
เครื่องปั่นน้ำข้าวกล้อง'ทูอินวัน'
เครื่องปั่นน้ำข้าวกล้อง 'ทูอินวัน' รวม 'ต้ม-ปั่น' ผลงานมรภ.สุรินทร์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
แม้การทำน้ำข้าวกล้องงอกจะมีวิธีการง่าย แต่ก็มีขั้นตอนที่ใช้เวลานาน ทั้งยังพบว่าในกระบวนการทำน้ำข้าวกล้องงอกแบบเดิมนั้น ยังประสบปัญหาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการกำหนดอุณหภูมิ เนื่องจากเครื่องเดิมวัดอุณหภูมิไม่ชัดเจน ปัญหาด้านขั้นตอนและกระบวนการทำ เนื่องจากการทำน้ำข้าวกล้องงอกมีหลายขั้นตอน ต้องแยกต้มและแยกปั่น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คณะนักวิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยีการผลิต คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ภายใต้การนำของ อ.เอกราช นาคนวล ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยมีแนวคิดที่จะสร้างเครื่องปั่นน้ำข้าวกล้องงอกที่มีประสิทธิภาพสามารถควบคุมอุณหภูมิในการต้มและควบคุมเวลาในการปั่นที่อยู่ในเครื่องเดียวกัน ซึ่งจะประหยัดเวลาในขั้นตอนการทำและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำข้าวกล้องงอกได้อีกด้วย
"แนวคิดที่ทำเครื่องตัวใหม่นี้ขึ้นมา เพราะเครื่องตัวเดิมกระบวนการผลิตมีปัญหา แยกต้มแยกปั่นต่างหาก ที่สำคัญยังควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ แล้วก็ไม่แยกกากด้วย แต่เครื่องนี้ทำได้เบ็ดเสร็จในเครื่องเดียว ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่กดปุ่มเพียงอย่างเดียวก็ออกมาเป็นน้ำข้าวกล้องงอก สามารถรับประทานได้เลย" อ.เอกราช ย้อนที่มาระหว่างนำผลงานเด่นมาจัดแสดงในงาน "มหกรรมวิจัยส่วนภูมิภาค" ครั้ง 1 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเครือข่ายระบบวิจัยภาคอีสาน ณ โรงแรมเซ็นทาราโฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคมที่ผ่านมา
อ.เอกราช เผยต่อว่า ส่วนวิธีการดำเนินการสร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องปั่นน้ำข้าวกล้องงอกในครั้งนี้ เริ่มจากการศึกษาข้อมูลขั้นพื้นฐานเบื้องต้นเพื่อการออกแบบและรายละเอียดต่างๆ เช่นการหาประสิทธิภาพเครื่องปั่นน้ำข้างกล้องงอก การวิเคราะห็ข้อมูลและการติดตามผล โดยมีเทคนิคง่ายๆ คือใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่ายและใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์มาควบคุมการทำงาน ทั้งการต้มและการปั่นในเครื่องเดียวกัน
สำหรับกระบวนการผลิตน้ำข้าวกล้องงอกแต่ละครั้งนั้น จะใช้ปริมาณวัตถุดิบคือข้าวกล้องงอก 980 กรัม ใช้น้ำ 1.4 ลิตร ส่วนอุณหภูมิขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการต้ม ถ้าอุณหภูมิอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียส จะใช้เวลาต้มชั่วโมงครึ่ง อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที คือถ้าต้มในอุณหภูมิที่ต่ำก็จะใช้ระยะเวลาการต้มนาน เมื่อต้มเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนการปั่น ซึ่งก็จะใช้เวลา 15 นาที แบ่งออกเป็น 3 สเต็ป สเต็ปละ 5 นาที เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตน้ำข้างกล้องงอก
"ถ้าผลิตในเชิงพาณิชย์ ใช้วัตถุดิบ 980 กรัม จะมีต้นทุนอยู่ที่ 374 บาท สามารถผลิตน้ำข้าวกล้องงอกได้ 116 ขวด ขายในราคาขวดละ 15 บาท จะได้ 1,740 บาทต่อครั้ง และการผลิตในแต่ละครั้งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที จะได้กำไร 1,366 บาท" ส่วนเครื่องตัวนี้จะมีต้นทุนอยู่ที่ 2 หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง เหมาะสำหรับนำไปใช้ในครัวเรือนหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน" นักวิจัยคนเดิมกล่าวและย้ำว่า
เครื่องตัวนี้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่สูงมาก โดยมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 2 หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง ที่สำคัญยังใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่าย เหมาะสำหรับนำไปใช้ในครัวเรือนหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและในอนาคตก็จะปรับปรุงและพัฒนาเครื่องตัวนี้ให้มีระยะเวลาการผลิตที่สั้นลงกว่าเดิมเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
เครื่องปั่นน้ำข้าวกล้องงอก นับเป็นอีกนวัตกรรมเด่นที่เป็นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ผ่านการการันตีด้วยรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2555 ก่อนจะนำไปขยายผลสู่ชุมชนที่สนใจต่อไป สนใจเครื่องปั่นน้ำข้าวกล้องงอก ติดต่อภาควิชาเทคโนโลยีการผลิต มรภ.สุรินทร์ โทร.0-4404-1555, 08-4958-6835 ในวันและเวลาราชการ
-----------------------
(เครื่องปั่นน้ำข้าวกล้อง 'ทูอินวัน' รวม 'ต้ม-ปั่น' ผลงานมรภ.สุรินทร์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



