ไลฟ์สไตล์

พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อ

พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อ

19 มี.ค. 2556

พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อ พลังสื่อปฏิรูปประเทศ : โดย...อาภาภรณ์ ศิริ สปร.

              "จอห์น ล็อค" นักปรัชญาตะวันตกบอกว่า "ฉันเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้นฉันจะดีหรือเลวได้ ก็เพราะสังคมและสังคมจะดีหรือเลวก็เพราะฉัน" นั้นยังใช้ได้เสมอ แม้แต่ประเทศไทยยุคหลังวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 วรรณกรรมเพื่อชีวิตกำลังเฟื่องฟูก็ยังเปรียบเทียบว่า "จะดูว่าบ้านเมืองหรือสังคมเป็นอย่างไร ก็ให้ดูที่วรรณกรรม" เพราะเป็นสิ่งสะท้อนซึ่งกันและกัน "การปฏิรูปสื่อ" ก็คือการปฏิรูปสังคมประเทศชาติเช่นกัน ดังที่ สุวรรณา สมบัติรักษาสุข คณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อเพื่อการปฏิรูปสังคม กล่าวบนเวทีระดมความคิด เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงร่างเอกสารหลัก และร่างมติที่จะนำขึ้นเวทีสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2556 ว่า

                การปฏิรูปสื่อที่ดี จะต้องนำเสนอข่าวสารที่เป็นกลาง มีจริยธรรม ไม่เข้าข้างใคร ถ้าสื่อดี สังคมก็จะดี การปฏิรูปสื่อจะนำไปสู่การปฏิรูปสังคม ภายใต้กรอบคิดการดำเนินงานคือ มีขอบเขตการจัดประเภทสื่อเพื่อการกำกับดูแลกันเองอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัญหาของสังคมไทยส่วนใหญ่มาจากสื่อ ที่มีทั้งสื่อเลือกข้าง สื่อเทียม สื่อการค้า สื่อที่เป็นกระบอกเสียงของฝ่ายการเมือง เราต้องให้ความรู้ประชาชน ใช้ภาคสังคม ไปกำกับดูแลเปลี่ยนให้สื่อเป็นสื่อที่ดี

               ทั้งนี้ สื่อมี 2 ส่วน คือ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อวิทยุ โทรทัศน์ กำกับดูแลสื่อโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั้น ต้องดูแลสื่อให้เหมาะสม และต้องมีส่วนร่วมกับผู้ผลิตรายการ ให้ดูแลกันเองได้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการต่อยอด พัฒนาเป็นประเด็น เพื่อให้สื่อเข้าไปถึงทุกที่ได้ เผยแพร่ความรู้ ความเป็นจริง สิ่งที่ถูกต้อง ให้ประชาชนได้รับทราบ ให้เป็นสื่อสาธารณะที่แท้จริง

               ขณะที่การระดมความคิดเห็นจากกลุ่มตัวแทน ภาคราชการ ภาควิชาการ และภาควิชาชีพ ได้นำเสนอว่า จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคพลเมือง ให้เพิ่มมุมมองในมิติของภาคประชาสังคม ในประเด็นที่จะนำไปสู่การปฏิรูปสังคม และปฏิรูปสื่อ พร้อมกับวิเคราะห์ให้ครอบคลุม ถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder)  อื่นๆ ไม่ใช่แค่ กสทช. เท่านั้น

               "ส่วนเรื่องเนื้อหานั้น อยากให้เพิ่มเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องและให้ความสำคัญกับประเด็นสื่อท้องถิ่น ในมิติความเป็นอยู่ ความเท่าเทียมและการเข้าถึง ระหว่างสื่อท้องถิ่นและสื่อกระแสหลัก โดยหาจุดร่วมระหว่าง กสทช.และภาคประชาชน เพื่อให้กระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มกลไกการตรวจสอบ การทำงานของ กสทช.และจรรยาบรรณของวิชาชีพสื่อ รวมถึงการบังคับใช้"

               ก่อนหน้านี้ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ปาฐกถาหัวข้อ "สื่อมวลชนกับการปฏิรูปประเทศไทย" ตอนหนึ่งว่าถ้าอยากเห็นสังคมมีบูรณภาพ มีดุลยภาพ คือมีความเป็นปกติ สังคมต้องลงทุนเรื่องข้อมูลข่าวสารกับการสื่อสาร เจาะไปทำเรื่องข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เพราะเรื่องการสื่อสารมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่ข้อมูลข่าวสารที่จะไปทำนั้น ทำอย่างไรถึงจะแม่นยำ มีประโยชน์ มีเสน่ห์โดนใจคน เพราะข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ ต้องตรวจสอบ ต้องใช้ความรู้ อยากให้สื่อมวลชนจับเรื่องสังคมที่ขาดความเป็นธรรม และไม่มีความเหลื่อมล้ำ มานำเสนอ

                ส่วน นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น มองว่า ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากสังคมไม่ตื่นตัว ไม่รู้เท่าทัน ดังนั้นบทบาทที่สำคัญมากของสื่อมวลชนในทุกประเทศรวมทั้งเมืองไทยด้วย คือ การทำให้สังคมมีความตื่นตัว รู้เท่าทัน และนำไปสู่การมีส่วนร่วม สื่อมวลชนต้องสื่อสารกับประชาชนในเรื่องที่มีความสำคัญ เรื่องที่มีความหมายต่อสังคม นโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบมากต่อสังคม ให้ประชาชนมีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ได้แท้จริง

               "ทุกวันนี้ที่น่าสนใจมากคือ โลกของความเห็นไม่ได้ถูกจำกัดหรือถูกผูกขาดโดยสื่ออย่างเดียว สื่อใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ทุกคนในสังคมมีสิทธิมีความเห็น และความเห็นก็ไม่ได้แพ้หรือด้อยไปกว่าสื่อมวลชนที่เขียนคอลัมน์ หรือออกวิทยุ โทรทัศน์ทุกเช้า นิเทศศาสตร์ฝรั่งเขาเรียกว่า ความอื้ออึงของเสียงสนทนาในโลกสื่อใหม่ คือ ทุกคนคุยกันหมด มีความเห็นกันหมด ปรากฏว่าสื่อมวลชนเป็นเพียงแค่ 1 เสียงในนั้น ไม่ได้ดังกว่าเสียงของคนที่มีแฟนเพจห้าล้านคน แสนคน หรือสองหมื่นคน สื่อมวลชนก็ไม่ควรที่จะพอใจกับบทบาทของการเป็นส่วนหนึ่งของเสียงอื้ออึงในโลก"

                ล่าสุด ผศ.ดร.เอื้อจิต  วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานคณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อเพื่อการปฏิรูปสังคม  ยืนยันว่าต้องทำให้สื่อเปลี่ยนแปลงได้ ให้มีการปฏิบัติการเกิดขึ้นมา คือเจ้าภาพที่จะมารับผิดชอบ และสามารถทำให้ กสทช. รับเรื่องไปพิจารณาได้ จะเน้นเรื่องการเสริมพลังพลเมือง ที่สามารถสร้างความรู้และพัฒนาต่อไปได้ ต้องเป็นการปฏิรูปสื่อเพื่อสังคม ไม่ใช่เพื่อการประกอบการ อยากให้มีภาคประชาชนเข้ามามีบทบาทด้วย ทำให้เกิดการปฏิรูปสื่อ แล้วทำให้ประชาชนใช้สื่อได้จริงๆ

 

...........................................

(พลังพลเมืองปฏิรูปสื่อ พลังสื่อปฏิรูปประเทศ : โดย...อาภาภรณ์ ศิริ  สปร. )