ไลฟ์สไตล์

เทนนิสเสริมแนวคิดบริหารของ'แชมป์'

เทนนิสเสริมแนวคิดบริหารของ'แชมป์'

16 มี.ค. 2556

เทนนิส เสริมแนวคิดบริหาร ของ'แชมป์'วรอัศว์ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง /ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ : ภาพ /อนันต์ จันทรสูตร์

               "เรื่องกีฬาหลายครั้งที่เล่นต้องอาศัยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าตอนนี้เราตกเป็นรองอยู่ควรทำยังไงต่อ เดินหน้าลุยหรือถอย จะรุกให้หนักขึ้นหรือถอยให้คู่แข่งตายใจ ก็สามารถนำกลับเอาไปใช้กับธุรกิจได้..."

               เคยนับกันหรือไม่ว่าภายในเวลา 24 ชม. เราสามารถทำให้ตัวเองมีความสุขได้กี่เรื่อง แน่นอนว่าความสุขอาจไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ความสามารถในการจัดสรรเวลาให้มีค่าเป็นเรื่องที่เหล่าคนทำงานยุคใหม่กำลังให้ความสำคัญ เหมือนกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง "แชมป์" วรอัศว์ ฉัตรวัฒนลักษณ์ ที่สารภาพว่าด้วยความเป็นคนหัวการค้ามาตั้งแต่เด็ก วันนี้ในวัย 30 ต้นๆ จึงกลายเป็นคนรุ่นใหม่ที่ฉวยโอกาสแทบทุกอย่างให้เป็นเงิน และเป็นมนุษย์ทำงานเต็มเวลากับการบริหารกิจการหลายอย่างภายในวันเดียว แต่ถึงกระนั้นก็สามารถมอบเวลาแห่งความสุขให้ตัวเองได้อย่างลงตัวด้วยกีฬาสุดโปรด

               พูดไปแล้วอาจนึกภาพไม่ออก เจ้าตัวจึงพาเราไปยังที่พักในคอนโดมิเนียม ย่านพระราม 3 ซึ่งพร้อมสรรพไปด้วยโรงยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ สนามบาสเกตบอล โดยเฉพาะสนามเทนนิสขนาดมาตรฐาน โดยหนุ่มแชมป์ซึ่งอยู่ในชุดกีฬาพร้อมลุยบอกว่า เจ้าลูกสักหลาดนี่แหละคือกีฬาที่รักและขาดไม่ได้ เป็นเทคนิคการผ่อนคลายจิตใจที่ใช้มาตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนวอร์มอัพร่างกายเบาๆ ด้วยการขยับมือตีลูกแบ็กแฮนด์ โฟร์แฮนด์ ใส่กำแพงไปมาระหว่างรอเพื่อนๆ มาร่วมสนุกกัน      

               "ผมเริ่มเล่นมาตั้งแต่มัธยมต้น เล่นกับน้องและญาติๆ ไม่ได้จริงจังมาก แต่พอช่วงมัธยมปลายได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก็จะมีเพื่อนที่เป็นโควตานักกีฬาตามเขต ตามจังหวัดเยอะ พอวันเสาร์อาทิตย์ช่วงเช้าก็จะไปตีเล่นกับเขาเกือบทุกอาทิตย์เหมือนเป็นมือสมัครเล่นที่ไปเล่นอยู่กับพวกมืออาชีพ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยต่างคนก็ต่างแยกย้ายไป ผมไปเรียนสายบริหารธุรกิจ (ปริญญาตรีที่ อินเตอร์เนชั่นเนล คอลเลจ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ) ก็ไม่ค่อยได้เล่นต่อเนื่อง จึงดูแลสุขภาพด้วยการเล่นฟิตเนสแทน แต่ช่วงหลังมาเริ่มเบื่อมากเพราะใช้เวลาการเดินทางนาน คือเลิกงาน 5 โมงเย็น ขับรถจากออฟฟิศแถวดิโอสยาม พลาซ่า ไปฟิตเนสแถวพระราม 3 ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงกว่าจะถึง เลยคิดว่าเราเริ่มรู้สึกเหนื่อยและเสียเวลากับการเดินทางมากไป จึงเปลี่ยนมาเล่นที่คอนโดนี่แหละแต่สุดท้ายก็รู้สึกจำเจ หันมารื้อฟื้นกิจกรรมที่ต้องเล่นกันหลายๆ คนดีกว่า เมื่อ 2 ปีก่อน จึงชวนเพื่อนกลุ่มที่ชอบตีเทนนิสทั้งข้างนอกและที่อยู่ในคอนโดเดียวกันมาเล่นกันใหม่ที่นี่ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 3-4 วันได้สบายๆ เลย" หนุ่มนักบริหาร เล่าถึงการจัดการเวลางานและกีฬาที่รัก

