ไลฟ์สไตล์

เปิดห้วงวิถีประมงชายฝั่ง

เปิดห้วงวิถีประมงชายฝั่ง

10 มี.ค. 2556

เปิดห้วงวิถีประมงชายฝั่ง ที่ตะโละกาโปร์ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย....สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์

               ตลอดแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของปลายด้ามขวานประเทศไทย จะพบว่ามีการทำประมงพื้นบ้านหลากหลายรูปแบบ จนถึง 3 จังหวัดชายแดนอย่าง ปัตตานี ยะลา หรือนราธิวาส ก็จะมีรูปแบบการประมงเฉพาะถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วคน พร้อมกับภาพของเรือกอและ ที่มีสีสัน ลวดลายสวยงามเป็นอัตลักษณ์ของเรือประมงชายฝั่งแถบนี้ 

                บ้านตาปา หาดตะโละกาโปร์ ในพื้นที่ปัตตานี เราได้เห็นภาพกิจกรรมอาชีพประมงชายฝั่งที่ใช้เรือกอและเป็นเครื่องมือประมงออกทะเล และเราจะได้พบเห็นภาพความร่วมมือของครอบครัวและชุมชน ในการประกอบอาชีพ ชายหาดมีเรือจอดเรียงรายนับสิบๆ ลำ 

                การออกทะเลหาปลา หรือการกลับขึ้นฝั่งแต่ละครั้ง เราจะเห็นภาพความร่วมมือของครอบครัวที่ต้องมาช่วยกันดันเรือ เข็นเรือ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเข็นเรือขึ้นหาด ต้องอาศัยแรงคนในชุมชนช่วยกัน จนเกิดเป็นภาพความร่วมมือความสามัคคีของครอบครัวและชุมชนที่อยู่ร่วมกันในหมู่บ้านแห่งนี้

                หลังจากการละหมาดช่วงเช้าตรู่ ผู้ชายทุกคนก็ออกออกเรือ แต่ละครอบครัวต่างมาช่วยกันเข็นเรือลงทะเล มุ่งหน้าไปยังแสงตะวันที่กำลังจะขึ้นจากขอบทะเลเบื้องหน้า และจะกลับขึ้นมาฝั่งมาอีกครั้งประมาณช่วงเที่ยงหรือบ่ายๆ
 “พวกเราก็ออกไปไม่ไกล ประมาณ 3 กิโลเมตร วันไหนคลื่นลมแรงก็กลับเข้ามาเร็วขึ้น...ก็ได้ไม่เยอะ” ชายวัยกลางคนเอ่ยให้ฟัง หลังจากผิดหวังในการออกจับกุ้งจากห้วงทะเลกว้างใหญ่ แม้แต่เรืออวนปูต่างก็ผิดหวังไปตามๆ กัน แต่อีกวันหนึ่งอาจเป็นวันที่พวกเขาโชคดี พกพาผลผลิตจากทะเลใหญ่มาพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า

                “ถ้าวันไหนกระแสน้ำไหลดีๆ แรงๆ สักหน่อย อวนจะไหลกวาดจับกุ้งได้ดีทีเดียว” เสียงแหบๆ จาก แบม๊ะ ชายสูงวัย ที่ผ่านประสบการณ์จากท้องทะเลแห่งนี้มาช้านาน แม้กระทั่งการแกะกุ้งออกจากอวนก็ต้องมีทักษะการแกะเพื่อไม่ให้กุ้งบอบช้ำ อาจมีผลต่อราคาให้ต่ำลงมา

                พื้นที่ทำกินในท้องทะเลของชาวบ้านตาปา จะเป็นเขตประมงชายฝั่ง ที่กำหนดเขตระยะห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อมาก็มีการขยายเขตพื้นที่ทำกินเป็น 5 กิโลเมตร สัตว์น้ำหลักๆ ที่ชาวบ้านจับกันคือ กุ้ง และปู ส่วนปลาก็เป็นผลพวงที่ได้มาเล็กๆ น้อยๆ

                “ในเขตพื้นที่ทำกินของเราก็มีปัญหาเหมือนกัน คือ จะมีพวกเรืออวนรุนขนาดใหญ่แอบเข้ามารุนจับกุ้งจับปลาในพื้นที่ของพวกเรา เรือพวกนี้กวาดไปหมดทุกอย่างเลย หากมีเรืออวนรุนเข้ามาก็ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประมงทราบ เพื่อให้เข้าดำเนินการ”

                แบการิง สะอะ กรรมการประมงชายฝั่งของบ้านตาปา เล่าให้ฟังถึงปัญหาของชุมชนประมงชายฝั่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเรืออวนรุนมีปากอวนกว้างถึง 6 เมตร กวาดจับสัตวน้ำตามหน้าดินไปแทบหมดสิ้น

                ชาวบ้านตาปาจะช่วยกันดูแลผลประโยชน์ในท้องทะเลของตนเอง และยังช่วยกันทำแนวปะการังเทียม โดยนำตู้รถไฟเก่าๆ หรือตู้คอนเทนเนอร์มาทิ้งกลางทะเล เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยของสัตว์น้ำ จนเกิดเป็นวงจรชีวิตใหม่ๆ ทำให้ทรัพยากรใต้น้ำได้สภาพความสมบูรณ์มาอีกครั้ง

                 ชาวบ้านตาปาทุกคนต่างตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่า การประมงชายฝั่งของพวกเขายังทำเป็นกลุ่ม สืบทอดต่อๆ กันมา เพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่อย่างยั่งยืน ด้วยเครื่องมือการจับปลาอย่างง่ายๆ โดยอาศัยเรือกอและ ที่ยังสำแดงความงดงามอย่างวิจิตร อันเป็นภาพลักษณ์วัฒนธรรมที่งดงามของชาวบ้านที่หาดตะโละกาโปร์แห่งนี้

 

........................................

               ส่วนหนึ่งของภาพ ในนิทรรศการภาพถ่ายโดยช่างภาพมืออาชีพ ที่เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน 3 จังหวัดภาคใต้ จัดแสดงในงาน “พลังสันติภาพ ผู้หญิงสามจังหวัดชายแดนใต้” ระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 1 โซนเอเทรียม จัดโดยองค์การอ็อกแฟมและภาคี  

 

......................................

(เปิดห้วงวิถีประมงชายฝั่ง ที่ตะโละกาโปร์ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย....สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์)
 
 บรรยายภาพ
1.เรือกอและ ที่คงเสน่ห์ศิลปะที่งดงามในแถบหาดตะโละกาโปร์
2.ได้ทั้งกุ้งทั้งปลา อย่างนี้ ยิ้มออกแน่นอน
3.กุ้งแชบ๊วย คือ บำเหน็จจากห้วงทะเล ราคาสูงถึง กิโลกรัม ละ 300 บาท
4.ความร่วมมือร่วมแรงของกลุ่มและชุมชนช่วยกันดึง ดัน เข็น เรือขึ้นหาด หลังจากออกไปจับสัตว์น้ำกลับมา
5.เช้าตรู่ของวันที่อากาศแปรปรวน คลื่นลมแรง ทุกคนต่างออกมาดูสภาพอากาศว่าวันนี้จะออกทะเลได้มั้ย
6.ปูม้าตัวโตๆ สดๆ จากท้องทะเลที่หาดตะโละกาโปร์