
แนะรัฐตั้งศูนย์เด็กเล็กที่ทำงาน
แนะรัฐตั้งศูนย์เด็กเล็กที่ทำงานไม่ส่งออก'ลูก'ไปเลี้ยงบ้านนอก : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
"ปิดเทอมแล้วแต่ไม่ตรงวันเสาร์ต้องลา 2 วันเอาลูกไปฝากไว้กับยายที่บ้านนอกเลี้ยงให้ ช่วงปิดเทอมไม่มีคนดูให้ตอนกลางวันที่ไปทำงาน ถ้ามีศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ออฟฟิศก็คงจะดี จะไม่ได้ไม่ต้องส่งออกลูกไปเลี้ยงที่บ้านนอก กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็เปิดเทอมนั่นแหละประมาณ 2 เดือน เป็นพ่อแม่สมัยนี้ลำบาก เพราะไม่มียายย่ามาช่วยเลี้ยงให้ ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยว ถ้ารัฐบาลลงทุนมีศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพเยอะๆ ก็คงดีกว่านี้" ช้าง แม่ลูก 1 วัย 30 เศษ กล่าว
ตอนมีลูกใหม่ๆ ช้างให้ยายเลี้ยงลูกให้ที่บ้านนอก พออายุ 3 ขวบเข้าอนุบาล ก็เอามาเลี้ยงเองที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกันคนต่างจังหวัดอีกหลายคนก็มีวิถีชีวิตที่ไม่ต่างจากนี้
มีไม่กี่คนที่โชคดี มี ย่า ยาย เลี้ยงหลานให้และบ้านอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็กลับไปหาลูกในเสาร์-อาทิตย์ได้ แต่คนเหล่านี้ก็อยากให้มีศูนย์รับเลี้ยงเด็กในออฟฟิศเช่นเดียวกัน
จะเห็นได้จากหนึ่งในข้อเรียกร้องของ แรงงานหญิงเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมปีนี้ก็คือ การขอให้มีศูนย์เด็กเล็กในสถานประกอบการ เพื่อให้ลูกจ้างได้นำบุตรไปฝากเลี้ยงได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวล ซึ่งปัจจุบัน มีศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในความดูแลของ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพียง 2 แห่ง นอกนั้นเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กรแรงงานหญิงยื่นข้อเรียกร้องในปีนี้ว่าควรมีการปรับปรุงทั้งในปริมาณและคุณภาพ
ปกรณ์ อมรชีวิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ศูนย์เด็กเล็กสำหรับผู้ใช้แรงงานที่กสร.ดูแลอยู่มี 2 แห่งคือ ศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม และที่ จ.สมุทรปราการ ภายในบริเวณสภากาชาดไทย หน่วยที่ 5 สวางคนิวาส ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง เป็นศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีความพร้อมทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา พื้นฐานให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับสูงขึ้นต่อไปได้ มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการให้มีความเหมาะสมและสัมพันธ์กับกระบวนการเรียนรู้ตามขั้นตอนพัฒนาการของเด็กในแต่ละระดับ อายุ 3-6 ปี
ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นการปลูกจิตสำนึกสิ่งดีต่อเด็กเล็กและเพื่อเป็นการบูรณาการ พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรของประเทศชาติในอนาคต ที่สำคัญคือเพื่อให้พ่อแม่ประกอบอาชีพได้โดยมิต้องห่วงใยบุตรหลานของตน และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยรับเลี้ยงดูเด็กแบบไป-กลับ วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.30-16.30 น. (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดตามประเพณี)
น.ส.ธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า อยากให้นายกฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตแรงงานสตรี จัดตั้งศูนย์เด็กเล็กในสถานประกอบการให้มากขึ้น รวมทั้งให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมบูรณาการดูแลศูนย์เด็กเล็กของท้องถิ่น เช่น กระทรวงสาธารณสุข มาดูแลด้านสุขอนามัย กระทรวงศึกษาธิการ ดูแลคุณภาพการเรียนการสอน และกระทรวงแรงงาน ซึ่งดูแลลูกจ้างโดยตรง รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของศูนย์ ร่วมกันพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้มีคุณภาพ
ด้าน น.ส.วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานนักสื่อสารแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์เด็กเล็กจะเปิดเวลา 08.00 น. และปิดเวลา 17.00 น. แต่พ่อแม่ที่เป็นลูกจ้าง จะต้องเข้างานก่อน 8 โมงเช้า และเลิกงานหลัง 5 โมงเย็น และส่วนใหญ่ต้องทำงานล่วงเวลาตามที่นายจ้างสั่ง ทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน แต่ศูนย์เด็กเล็กปิดเสาร์-อาทิตย์ อยากให้ภาครัฐช่วยกันบูรณาการในด้านนี้ โดยปรับปรุงยืดหยุ่นเวลาปิดเปิดให้สอดคล้องกัน
"ทุกวันนี้คนงานหญิงก็มีลูกกันน้อยลงแล้ว เพราะลำบากในการหาคนเลี้ยง ครั้นจะส่งกลับไปบ้านนอกให้พ่อแม่เลี้ยงก็เหมือนสร้างภาระให้บุพการี บางคนทนเลี้ยงเอง พอศูนย์ปิดก็ฝากคนข้างบ้านไปรับ หรือเวลาทำงานวันเสาร์ก็ฝากข้างบ้านเลี้ยง" วาสนา กล่าว
ถึงเวลาหรือยังที่ภาครัฐจะให้ความสำคัญกับศูนย์เด็กเล็กในที่ทำงาน เพราะสังคมไทยมีทั้งคนจนคนรวย ถ้าเด็กกลุ่มหนึ่งโตมาแบบขาดคุณภาพ ไปอยู่ร่วมกับลูกคนที่เลี้ยงอย่างมีคุณภาพ ทั้งที่โรงเรียนหรือที่ทำงานก็อาจจะมีปัญหาสังคมได้เช่นกัน จึงต้องหาวิธีการดูแลเด็กให้มีคุณภาพตั้งแต่ที่เขาเกิดมา เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรของชาติที่มีคุณภาพ
...............................................
(แนะรัฐตั้งศูนย์เด็กเล็กที่ทำงานไม่ส่งออก'ลูก'ไปเลี้ยงบ้านนอก : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ)