               เล่าจบก็ถึงเวลาเริ่มเกม เสียงหวดแร็กเก็ตดังขึ้นจากเบาๆ จนกลายเป็นการโต้ตอบที่แรงขึ้น แต่ไม่มีกดดัน หนุ่มแชมป์ยังมีรอยยิ้มให้เห็นทุกครั้งไม่ว่าลูกจะดีหรือเสีย อาจเพราะเป็นการเล่นสบายๆ ไม่ได้แข่งขันและใช้เทคนิคอะไรมาก ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเทนนิสเป็นกีฬาที่มีการตอบสนอง ต่างกับฟิตเนสที่เป็นกิจกรรมเล่นคนเดียว ระหว่างโต้กันต่างคนต้องคิดตลอดว่าจะตีแบบไหน ตีลงตรงไหน เช่น จะตีลูกท็อปสปิน ให้ลูกหมุนไปแรงๆ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามตอบโต้กลับยาก หรือตีแบบอื่นๆ ให้ฝั่งตรงข้ามตีกลับมาแล้วลูกออก ซึ่งมีความหลากหลาย เรียนรู้มากก็จะสนุก และฝึกการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยู่เรื่อยๆ 

               "ผมเน้นเล่นเพื่อความสนุกและสุขภาพ เพราะเราเป็นคนที่ทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานนานมาก หนึ่งวันจะนั่งอยู่กับตัวอักษร หรือคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ช่วงหัวไหล่ หลัง เอว สะโพก ไม่ได้ใช้งานเลย เราใช้ข้อมือในการทำงานมากที่สุด พอระยะเวลาผ่านไปนานๆ  อวัยวะพวกนี้ก็ใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ ติดขัดเจ็บปวดขึ้นมาเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมไป ดังนั้น เทนนิสก็เป็นกีฬาที่ใช้หัวไหล่เยอะ ใช้เอวมากเพราะต้องบิดตัวไปมา ใช้แรงที่เกิดจากการบิดตัวที่หลังเยอะสามารถให้กล้ามเนื้อทดแทนช่วงเวลาที่เราไม่ได้บิดตัวระหว่างทำงานได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ น้อยกว่าเวลางานก็ตาม

               อุบัติเหตุก็มีบ้าง บางทีเราก็วิ่งแล้วชนเสาเลย เพราะใจจดใจจ่อกับลูกเทนนิสที่ลอยมา ดังนั้นกีฬาทำให้เราต้องมีสติ มีไหวพริบตลอด สนใจสิ่งรอบตัวด้วย ส่วนเรื่องเคล็ดขัดยอกจะเป็นไม่หนักมากเพราะอย่างที่บอกว่าเรานั่งอยู่ท่าเดียวทั้งวันกล้ามเนื้อไม่ตื่นตัว ไม่ยืดหยุ่น พอใช้แรงมากก็จะปวดระบมง่าย ส่วนตัวเลยจะอบอุ่นร่างหายเยอะๆ ก่อน โดยใช้วิธีเดินเร็วๆ วนไปมาสัก 20 นาที ไม่ถึงขั้นวิ่งเพราะเป็นการตัดกำลังของเรา อาจจะมีการหวดไม้เปล่าๆ ไปด้วย ช่วยเรื่องหัวไหล่ เริ่มเล่นจากส่งรับลูกไปมาก่อน ให้เราได้วอร์มทุกส่วนทั้งแขนขา การบิดตัว แล้วค่อยเพิ่มลูกหวดแรงขึ้นเรื่อยๆ" หนุ่มแชมป์ เน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ได้ และวิธีป้องกันอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา 

