
คะแนนโอเน็ตม.6ดีขึ้น5วิชา
คะแนนโอเน็ต ม.6 ดีขึ้น 5 วิชา ลดลง 2 วิชา ผอ.สทศ.ยืนยัน ข้อสอบยากง่ายเท่าเดิม แต่ที่คะแนนเพิ่มเพราะระดับนโยบายของ ศธ.ชัดเจนผลักดันให้มีการนำคะแนนไปใช้
25 มี.ค.56 รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ตามที่สทศ. ได้ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น ภาพรวมคะแนนเฉลี่ยเป็นที่น่าพอใจ โดยเพิ่มขึ้นใน 5 วิชาหลัก ดังนี้ ภาษาไทย เพิ่มขึ้น 5.31 คะแนน วิทยาศาสตร์ เพิ่มขึ้น 5.20 คะแนน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพิ่ม 2.88 คะแนน ศิลปะ เพิ่มขึ้น 4.19 คะแนน และภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้น 0.33 คะแนน
สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ คะแนนเฉลี่ยเท่าเดิม 22.73 คะแนน และมีคะแนนเฉลี่ยลดลง 2 วิชาคือ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ลดลง 2.96 คะแนน และสุขศึกษาลดลง 0.91 คะแนน อย่างไรก็ตาม ความยากง่ายของข้อสอบในปีนี้ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา แต่สาเหตุที่นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้น เป็นเพราะระดับนโยบายผลักดันให้มีการนำคะแนนไปใช้อย่างจริงจัง ส่งผลให้มีผลต่อการปรับปรุงคุณภาพการจัดการเรียนการสอน รวมถึงมีการนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ในการเข้าศึกษาต่อของนักเรียน ทำให้เด็กตั้งใจสอบมากขึ้น
รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่เห็นว่ายังมีนักเรียนที่สอบได้ 0 คะแนน นั้น ต้องดูเป็นรายกรณีเพราะเท่าที่ดูมีทั้ง ไม่ได้คะแนนเพราะไม่ได้ทำข้อสอบ และทำข้อสอบ แต่ไม่ถูกเลย ซึ่งตรงนี้คงต้องไปวิเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทั้งนี้ แม้คะแนนในภาพรวมของเด็กจะเพิ่มขึ้นแต่ ก็ยังไม่ถึง 50% เพราะ ข้อสอบโอเน็ต เป็นข้อสอบแบบรวบยอด ซึ่งใช้ประเมินคุณภาพการเรียนการสอนในระดับชั้นม.ปลาย ดังนั้นจึงต้องมีเนื้อหาสาระ ตั้งแต่ชั้นม.4-6 ไม่ได้ออกเฉพาะเนื้อหาม.6 เท่านั้น ซึ่งต่อไปโรงเรียนจะต้องปรับการเรียนการสอน ให้มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยที่ผ่านมาสทศ.ก็ได้ทำความเข้าใจกับโรงเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาข้อสอบแล้ว
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ภาพรวมตนยังไม่ค่อยพอใจผลคะแนนโอเน็ตม. 6 เท่าที่ควร แต่ก็ต้องมองด้วยความเป็นธรรมว่า ในระยะแรกที่เริ่มสอบโอเน็ตนั้น หลายวิชาได้คะแนนเฉลี่ยแค่เพียง 30% เพราะฉะนั้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ สพฐ.ทำงานร่วมกับเขตพื้นที่ฯ เพื่อเร่งที่พัฒนาการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆ โดยตั้งเป้าไว้ว่า คะแนนโอเน็ตในแต่ละปีจะต้องเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3% พยายาม หาจุดอ่อนในวิชาที่คะแนนต่ำมาก ๆ มาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น เมื่อดูคะแนนโอเน็ตไม่ได้ดูเฉพาะว่า วิชาใดบ้างที่ได้คะแนนไม่ถึงครึ่งหรือ 50% แต่ควรจะดูพัฒนาการของคะแนนมากกว่า ทั้งนี้ หากสามารถเพิ่มคะแนนโอเน็ตได้ปีละ 3 % ต่อเนื่อง 5 ปี คะแนนโอเน็ตก็จะใกล้เคียง 50% เอง
นายชินภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามคะแนนโอเน็ตปีการศึกษา 2555 เพิ่มสูงขึ้นจำนวน 5 วิชา คือ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ศิลปะ และภาษาอังกฤษ จึงถือเป็นสัญญาณที่ดีระดับหนึ่ง ส่วนวิชาที่คะแนนลดลง คือ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และสุขศึกษา นั้นสพฐ.ต้องเร่งมือ จัดทำเครื่องมือเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย แม้จะได้คะแนนสูงขึ้นแต่ก็ต้องพัฒนาเพิ่มเพราะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ทุก วิชา
“ สาเหตุหลักที่ทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรนั้น เพราะเราขาดปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครูที่มีคุณภาพ ขณะที่สื่อการเรียนการสอนก็ไม่มีความหลากหลาย และไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นสื่ออิเล็คทรอนิค สื่อสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงอุปกรณ์การทดลอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักเรียนไทยทำคะแนนด้านวิทยาศาสตร์ได้ไม่ดี เพราะไม่ค่อยได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง ส่ง ผลให้การประเมินระดับชาติไม่ดีด้วย เพราะโจทย์ส่วนใหญ่จะเน้นความเข้าใจในระดับปฏิบัติ แต่เด็กทำไม่ได้ เพราะเด็กไทยเน้นเรียนจากหนังสือ จึงจินตนาการไม่ออก”นายชินภัทร กล่าว



