ไลฟ์สไตล์

'กลุ่มรักเพศเดียวกัน'ดันพรบ.คู่ชีวิต

'กลุ่มรักเพศเดียวกัน'ดันพรบ.คู่ชีวิต

15 มี.ค. 2556

'กลุ่มรักเพศเดียวกัน'ล่าชื่อ1.5หมื่น ดัน พรบ.คู่ชีวิต ด้าน'นที'โดดร่วมหนุนด้วย ย้ำสร้างความเสมอภาคทางเพศให้เกิดขึ้น

              15 มี.ค.56 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิผู้สูงอายุ ผู้พิการ บุคคลหลากหลายทางเพศ และการสาธารณสุข จัดเวทีสาธารณะ เรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... ให้สิทธิจริงหรือ ? ” เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นจากบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะของกลุ่มบุคคลที่มีความเปราะบางต่อร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. ...พร้อมทั้งรวบรวมและจัดทำเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรับรองสถานะคู่ชีวิตเสนอต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป

               นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันนี้คู่ชีวิตเพศเดียวกันมีจำนวนมากขึ้น เหมือนกับการใช้ชีวิตคู่ของหญิงชาย แต่สภาพของคู่ชีวิตเพศเดียวกันไม่มีกฎหมายรองรับไว้ ทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการคุ้มครองต่างกฎหมาย ทั้งเรื่องสิทธิและหน้าที่อันพึงมีพึงได้ ซึ่งขัดต่อสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน ดังนั้น ในฐานะกรรมการสิทธิมนุษยชน ถือว่าเรื่องการผลักดัน พรบ.คู่ชีวิต พ.ศ. ...เป็นอีกเรื่องหนึ่งเรื่องในประวัติศาสตร์ไทย ที่จะสร้างสิทธิมนุษยชนให้เกิดขึ้นกับคนทุกเพศ ซึ่งเป็นสิ่งที่พึงมี หากเรื่องนี้ไม่สามารถออกเป็นกฎหมายได้ เรื่องอื่นๆก็เป็นเรื่องยากมากที่จะผลักดัน ดังนั้น ยืนยันว่าตนจะช่วยผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่

               ด้าน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ร่าง พรบ.คู่ชีวิต พ.ศ. ...แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการนำร่าง พรบ.ดังกล่าวในการจัดทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 4 ครั้ง 4 จังหวัดและใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และวิทยาลัยพาณิชยการ โดยข้อสรุปในขณะนั้นกว่า 80% เห็นด้วยให้มี พรบ. ดังกล่าว โดยตนได้เสนอว่า ภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรจะมาร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ร่าง พรบ.ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ที่สุด และควรจะมีการรวบรวมรายชื่ออย่างน้อย 15,000 ชื่อ เพื่อนำเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอพิจารราเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้ตนจะชะลอการยื่นเสนอต่อรัฐสภาไว้ก่อน เพื่อรอให้ได้รายชื่อสนับสนุนร่าง พรบ.คู่ชีวิตครบทั้ง 15,000 ชื่อ เพื่อจะได้เพิ่มน้ำหนักในการพิจารณา

               “ ปัญหาอุปสรรค์สำหรับร่าง พรบ.คู่ชีวิตนั้น ผมมองว่า ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย มีแต่ผู้ที่มีอายุมาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะเข้าใจยาก และมีคำถามมากมายกับ พรบ.นี้ จึงคิดว่าปัญหานี้มีทางออกโดยหากได้ร่ายชื่อทั้ง 15,000 ชื่อมา ในจำนวนนี้ก็สามารถแต่งตั้ง ให้เป็นคณะอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งที่จะสามารถเข้ามาพิจารณาให้ความเห็นร่วม คู่ขนานกับคณะกรรมาธิการชุดที่พิจารณาเรื่องนี้ได้ด้วย ก็จะทำให้ พรบ.นี้มีน้ำหนักมากขึ้นที่จะได้รับการพิจารราและผลักดันเป็นกฎหมายได้เร็วขึ้น” นายวิรัตน์ กล่าว

