ไลฟ์สไตล์

'วิป'นภนิศ ใช้หนังสือเปิดโลกความคิด

'วิป'นภนิศ ใช้หนังสือเปิดโลกความคิด

23 มี.ค. 2556

'วิป' นภนิศ ใช้หนังสือเปิดโลกความคิด : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ภาพ--ภักดี สุขเพิ่ม

               "ผมว่าการอ่านหนังสืองานศพมันไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้จักคนคนนั้นดีขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่อ่านแล้วมันยังทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในยุคนั้นด้วย โดยเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์ อ่านแล้วได้มุมมองใหม่ๆ จากคนสมัยก่อน ผู้คนเป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านแล้วได้ความรู้รอบตัวเพิ่มขึ้นมากทีเดียวครับ..."

               สำนวนที่ว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" พ่อแม่เป็นอย่างไรลูกก็มักจะเป็นอย่างนั้น ยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยมาทุกยุคสมัย ดูอย่างสถาปนิกหนุ่มไฟแรงแห่งสยามพิวรรธน์ "วิป" นภนิศ อิศรางกูร ณ อยุธยา ลูกชายคนเดียวของคุณพ่อนิพิฐ กับคุณแม่พรนภา อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่มีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และวันนี้แอบกระซิบบอกว่า "ซึมซับนิสัยรักการอ่านมาจากคุณแม่ ซึ่งชอบอ่านนวนิยายตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก" และผลพวงจากการชอบการอ่านหนังสือนี่เอง ส่งผลให้เขามีหนังสือสะสมไว้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแนวประวัติศาสตร์ การออกแบบ รวมไปถึงหนังสือที่ระลึกงานศพด้วย

                "ตอนเด็กผมเห็นคุณแม่ชอบอ่านหนังสือนิยายครับ เห็นบ่อยๆ เข้าก็เลยอยากลองหยิบขึ้นมาอ่านบ้าง ก็คงจะเป็นจุดนี้ล่ะที่ทำให้ผมซึมซับนิสัยรักการอ่านมาจากคุณแม่ จนตอนนี้กลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือไปแล้ว และมักหยิบมาอ่านแทบทุกครั้งที่มีเวลาว่าง" หนุ่มหน้าใส เล่าที่มาของการเริ่มต้นอ่านหนังสือ เมื่อมีโอกาสทำความรู้จักกันครั้งแรกที่ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊ค สาขาสยามเซ็นเตอร์

               หนุ่มวิปในวัย 24 ปี ก้าวเข้ามาในร้านพร้อมด้วยหนังสือกองโต แล้วเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะเริ่มเล่าว่า เพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัท สยามพิวรรธน์ โดยรั้งตำแหน่งสถาปนิกได้ราว 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้กำลังสนุกกับการศึกษางานและโปรเจกท์ใหม่ๆ ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

               "ผมไปเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 13 จนจบปริญญาตรีและปริญญาโทด้านสถาปนิก เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น แล้วเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานนี้เองครับ กลับมาคราวนี้ตั้งใจมาอยู่เลย พอดีมีโอกาสเข้ามาทำงานที่สยามพิวรรธน์ด้วย ซึ่งมันตรงกับด้านที่ผมเรียนมาพอดีเลยตัดสินใจเข้ามาร่วมงาน ตอนนี้ก็กำลังศึกษางาน พอดีผมได้ดูโปรเจกท์ใหม่และได้ประสานงานกับดีไซเนอร์ต่างชาติด้วยก็สนุกดีครับ" หนุ่มวิป เล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ

               หลังทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ หนุ่มน้อยจึงค่อยๆ หยิบหนังสือที่หอบหิ้วมาจากบ้านออกมาให้ดู พร้อมแนะนำแต่ละเล่ม ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบอกว่า ที่เอามาให้ดูวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับงานดีไซน์ เนื่องจากเป็นคนชอบด้านตกแต่งภายใน หนังสือพวกนี้จึงช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้กับงานประจำที่ทำอยู่ได้ด้วย

               "ผมชอบหนังสือดีไซน์แนวโมเดิร์น โดยเฉพาะเล่มที่เขาเลือกใช้ของเก่าๆ มาตบแต่งห้อง จะชอบดูวิธีการเลือกของแต่ละชิ้นในหนังสือแต่ละเล่ม การแนะนำมันจะแตกต่างกัน ผมจะชอบซื้อหนังสือที่มีรูปภาพใหญ่ๆ ที่ทำให้เห็นภาพและเทรนด์ชัดเจนกว่าในแบบสเก็ตช์ คือทุกครั้งที่อ่านหนังสือประเภทนี้เราจะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับงานที่เราทำอยู่ได้ด้วย มีอยู่เล่มหนึ่งเป็นการจัดห้องในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน เล่มนี้ผมชอบมาก ผมว่าอากาศบ้านเราคล้ายคลึงกับแถบนั้น เลยตั้งใจซื้อมาเพื่อดูเรื่องการใช้โทนสี การตกแต่งจัดวาง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในงานต่อไป หลังจากอ่านเสร็จแล้วก็จะเก็บไว้ จนตอนนี้มีอยู่เยอะมากๆ และยังมีที่ออสเตรเลียซึ่งกำลังส่งกลับมาอีกนะครับ เป็นหนังสือที่ผมต้องใช้ประกอบการเรียน ที่โน่นหาซื้อง่ายกว่าที่เมืองไทยด้วย พอเรียนจบแล้วถ้าจะทิ้งไว้เลยก็เสียดาย เพราะแต่ละเล่มราคาค่อนข้างแพง และบางเล่มก็ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปด้วยครับ" หนุ่มนักอ่านเล่าขณะแนะนำหนังสือแต่ละเล่ม

