ไลฟ์สไตล์

สพฐ.เตรียมประชาพิจารณ์เกณฑ์พิจารณานร.ม.3เรียนต่อ ม.4

สพฐ.เตรียมประชาพิจารณ์เกณฑ์พิจารณานร.ม.3เรียนต่อ ม.4

02 มิ.ย. 2552

สพฐ.เตรียมประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นนำมาสร้างเกณฑ์พิจารณานร.ม.3เรียนต่อ ม.4 ที่ไม่อิงกับผลการเรียนของเด็ก หนักใจต้องหาวิธีใหม่ที่ยังสามารถกรุต้นเด็กตั้งใจเรียนและมีความเป็นธรรมสำหรับร.ร.ที่จำเป็นต้องคัดเด็กออกเพราะเปิดม.ปลายน้อยกว่า ม.ต้น

 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2552  คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ สพฐ. ได้เชิญ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน มาหารือร่วมกันถึงเรื่องการสร้างเกณฑ์สำหรับพิจารณานักเรียนมัธยมปีที่ 3 เรียนต่อ ม.4 ทั้งนี้เนื่องจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาศึกษาธิการ(ศธ.) มีนโยบายให้ทุกร.ร.ยกเลิกระบบคัดทิ้งนักเรียน ม.3 ที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ร.ร.กำหนดไว้ร.ร.จะต้องรับนักเรียน ม.3 ของตัวเองทุกคนเรียนต่อม.4 โดยไม่พิจารณาผลการเรียน

 เลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า นโยบายดังกล่าวของรมว.ศธ.มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางในที่ประชุมเพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจของสาธารณชน ซึ่งก็ต้องหาทางออกที่เหมาะสม แต่เหตุผลที่โรงเรียนต้องนำผลการเรียนมาใช้ในการตัดสินอนาคตว่า เด็กจะได้เรียนต่อม.ปลายหรือไม่ เพราะถูกกดดันจากการที่จำนวนห้องเรียนในระดับม.ปลาย น้อยกว่า ม.ต้น จำเป็นต้องคัดเลือกนักเรียนออกไปจำนวนหนึ่งและวิธีง่ายสุด คือ การใช้คะแนนผลการเรียนเป็นตัวตัดสิน

 คุณหญิงกษมา กล่าวต่อไปว่า  ผลประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เกณฑ์การพิจารณานักเรียน ม.3 เรียนต่อ ม.4 ที่จะสร้างขึ้นมานั้น ต้องให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและผู้บริหารโรงเรียน มีส่วนร่วมเสนอแนะความคิดเห็นด้วย ขณะเดียวกันเกณฑ์การคัดเลือกต้องยึดหลักความเป็นธรรม เหมาะสมและผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้โรงเรียนต่างๆ ปรัปบรุงระบบแนะแนวนักเรียนเรียนต่อให้เข้มข้นขึ้นซึ่งจะช่วยลดปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะจัดประชุมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ปกครอง ในเรื่องดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ ประมาณ 2-3 ครั้ง ก่อนสรุปเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) อีกครั้ง ภายใน 2 เดือน

 “เรื่องยกเลิกการใช้ผลการเรียน ตัดสินว่าเด็กจะได้เรียนต่อหรือไม่นั้น เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการ เพราะ รมว. ศธ. ต้องการคลายปัญหา ที่ ผู้ปกครอง มีความกดดันในเรื่องนี้ แต่ระบบใหม่ที่สร้างขึ้นมาใช้แทนนั้น ก็ต้องสามารถจูงใจให้นักเรียนตั้งใจเรียนด้วย มิเช่นนั้น หากเด็กคิดว่าอย่างไรก็มีที่เรียน ก็จะทำให้เด็กไม่ตั้งใจเรียน นอกจากนั้น ผลการประเมินคุณภาพภายนอกจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเน้นวัดที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่กดดัน ให้โรงเรียนไม่อยากรับเด็กที่เรียนอ่อน เพราะฉะนั้น ระบบประเมินคุณภาพภายนอก ก็จะต้องปรับปรุงให้มีการจูงใจ โรงเรียนรับเด็กที่เรียนอ่อนด้วย ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว