ไลฟ์สไตล์

'สไตล์ไทยใหม่'

'สไตล์ไทยใหม่'

16 มี.ค. 2556

'สไตล์ไทยใหม่'(MODERN CONTEMPORARY THAIS STYLE) : คลีนิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

          อีกไม่นานแล้วนะครับจะถึงเวลาของการเปิด “เสรีอาเซียน” จะส่งผลให้ความ “ทันสมัย” ต่างๆ ไหลหลากเข้ามาท่วมทุ่ง “รวงทอง” ของ “ศิลปวัฒนธรรมการกินอยู่” ของบ้านเราอีกระลอก นี่ขนาดยังไม่เปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปในช่วงระยะเวลาย้อนหลังเพียงไม่กี่ปี ความ “ทันสมัย” จากทั่วทุกสารทิศก็ไหลทะลักเข้ามาในบ้านเรา เป็นผลให้ “วิถีการกินอยู่” ของคนไทย ที่มี “เอกลักษณ์” เฉพาะตัวแบบไทย อันเป็นมรดกทาง “วัฒนธรรมแบบไทย” ที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปีต้องมีอันล่มสลายลง ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับที่เราไม่สามารถอนุรักษ์,สืบสานและพัฒนาบรรดา “ของดี มีอยู่” ที่เป็นของเราได้ เพราะโลกในอนาคตจะกลายสภาพเป็นโลกของ “วัฒนธรรมเดี่ยว” (MONO CULTURE) ที่คล้ายกันทั้งโลก และในที่สุดก็จะมีภาษาเดียวที่ใช้ทั่วโลก 
 
          เห็นจะจริงนะครับ เพราะในปัจจุบันโลกทั้งใบถูกเชื่อมโยงเรียงร้อยเข้าด้วยกันด้วยภาษา “สากล” คือ ภาษา “เลขฐานสอง”  ของระบบ “คอมพิวเตอร์” โดยผ่านเครือข่าย “อินเตอร์เน็ต” เป็นผลให้เมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่งก็สามารถรับรู้ได้ภายในช่วงเสี้ยววินาที (ก็ทำเอาระบบการสื่อสารแบบเดิมๆ เช่น “โทรเลข” ที่เคยใช้ในการส่งต่อข่าวสารต้องล้าสมัยและเลิกใช้โดยพลัน) นอกจากนั้น “วัฒนธรรมเดี่ยว”  ยัง “ครอบ” คนทั้งโลกให้มีวิถีชีวิตที่คล้ายกัน  แต่งตัวคล้ายกันใส่สูทผูกเน็กไท หรือ ใส่กางเกงยีนส์,  T-Shirt ฯลฯ เหมือนกัน   ทานอาหารประเภท “แดกด่วน”  หรือ “ฟาสฟูดส์” คล้ายๆ กัน  ไม่ว่าจะเป็น แฮมเบอร์เกอร์, พิซซ่า, แซนวิช, สปาเก็ตตี้ ฯลฯ คล้ายๆ กันจนเกิดเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบกัน ฟังเพลงคล้ายๆ กัน ร้องเพลงโดยใช้ภาษาคล้ายคลึงกัน  ก็เกิดเป็นกระแส  “วัฒนธรรมเดี่ยว” แพร่ระบาดกันไปทั่วทั้งโลก
 