               นอกจากหนังสือด้านงานออกแบบที่เขาชอบเป็นพิเศษแล้ว ยังมีหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและประเทศในแถบยุโรป ที่เจ้าตัวผงกหัวยอมรับว่าชอบอ่านไม่แพ้กัน และแม้วันนี้จะไม่ได้เอาติดมาให้ดูด้วย แต่หากเปิดกรุหนังสือที่มีอยู่ในครอบครองแล้วก็มีเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ส่วนหนังสืออีกประเภทที่ฟังแล้วแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าหนุ่มวิปจะชอบสะสมเอามากๆ และจริงจังในการเสาะหาไม่น้อย นั่นคือหนังสือเก่า โดยเฉพาะหนังสือแจกเป็นที่ระลึกตามงานศพ โดยเจ้าตัวสารภาพว่าเพิ่งเริ่มเก็บสะสมเมื่อราว 6-7 ปีที่ผ่านมานี้เอง เล่มแรกที่สนใจเป็นหนังสืองานศพของคุณทวด พล.อ.เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) หลังจากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีมากพอควร

               "ที่จริงผมรู้ประวัติของคุณทวดมาบ้างแล้วแต่ก็ไม่รู้จักทั้งหมดครับ ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน พอมีโอกาสได้อ่านแล้วผมว่ามันน่าสนใจมากครับ ก็เลยเริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีเยอะพอสมควรครับ ไปงานไหนก็เก็บกลับมาทุกครั้งซึ่งบางงานเขามีแจกมากกว่า 1 เล่มด้วย เราก็จะเก็บไว้ทุกเล่มเลย แล้วว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยๆ ทะยอยหยิบออกมาอ่านไปเรื่อยๆ ผมว่าการอ่านหนังสืองานศพมันไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้จักคนๆ นั้นดีขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่อ่านแล้วมันยังทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในยุคนั้นด้วย โดยเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์ อ่านแล้วได้มุมมองใหม่ๆ จากคนสมัยก่อน ทำให้เราจะรู้ว่ายุคนั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ผู้คนเป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านแล้วได้ความรู้รอบตัวเพิ่มขึ้นมากทีเดียวครับ" สถาปนิกหนุ่ม เล่าพร้อมรอยยิ้ม

                 ทุกวันนี้ หากพอจะมีเวลาว่างจากงานประจำ นอกจากการเสาะหาหนังสือสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานแล้ว เขายังหาโอกาสไปเดินซื้อหาหนังสืองานศพตามร้านหนังสือเก่าอย่างสวนจตุจักร ที่เจ้าของร้านมักจะโละออกมาขายรวมกับหนังสือเก่า กลายเป็นความโชคดีของคนหาซื้อที่ได้หนังสือดีติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ

               "มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเดินดูหนังสือเก่า ก็ตั้งใจจะไปดูหนังสืองานศพเหมือนเคยล่ะครับ พอถามเจ้าของร้านเขาก็เอาหนังสืองานศพคุณทวดผมมาให้ดู ผมก็งงว่าเขาก็ไม่ได้เป็นญาติกับเราแล้วทำไมถึงมีหนังสืองานศพของท่านได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ผมคิดเอาว่าน่าจะเป็นเพราะมีคนที่ได้มาจากไปร่วมงานท่านโละมาขายรวมกับหนังสือเก่าๆ มากกว่า ซึ่งมันมีคุณค่ามากสำหรับคนที่สนใจอย่างผม แต่ สมัยนี้ผมเห็นหลายคนไปร่วมงานศพทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติและไม่รู้จักกับคนตาย แต่กลับไปร่วมงานเพื่อรับหนังสืองานศพมาขายก็มี ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก" หนอนหนังสือหนุ่มให้ความเห็น ก่อนจะขอตัวเดินเลือกเล่มโปรดติดมือกลับบ้านสักเล่มสองเล่ม

 

 .........................................................

('วิป' นภนิศ ใช้หนังสือเปิดโลกความคิด : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ภาพ--ภักดี สุขเพิ่ม)