               นายนที โรจนะธีรพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวว่า การมี พรบ.คู่ชีวิต จะสร้างความเสมอภาคทางเพศให้เกิดขึ้นจริง เพราะกว่า 30 ประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็มีกฎหมายรองรับกับเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ในส่วนของประเทศไทยก็ควรจะเป็นผู้ริเริ่มมีกฎหมายนี้ก่อนที่จะเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเราต้องเป็นผู้นำประเทศอื่นในอาเซียน เพราะเรื่องนี้ตนถือว่าเป็นความงดงาม และเป็นความภาคภูมิใจที่จะบอกกับกับสังคมโลกได้ว่า ประเทศไทยมีความเป็นอารย และเป็นประเทศที่เจริญแล้ว เพราะเขาเข้าใจในสิทธิของมนุษย์

               ด้าน นายรัตนวัฒน์ จันทร์อำนวยสุข GATE - Global Action for Trans* Equality กล่าวว่า ประเทศอังกฤษมีกฎหมายที่ประนีประนอมในเรื่องของการจดทะเบียนคู่ชีวิต หรือ เพศเดียวกันที่เป็นคู่ชีวิตกันมานยานแล้ว เพราะเข้ามองเรื่องของความต้องการของประชาชนในประเทศที่ กว่า 60% หรือครึ่งหนึ่งของประเทศอังกฤษเห็นด้วยให้มีกฎหมายดังกล่าว แต่ในเงื่อนไขของเขายังมีหลายอย่างที่ไม่ครอบคลุมในเรื่องของสิทธิมากเท่ากับร่าง พรบ.คู่ชีวิต ที่ประเทศไทยกำลังจะผลักดันในเกิดขึ้น เพราะ พรบ.คู่ชีวิต เราไม่ได้มองแค่เรื่องของความรักที่เราจะแสดงต่อคู่รัก หรือ เรื่องของความรู้สึกและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิในด้านอื่นๆในฐานะคู่ชีวิต ที่ไม่ต่างกับคู่สมรส ที่เป็นผู้ชายกับผู้หญิง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการรักษาสิทธิของตัวเอาในฐานะที่เป็นคู่ชีวิตกันมา แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เช่น กรณีที่คู่ชีวิตเจ็บป่วย ก็มีสิทธิในการเซ็นต์รักษา และมีสิทธิในทุกๆเรื่อง ในฐานะคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา แต่ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ เราก็ไม่มีสิทธิใดๆ เลย

               น.ส.อัญชนา สุวรรณานนท์ กลุ่มอัญจารี ในฐานะผู้ร่วร่าง พรบ.คู่ชีวิต กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นเรื่องของสิทธิที่คู่รักเกย์ เลสเบี้ยนเข้าไม่ถึง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการจะทะเบียน หรือไม่จดทะเบียนคู่ชีวิต แต่ยังรวมถึงเรื่องของสิทธิต่างๆทางกฎหมายด้วยเช่น ถ้ามีการจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้ว ก็จะสามารถมีสิทธิในการลดหย่อยภาษี หากผู้นั้นมีคู่สมรส หรือ คู่ชีวิต สามารถลดหน่อยภาษีได้ สิทธิในสินสมรส ถ้าก่อร่างสร้างตัวด้วยกันมา เมื่อเกิดกรณีที่ต้องหย่าร้างก็มีสิทธิในการแบ่งทรัพย์สินได้ นอกจากนี้ยังมีสิทธิด้านการรักษาพยาบาลและการได้รับสวัสดิการ เช่นหากคู่ชีวิตเป็นข้าราชการ อีกคนหนึ่งก็จะมีสิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ถ้ามีการจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้ว และมีสิทธิในการตัดสินใจรักษาพยาบาลด้วย

               “ถ้าคู่ชีวิตมีการจะทะเบียนกัน เมื่อเกิดกรณีที่คนหนึ่งต้องเสียชีวิตลง ก็จะมีสิทธิในการไปรับศพ และจัดการเรื่องต่างๆได้ ซึ่งที่ผ่านมา ปัญหาที่พบในผู้ที่รักเพศเดียวกัน ก็จะพบว่าไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย แม้ว่าจะอยู่กินกันมาเป็นคู่ชีวิตกี่ปีก็ตาม และต้องกายเป็นคนอื่นในสายตาของกฎหมายและสังคม หากกฎหมายฉบับนี้สามารถผลักดันและนำมาบังคับใช้ นอกจากนี้ทำให้คู่ชีวิตมีสิทธิ เสมือนกับผู้สมรสแล้ว เชื่อว่ากลุ่มรักเพศเดียวกันก็จะได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น และได้รับการยอมรับจากครอบครัวมากขึ้นด้วย” น.ส.อัญชนา กล่าว