ไลฟ์สไตล์

ฮือฮา!พบพระลากโบราณอายุกว่า100ปี

ฮือฮา!พบพระลากโบราณอายุกว่า100ปี

11 มี.ค. 2556

ชาวบ้านพบพระลากโบราณ อายุกว่า 100 ปี ทิ้งอยู่ริมคลอง เชื่อคนร้ายขโมยจากวัดแล้วนำไปทิ้ง ก่อนศิลปากรที่ 14 รุดพิสูจน์

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีข่าวแพร่สะพัดถึงการพบพระพุทธรูปโบราณในลำคลองห้วย ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงเข้าตรวจสอบพบว่า มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมามุงดูพระพุทธรูป และได้มีการจุดธูปเทียนกราบไหว้บูชา ด้วยความศรัทธาและดีใจ

               สำหรับลักษณะพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวนั้น เป็นพระยืนปางอุ้มบาตรองค์สีทอง เป็นไม้เนื้อแข็งทั้งองค์ มีความสูง 132 ซม.กว้าง 28 ซม.โดยที่แขนด้านขวานั้นมีรอยหักชำรุด ต่อมามีนายอานัต บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นำเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบเพื่อทำประวัติพบว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี

               ส่วนผู้พบพระพุทธรูปองค์นี้ คือ นายธงชัย ใจเรือง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/3 ม.7 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว กล่าวว่า ช่วงเช้าตนได้เข้าไปทำธุระบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านพักมากนัก ก็ได้ไปพบพระพุทธรูปอยู่ในท่านอนหงาย มีมือและปลายเท้าโผล่ขึ้นมาเหนือรากไม้ที่ริมคลอง เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นพระพุทธรูปฝังอยู่ใต้รากไม้ ซึ่งคาดว่าฝังอยู่นานหลายปี

               “หลังจากนั้นก็ได้เรียกให้น้องชายมาช่วยกันชัดตัดรากไม้แล้วนำขึ้นมาจากจุดที่ได้พบ ก่อนจะหามมาล้างน้ำจนดูสะอาดตา พบว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามมาก เมื่อชาวบ้านทราบข่าวก็พากันมาดูและจุดธูปเทียนกราบไหว้บูชาขอเลขขอหวยกันเป็นจำนวนมาก หลังพบตนก็บอกกับเพื่อนบ้านว่าจะนำไปเก็บไว้ที่วัดโพธิ์เสด็จ วัดข้างบ้าน เพราะเกรงว่าจะถูกครหาไปในทางที่ไม่ดี ก่อนจะมีคนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศิลปากรมาตรวจสอบในเวลาต่อมา”นายธงชัย กล่าว

               ขณะที่นายอานัต บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช ระบุว่า จากการตรวจพุทธลักษณะเบื้องต้นนั้นพบว่าพระพุทธรูปองค์นี้ หรือที่ชาวบ้านเรียก "พระลาก" มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ดูจากเนื้อไม้แล้วมีความเก่าแก่มาก ซึ่งน่าจะเป็นพระพุทธรูปของในวัดใดวัดหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ถูกขโมยมา แล้วคนร้ายนำไปทิ้งในลำคลองเพื่อมาเอาภายหลังแต่พอช่วงน้ำท่วมก็อาจจะถูกนำพัดมาติดอยู่บริเวณดังกล่าว กว่าชาวบ้านจะมาพบก็เป็นเวลานานเป็นปีๆ ทำให้มีรากไม้ปกคลุมอยู่เป็นเวลานาน คาดว่าน่าจะติดอยู่ตรงนี้กว่า 3 ปีแล้ว

               หลังจากนี้จะนำพระพุทธรูปองค์นี้ไปเก็บไว้ที่สำนักงานศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หากทางวัดใดที่เคยถูกคนร้ายเข้าไปโจรกรรมพระพุทธรูปก็ให้มาดูได้ และถ้ามีหลักฐานก็ให้มารับคืนได้