
เที่ยวช้าๆ ที่ ฮาโกเน่ (Hakone)
เที่ยวช้าๆ ที่ ฮาโกเน่ (Hakone) : คอลัมน์ท่องโลกต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ : ศิริกุล กสิวิวัฒน์
ด้วยกระแสการท่องเที่ยวที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้ปัจจุบันการท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบ บางคนชอบไปกับบริษัททัวร์ “เที่ยวครบ สุดคุ้ม” ยิ่งกว่านั้น เดี๋ยวนี้มี “Travel Stylist” ทำหน้าที่ออกแบบการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับ Lifestyle ของลูกค้า บางคนก็เป็นประเภท “เที่ยวไม่ง้อทัวร์” โดยมีหนังสือประเภทท่องเที่ยวเป็นตัวช่วย
สำหรับผู้เขียนจะจัดลงประเภทเป็น Travel Stylist ให้แก่ตัวเอง ไม่พึ่งทัวร์ ชอบเที่ยวคนเดียวหาข้อมูลเองจากหนังสือ DK Eyewitness Travel และอินเทอร์เน็ตเจาะลึกหาข้อมูลต่างๆ ด้วยสไตล์การท่องเที่ยวสบายๆ ใช้เวลาซึมซับกับธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คน กินอยู่ไม่หรูหราฟู่ฟ่า แต่เสาะหาร้านอร่อยชิม ที่พักขอเพียงสะดวก สะอาด ปลอดภัย สบายสไตล์บูติกก็พอแล้ว
การท่องเที่ยว “ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่เกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง” เป็นคำพูดที่มีผู้กล่าวไว้และถูกอ้างถึงเสมอ สำหรับผู้เขียนแล้ว ความสุขเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มคิดว่าจะไปไหน หาข้อมูล ออกแบบเส้นทาง...
เส้นทางที่เลือกมาแนะนำในครั้งนี้ เป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยว ไม่ไกล สวยงาม อาหารอร่อย ผู้คนมีมิตรไมตรี มีวิถีชีวิตน่าค้นหา จะเป็นที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่...ญี่ปุ่น
หากใครไปโตเกียวและอยากไปเที่ยวนอกเมืองใกล้ๆ สัก 2 วัน เพื่อดื่มด่ำซึมซับวิถีชีวิต และความงามตามธรรมชาติ มีบ่อน้ำพุร้อน (Hot Spring) ที่นอนแช่น้ำเล่นแบบ “ออนเซน” (Onsen) สามารถเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ นั่งเรือข้ามทะเลสาบ นั่งรถกระเช้าข้ามเขา... “ฮาโกเน่” เป็นคำตอบที่ใช่ ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือไม่เร่งรีบ ค้างคืนแบบผู้เขียนก็ได้
เริ่มเดินทางจากโตเกียวสายๆ ไปขึ้นรถไฟที่สถานีชินจูกู (Shinjuku) เดินหาเคาน์เตอร์บริษัทเดินรถ Odakyu ซื้อตั๋ว Odakyu Hakone Freepass แบบ 2 วัน (5,000 เยน) ตั๋วนี้รวมค่าพาหนะทุกประเภทสำหรับเที่ยวฮาโกเน่ ถูกและสะดวกด้วยประการทั้งปวง เมื่อได้ตั๋ว Freepass แล้วก็มาจองตั๋วรถไฟ Odakyu Romancecar ไปยัง Hakone - Yumoto Station เสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย เป็นรถด่วนออกทุกชั่วโมงใช้เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ก็มาถึงสถานี Hakone - Yumoto Station สถานีไม่ใหญ่มาก อยู่ท่ามกลางขุนเขา แต่ก็แอบมีความน่ารักตามสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านขายของ ร้านอาหาร มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ
บริเวณสถานีก็มีโรงแรมให้เลือกหลายแห่ง แต่ผู้เขียนเลือกพักนอกเมืองไปนิด นั่งแท็กซี่ 10 นาที ก็มาถึงที่พักเล็กๆ เงียบสงบ ซึ่งเป็น Traditional Ryokan ชื่อ “KijiteiHoeiseRyokan” (www.japaneseguesthouse.com) ที่ตั้งอยู่บนเขา มีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่านโขดหิน ห้องพักแบบ Japanese room with terrace จะช้าอยู่ไย ขอซึมซับธรรมชาติความเขียวขจี ความเงียบสงบ ด้วยการออกไปนอนแช่ Outdoor Hot-Spring Bath กลางหุบเขาริมสายน้ำซึ่งออกแบบกลมกลืนกับธรรมชาติ การแช่น้ำพุร้อนเปลื้องผ้า เป็นวัฒนธรรมการอาบน้ำของญี่ปุ่น เชื่อว่าดีต่อสุขภาพ และพบสัจธรรมที่ว่า ชีวิตคนเราเกิดมาก็มีเท่านี้ ไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน
