
'เรือนผักกูด'อุทยานผักพื้นบ้าน
'เรือนผักกูด' อุทยานผักพื้นบ้าน ปั้นเศรษฐกิจชุมชน อ.ช้างกลาง : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ
แนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอ” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ช่วยส่องทางสร้างชีวิตให้พสกนิกรทั่วหล้าที่ได้ก้าวเดินตามรอยพ่อเพื่อดำเนินชีวิตจนสามารถประสบกับความสุขมากมายถ้วนหน้าในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฉกเช่นเดียวกับ “กิตติ เจริญพานิช” หนุ่มใหญ่จาก อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ที่ผันตัวจากแวดวงธุรกิจ
ด้วยการหันมาศึกษาแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนา ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เน้นการแบ่งปัน เกื้อกูลชุมชน สังคมและเครือข่าย ภายใต้แนวความคิด “สร้างเศรษฐกิจชุมชน เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการบริโภคพืช ผัก ดอกไม้ธรรมชาติ” ภายใต้ชื่อ “เรือนผักกูด”
จากจุดเริ่มต้นด้วยการหยิบเอาสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนโดยเฉพาะพืชผักท้องถิ่น มาปรุงเป็นเมนูอาหารเพื่อจำหน่ายควบคู่กับการให้บริการด้านที่พักสำหรับนักเดินทางบนถนนนครศรีธรรมราช-จันดี สาย 4015 หลักกิโลเมตรที่ 27 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช จนในที่สุดของอร่อยที่ปรุงขึ้นด้วยไอเดียบวกกับวัตถุดิบที่มีเฉพาะท้องที่ได้กลายเป็นกับข้าวจานโปรดชนิดถูกปากถูกใจนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะเมนูจาก “ผักกูด” อาทิ “ยำผักกูด” “ราดหน้าผักกูด” ซึ่งผักกูดเป็นพืชที่มีอยู่ในชุมชนแต่ชาวบ้านไม่เห็นค่า ขณะเดียวกันเมื่อถูกนำมาปรุงอาหารจนกลายเป็นที่ถูกใจนักชิมทำให้ผักกูดกลับมาอยู่ในความสนใจจนชาวบ้านต้องอนุรักษ์ เพราะสามารถขายได้ราคานั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ดัดแปลงจากพืชท้องถิ่นมาเป็นอาหารจานเด็ดเช่น “คั่วกลิ้งเห็ดแครง” ซึ่งเป็นเห็ดที่มีเฉพาะภาคใต้ จะขึ้นอยู่ที่บริเวณไม้ยางที่มีความชื้น โดยก่อนหน้านี้เป็นเห็ดที่แทบไร้ค่าไม่มีราคา แต่ปัจจุบันชาวบ้านหันมาเก็บขายสนนราคากิโลกรัมละหลายร้อยบาท ขณะเดียวกันยังนำเอาส่วนต่างๆ ของกล้วยมาปรุงอาหาร เช่น “ลาบหยวก” “แหนมหัวปลี” “ไข่เจียวหัวปลี” เป็นต้น
โดยเรือนผักกูดแห่งนี้ได้ถูกขนานนามให้เป็น “อุทยานอาหารผักพื้นบ้าน” เพราะนอกจากมีเมนูที่ปรุงแต่งด้วยผักพื้นที่มากกว่า 100 เมนูแล้ว ยังเป็นเครือข่ายพืช ผักพื้นบ้านที่มีเกษตรกร ชาวบ้านเข้าร่วมจนทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มมากขึ้น กระทั่งกลายเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ การพึ่งพาตนเอง การพัฒนา การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กิตติ บอกว่า การสร้างเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการบริโภคพืชผักดอกไม้ธรรมชาติ ใช้ แนวความคิดในการนำพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาปรุงเป็นอาหารจานหลักจนเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ทำให้เกิดกระแสอาหารเพื่อสุขภาพจนทำให้ชุมชนมีความคิดที่จะรักษาพืชผักจำพวกนี้ไว้
เนื่องจากวันนี้กลายเป็นผักที่ก่อให้เกิดรายได้ และผลพลอยได้อีกด้านหนึ่ง คือ มีการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น งดการใช้ยาฆ่าหญ้า โดยสิ้นเชิง โดยหันมาใช้แรงงานคนในการกำจัดวัชพืชแทน และเน้นการลงทุนน้อย แต่สร้างความแปลกและแตกต่าง โดยการพึ่งพาตนเองมากที่สุด จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มจากการปลูกและอนุรักษ์ผักท้องถิ่นเพื่อนำมาขาย นอกเหนือจากมีรายได้จากการกรีดยางและทำสวนผลไม้เป็นหลัก
“หลักง่ายๆ คือเราและชาวบ้านอยู่ร่วมกันได้ด้วยอุดมการณ์เดียวกันนั่น คือการขายพืช ผัก และดอกไม้ท้องถิ่นให้ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว หรือคนที่มาเยือนเรือนผักกูด ดังนั้นชุมชนแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางทางการเรียนรู้เรื่องพืชผักและดอกไม้ท้องถิ่นควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งสร้างรายทางเศรษฐกิจของชุมชนไปโดยปริยาย” นายกิตติ กล่าวทิ้งท้าย
--------------------
('เรือนผักกูด' อุทยานผักพื้นบ้าน ปั้นเศรษฐกิจชุมชน อ.ช้างกลาง : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)



