได้ 2 ทาง กระทั่งหมุนได้รอบทิศทาง สามารถสูบน้ำด้วยกังหันลมมาใช้ได้ตลอดทั้งปี ทุกวันนี้ต้นทุนเรื่องค่าไฟหมดไปแล้ว”
"เอี่ยม" จึงเป็นต้นแบบเกษตรกรที่มีแนวคิดในการนำพลังงานสะอาดมาใช้บนผืนนากว่า 23 ทำให้ที่นี่มีเกษตรกรและผู้ที่สนใจทั้งจาก จ.หนองคาย บุรีรัมย์ นครนายก เดินทางมาศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาในพื้นที่
------------------------------
(เกษตรกรคนเก่ง : 'เอี่ยม สมเพ็ง' ชาวนาปลูกข้าวจากพลังงานลม : โดย...กวินทรา ใจซื่อ)



