ไลฟ์สไตล์

แต้เฮี้ยงอิ้ว...'หรอย' ระดับคหบดี

แต้เฮี้ยงอิ้ว...'หรอย' ระดับคหบดี

17 มี.ค. 2556

แต้เฮี้ยงอิ้ว...'หรอย' ระดับคหบดี : คอลัมน์ชวนชิม

                เมื่อวันก่อนมีโอกาสเดินทางไปเยือน "เมืองสงขลา" กับสายการบิน "นกแอร์" ในโปรเจกท์ "ไฟล์ แอนด์ ไรด์" บริการที่เปิดขึ้นมาเพื่อหวังเอาใจนักท่องเที่ยวซึ่งลัดฟ้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้วเกิดต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ด้วยการจัดหา "รถยนต์" ให้บริการตั้งแต่สนามบินไปจนถึงจุดหมายปลายทาง....และจากการร่วมทริปในครั้งนี้ก็ทำให้มีโอกาสได้เที่ยวชมและเที่ยวชิมของอร่อยให้เมืองนี้

                "สงขลา" แม้จะไม่หวือหวาเท่ากับ "หาดใหญ่" แต่ก็ไม่ขี้เหร่ เพราะอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เห็นชัดๆ คือ ความผสมกลมกลืนของสังคมทางด้านเชื้อสายและศาสนาอย่างลงตัว...ฉะนั้นสัปดาห์นี้อยากเล่าถึงร้านอาหารในย่านเมืองเก่าที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลย..."แต้" หรือ "แต้เฮี้ยงอิ้ว" ภาพลักษณ์อาจเห็นว่าเป็นร้านธรรมดาเพราะเปิดอยู่ภายในอาคารพาณิชย์เนื้อที่เพียงแค่สองคูหา ทว่าเรื่องความอร่อยผู้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะมาเลเซียการันตีให้เป็นอาหารรสชาติระดับ "เหลา" มิเช่นนั้นคงไม่ยืนหยัดเปิดบริการอยู่บนถนนนางงามมานานตั้งแต่ปี 2480 รวมสิริอายุอานามก็ไม่ต่ำกว่า 75 ปี นอกจากนี้ยังมีเสียงร่ำลือว่าบรรดา "คหบดี" จากหัวเมืองต่างๆ พากันเวียนแวะมาชิมไม่ได้ขาดสาย

                ไปทางใต้ที่ขาดไม่ได้คือ "ปลา" และ "ปลากระบอกทอดกรอบ" พร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติความอร่อย ไม่ว่าจะเป็นปลาตัวโตเนื้อแน่นไข่เต็มท้อง เมื่อถูกนำทอดในน้ำมันร้อนๆ จนกรอบเหลืองกำลังดี แล้วฉ่าในน้ำเต้าเจี้ยว (หนึ่งในของดีของเด่นประจำท้องถิ่นเขาล่ะ) อีกที่ให้ความเค็มเกาะมานิดๆ แต่ความหอมนั้นติดมาเต็มๆ จานนี้ไม่ต้องเสียเวลามองหาน้ำปลาหรือน้ำจิ้ม เพราะความสดใหม่ทำให้มีความหวานในเนื้อปลาเพียงพออยู่แล้ว...ถ้าได้ทดลองตักใส่ปากสักคำแล้ว ความแปลกใจเมื่อเลี้ยวซ้ายแลขวาแล้วเห็นว่าลูกค้าเกือบทุกโต๊ะเรียกหาจานที่ว่านี้จะหมดไปทันที

                ส่วนผู้นิยมรสอาหารจัดจ้านยังมีความอร่อยจากปลามาแนะนำให้เลือก อาทิ "ต้มยำแห้งปลากะพง" พรั่งพร้อมทั้งรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ตัดรสให้กลมกล่อมด้วยรสหวานนิดๆ ถึงจะชื่อว่าต้มยำแห้งทว่าก็ยังมีน้ำขลุกขลิกคลุกข้าวสวยร้อนๆ หรอยจังฮู้ หรือถ้ายังไม่สะใจจะขยับรสหนักขึ้นอีกหน่อยคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ "แกงส้มยอดมะพร้าวกับพื้นท้องปลากะพง" แซบตามแบบฉบับแดนใต้ไม่ผิดเพี้ยนให้เสียอารมณ์แม้จะขึ้นชื่อเรื่องอาหารจีน

                สำหรับผู้ไม่สันทัดอาหารรสจัดอย่าเพิ่งตระหนกตกใจไป ในร้านนี้ก็มีจานอร่อยแบบรสชาติเบาๆ เอาไว้บริการเป็นการสร้างสมดุล ไม่ว่าจะเป็น "ผักบุ้งไฟแดง" ผักบุ้งไทยผัดน้ำมันใส่เต้าเจี้ยวแบบพื้นๆ ทว่ามีเอกลักษณ์ตรงที่พ่อครัวเติมน้ำแป้งข้าวโพดลงไปส่งผลให้มีน้ำเหนียวๆ คล้ายๆ ราดหน้า แต่ว่าก็ยังอร่อยได้ ขณะที่ "เต้าหู้ราดหน้า" ก็ครบเครื่องทั้งเต้าหู้ก้อนโต หมูสับ กุ้งสับ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย จนกลายเป็นจานอร่อย เช่นเดียวกับ "ขาหมูตุ๋น" และ "ปลาหมึกผัดพริกไทย" แต่ละจานที่กล่าวมาเน้นจืดๆ มันๆ ตามสไตล์อาหารจีน ดังนั้นในรายที่ติดรสเผ็ดดุคงต้องอาศัยเครื่องปรุงเป็นตัวช่วยซะหน่อย

                นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งจานอร่อยที่เจ้าของร้านบอกว่าใครไปใครมาเป็นต้องสั่งมาชิมนั่นคือ "เนื้อปูผัดพริกขี้หนู" เนื้อปูล้วนๆ นำมาคั่วผัดกับพริกขี้หนูสวนบุบพอแหลกไม่ให้ละเอียดเกินไป ปรุงรสให้เข้ากันแบบกำลังดี และที่เห็นจะไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คืออาหารกินเล่น "ยำมะม่วงเบา" จานนี้หากยกให้มะม่วงเบาซึ่งถูกซอยจนละเอียดเป็นพระเอก ก็ต้องยกให้กุ้งแห้งป่นเป็นนางเอกด้วย เพราะเป็นส่วนผสมที่ทางร้านตั้งใจจัดให้อย่างหนักคลุกเคล้ากับหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย น้ำตาล น้ำปลา นิดหน่อย อร่อยได้ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เรียกว่า ไม่กินจานนี้ไม่ถึงร้าน "แต้" แน่ๆ เลย

                หากมีโอกาสลัดฟ้าไปเที่ยวทางภาคใต้ที่ จ.สงขลา เวลาหิวอย่าลืมนึกถึงร้านอาหาร "แต้" เขาเปิดให้บริการทุกวันถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเปิดวันละ 2 ช่วง คือเวลา 11.30-14.00 น. และเวลา 17.00-20.00 น. ถ้าไปไม่ถูกโทรศัพท์สอบถามเส้นทางได้ที่โทร.0-7431-1505

               
............................................

(แต้เฮี้ยงอิ้ว...'หรอย' ระดับคหบดี : คอลัมน์ชวนชิม)