               ทุกวันนี้เขาต้องทุ่มเทเกิน 50 เปอร์เซ็นต่อวันกับตำแหน่งหลักคือ ประธานบริหารห้างหุ้นส่วนสามัญเพชรเจ้าพระยา นำเข้าอัญมณีจากทั่วโลกมาให้ผู้ค้าคนไทยได้นำไปแปรรูปอีกทอด พ่วงด้วยการเปิดฟาร์มปลากระเบนน้ำจืด บริษัทรับจัดงานแสดงสินค้า นำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ดัง อีกมากมาย จนเจ้าตัวบอกว่าเพราะเป็นคนฉวยโอกาสเก่ง จึงไม่ยอมอยู่เฉย เห็นอะไรผ่านมือก็คว้าไว้ตลอด นับตั้งแต่เด็กที่เริ่มพิมพ์ยางปูนปาสเตอร์ขายกับสีน้ำ และขายหนังสือการ์ตูนมือสอง เรื่อยๆ ไปจนถึงค้าขายเพชรในปัจจุบัน ดังนั้นเวลาของการเล่นสนุกและการกีฬาจึงมีน้อยมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็จัดสรรให้ลงตัวได้ไม่เคยให้ขาดหายไป แถมยังนำหลักการแข่งขันมาใช้กับเกมธุรกิจของตัวเองได้อีกด้วย 

               "เรื่องกีฬาหลายครั้งที่เล่นต้องอาศัยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าตอนนี้เราตกเป็นรองอยู่ควรทำยังไงต่อ เดินหน้าลุยหรือถอย จะรุกให้หนักขึ้นหรือถอยให้คู่แข่งตายใจ ก็สามารถนำกลับเอาไปใช้กับธุรกิจได้ ตอนนี้ธุรกิจเราอยู่ในสภาพใด ควรชะลอเพื่อให้คู่แข่งเติบโตไปก่อนแล้วคอยหากลยุทธ์เพื่อเข้าไปต่อสู้ก็จะทำคล้ายๆ กัน ทั้งการเอาชนะเชิงกีฬาและเชิงธุรกิจ สามารถผลัดเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา รวมไปถึงเรื่องมิตรภาพที่ทำให้เราได้เพื่อน รู้จักให้ความเป็นกันเองกับคนรอบข้าง รวมถึงพนักงานในบริษัทเราก็ดูแลเหมือนเพื่อน ผมจะเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาดแต่ไม่ดุ คุยกันได้สบายๆ เขาก็จะผูกพันกับเรา ให้ผลงานที่ดีกับเราคืนมา" พ่อค้าเพชรหน้าใส บอกถึงเคล็ดลับเล็กๆ กับการจัดการบริหาร

               เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนคนบ้างาน แต่ยังรักการดูแลตัวเองอยู่เสมอ หลายคนเห็นแล้วอาจบอกว่ายากสำหรับการเริ่มต้นแบ่งส่วนเวลางานมาให้กิจกรรมยามว่าง แต่ถ้าทำได้ไม่เพียงแต่สุขภาพที่ดีขึ้น เรื่องจิตใจก็แจ่มใส ทำอะไรก็ราบรื่นเหมือนกับหนุ่มแชมป์เขาเลยล่ะ 

 

..........................................

(เทนนิส เสริมแนวคิดบริหาร ของ'แชมป์'วรอัศว์ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง /ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ : ภาพ  /อนันต์ จันทรสูตร์)