ความเหนื่อยเมื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นอิ่มเอิบ สงบสุข พร้อมเติมพลังอาหารเย็นแบบญี่ปุ่นเสิร์ฟในห้องนอนด้วยความประณีตสวยงาม ทั้งภาชนะและหน้าตาอาหาร ที่จัดวางอย่างเหมาะเจาะ มีศิลปะ รสชาติธรรมดาแต่ความสวยงามเป็นเลิศจนอยากเก็บไว้ดู อิ่มหนำสำราญ ก่อนเข้านอนบนฟูกที่ปูบนเสื่อ ตื่นมาพบกับอาหารเช้าเสิร์ฟในห้องนอน อิ่มหนำสำราญก็ไป Onsen ที่ Indoor Hot-Spring Bath อีกรอบ พร้อมเตรียมตัวท่องเที่ยวต่อ โดยมีเจ้าของ Ryokan มาพูดคุยและยืนโค้งส่งที่หน้าบ้าน หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
มาเริ่มต้นที่สถานี Hakone Yumoto ขึ้นรถไฟ Hakone Tozan Train ไปจนสุดสายที่สถานี Gora ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร ใช้เวลา 40 นาที เป็นเส้นทางรถไฟไต่ภูเขา ตอนขาขึ้นรถไฟจะสลับเปลี่ยนทิศทางหัวขบวน 3 ครั้ง เพื่อไต่เขาซิกแซ็กขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ความสูง 553 เมตร สองข้างทางจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ในฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมดอกซากุระ ฤดูร้อนจะได้ชมดอกไฮเดรนเยีย ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะพบกับใบไม้ผลัดใบสีแดง สีเหลืองสลับกันสวยงาม หากเป็นฤดูหนาวก็จะปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน อยู่ที่จะเลือกไปเห็น แต่ที่ต้องเห็นแน่ๆ คือ สะพานเหล็ก Deyama Bridge บนความสูง 43 เมตร มีธารน้ำใสอยู่ข้างล่าง
เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงปลายทางที่ สถานี Gora สถานีเล็กๆ บนเขา ออกจากสถานีจะเห็นร้านค้าตามรายทางแล้วเลี้ยวเดินขึ้นไปทาง Hakone Gora Park ระหว่างทางเหลือบไปเห็นร้านหมูทอดเล็กๆ อดใจไม่อยู่เดินเข้าไปในร้าน เห็นคุณลุงคุณป้าทอดกันอยู่ 2 คน มีเคาน์เตอร์ให้นั่งอยู่ 7-8 ที่ สั่ง Tonkutsu หมูดำชิ้นใหญ่ 1 จาน
คุณลุงทอดให้เห็นๆ อยู่ตรงหน้าด้วยความพิถีพิถัน ความอร่อยอยู่ที่จังหวะการทอด คุณลุงบอกว่าต้องให้เนื้อด้านในสุกพอดี และด้านนอกเป็นสีเหลืองทองอร่าม รับประทานกับซอสสูตรพิเศษพร้อมกะหล่ำปลีฝอย อร่อยไร้ที่ติบอกได้เลยว่า Tonkutsu ร้านไหนในโตเกียวที่ว่าอร่อยยังไม่สามารถลบเลือนความทรงจำในรสชาติและบรรยากาศของร้านนี้ได้เลย ออกมาดูชื่อร้านจึงรู้ว่าชื่อ “Rikyu” ต้องหาโอกาสไปชิมให้ได้ ขอรับประกันความอร่อย
จากนั้นไปเดินเล่นชมสวนสบายๆ ก่อนไปขึ้น Hakone Tozan Cable Car (กระเช้าลอยฟ้า) ราว 10 นาทีก็มาถึง Sounzan Station สถานีสุดท้ายบนภูเขาสูง จากนี้เป็น Highlight หนึ่งของเส้นทาง คือนั่ง Hakone Ropeway ไป Togendai Station ไม่ต้องกลัวหลง เพราะเป็นทางบังคับ ระหว่างทางแวะลงสถานี Owakudani เพื่อชม หุบเขาโอวาคุดานิ หรือหุบเขานรก เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 3,000 กว่าปี ปัจจุบันยังไม่สงบ หุบเขาจะมีควันสีขาวๆ พวยพุ่งตลอดเวลา กลิ่นกำมะถันกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ด้านบนมีบ่อน้ำร้อนแร่กำมะถันที่มีความร้อนสูงถึง 80 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่สุกเชื่อกันว่ากินไข่ 1 ฟองจะมีอายุยืน 7 ปี อยากมีอายุอีกกี่ปีก็ซื้อใส่ถุงกลับไปกินต่อที่บ้าน
บริเวณนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก เพราะสามารถเดินทางโดยรถบัสได้ เดินเล่นสักพักก็ไปขึ้น Cable Car ต่อไปยัง Togendai Station เพื่อล่องเรือโจรสลัดใน ทะเลสาบอาชิอัน เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาไฟฟูจิ หากสภาพอากาศดีก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ เพลินๆ 30 นาที ก็มาถึงท่าเรือ Hakone - Machi นั่งรถบัสที่จอดตรงท่าเรือนั่นเองมาที่สถานี Hakone - Yumoto เป็นอันครบวงรอบการเดินทาง หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟกลับ Shinjuku ด้วยความเบิกบานใจเป็น 2 วัน 1 คืน ที่เที่ยวไป ชมไป กินไป ตามสไตล์ในฮาโกเน่
ขอให้มีความสุข สนุกกับการท่องเที่ยวที่ “มากกว่าแค่ได้ไปเที่ยว” นะคะ
..........................................
(เที่ยวช้าๆ ที่…ฮาโกเน่ (Hakone) : คอลัมน์ท่องโลกต่างแดน : โดย...เรื่อง/ภาพ : ศิริกุล กสิวิวัฒน์)