          นอกจากนั้น อิทธิพลของความ “ทันสมัย” ยังสะท้อนให้เห็นชัดเจนในรูปแบบของอาคารบ้านเรือนเช่นกัน  แต่จะว่าไปแล้วคงต้องยอมรับนะครับว่า ในโลกของความเป็นจริงคงปฏิเสธความ “ทันสมัย” ไม่ได้ เพราะเป็น “กระแสโลก” แต่สามารถเลือกรับได้ครับ ดังนั้น เมื่อเราจำเป็นจะต้องเปิดประเทศสู่ความทันสมัยที่มาพร้อมกับ  “AEC” (การค้าเสรี  “ฟรีเทรดโซน”) ของ  “อาเซียน”  จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกที่จะรับและกล้าที่จะปฏิเสธ  ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่  5   เมื่อครั้ง “สยามประเทศ” กำลังเผชิญหน้ากับ “การล่าอาณานิคม” ของชาติตะวันตก ในสถานการณ์วิกฤติถึงขั้นอาจต้องสูญเสีย “เอกราช” เช่นนี้ “พระพุทธเจ้าหลวง” ทรงมีพระราชดำริว่าจำเป็นที่จะต้อง “เปิดประเทศ” และจำเป็นที่จะต้องพัฒนา “สยามประเทศ” ให้ก้าวสู่ความ “ทันสมัย”  ให้เป็นบ้านเมือง “ศิวิไลซ์”  ที่ไม่น้อยหน้าชาวตะวันตก
 
          ดังนั้น ท่านทรงเลือกเอาความเจริญและความทันสมัยที่เป็นประโยชน์ต่างๆ มากมายจากยุโรป  รวมทั้งวิถีการกินการอยู่แบบตะวันตก นำมาผสมผสานกับวิถีการกินอยู่อย่างไทยอย่างรู้เท่าทัน ตัวอย่างที่คลาสสิคของสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์คือ “พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท”  ใน “พระบรมมหาราชวัง”  ซึ่งเป็นสไตล์ยุโรป “คลาสสิค” ที่มีรากมาจากศิลป “ยุคฟื้นฟูวิทยาการ” ที่ในทางเทคนิคสถาปัตยกรรมเรียกว่า “เรอเนซองส์” (Renaissance) ที่มีกลิ่นอายของ “บารอร์ค”  (BAROQUE)  ผสมผสานอยู่ 
 
          แต่ที่น่าสนใจคือหลังคาของสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยมนี้กลับทำเป็นทรงหลังคาไทยแบบ “มณฑป” ทรง “จอมแห” ครอบทับไว้อีกทีหนึ่ง  ผู้ที่เป็น “แม่งาน” สนองพระบรมราชโองการ คือ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  ซึ่งเป็น “นายช่างใหญ่” แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ในสมัยนั้น นำเอาความ “ทันสมัย” แบบยุโรปมาผสมผสานกับ “ความเป็นไทย” ได้อย่าง “กลมกลืน” และ “ลงตัว” กลายเป็น “สไตล์ไทยใหม่”  ที่พัฒนาต่อยอด นำ “ของดี  มีอยู่”  ที่มี  “รากเหง้า” มาจากของเดิมแล้วนำเอาความ “ทันสมัย” ในยุคนั้นๆ เข้าไปคลุกเคล้า  เปรียบเหมือนเป็นการปรุงอาหารเพื่อให้มีรสกลมกล่อม ทั้งเปรี้ยว หวาน  มัน  เค็ม  มีครบทุกรส ก่อให้เกิดเป็น “เอกลักษณ์” อันเป็น “อัตลักษณ์” ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีชาติใดเหมือนและก็ไม่เหมือนชาติใดครับ 
 
          จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการเตรียมอาหารไทยนั่นแหละครับ ที่พิถีพิถันปรุงอย่างสุดฝีมือโดยคนไทย จนเป็นที่กล่าวขานกันไกลไปทั่วโลกถึงความอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  แนวคิดสไตล์ “ไทยใหม่” ก็เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายของผมในหัวข้อ “อสังหาฯ+บูรณาการ” เป็นการสร้าง “เอกลักษณ์”  ที่ทำให้สามารถจดจำได้ และยิ่งได้รับรู้ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “วัฒนธรรมแบบเดี่ยว”  ซึ่งเหมือนกันทั้งโลก ก็ยิ่งจะต้องไม่เดินตามก้นลอกเลียนแบบฝรั่ง เกาหลี  ญี่ปุ่น  ฯลฯ  ต้องเป็นตัวของตัวเองครับ
........................
(หมายเหตุ 'สไตล์ไทยใหม่'(MODERN CONTEMPORARY THAIS STYLE) : คลีนิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)