ไลฟ์สไตล์

ไทยผงาดสู่สายตานานาชาติ

ไทยผงาดสู่สายตานานาชาติ

09 มี.ค. 2556

ไทยผงาดสู่สายตานานาชาติ จับมือยูเนสโก-โออีซีดีเอกซเรย์การศึกษาไทย : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ

                ช่วงเวลา 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยโดยกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ต้องการสร้าง ปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น ด้วยความพยายามผลักดันให้การศึกษาไทยพัฒนาแบบก้าวกระโดด เดินหน้าเต็มตัวออกจากคำว่า การศึกษาที่ไม่ทั่วถึงและด้อยคุณภาพ โดยกำหนดเป้าหมายท้าทาย 3 ประการ เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ นั่นคือ ประเทศไทยสามารถไต่อันดับสูงขึ้นในการประเมินผลการจัดการศึกษาระดับนานาชาติ นอกจากนั้น ปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยทั้งประเทศต้องเพิ่มขึ้น และต้องกำจัดตัวเลขคนไทยที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ให้เหลือศูนย์

               จากเหตุผลข้างต้นและเพื่อปรับปรุงแผนจัดการศึกษาของชาติซึ่งใช้มานานแล้ว ให้ตามทันโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป กระทรวงศึกษาธิการ โดย สภาการศึกษา จึงได้ยกร่าง"ยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558" ขึ้น โดยเริ่มลงมือจัดทำตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเสนอคณะกรรมการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในกลางปี 2556 ยุทธศาสตร์การศึกษาฉบับนี้ จะเป็นเสมือนพิมพ์เขียว ให้หน่วยงานการศึกษาต่างๆ นำไปใช้เป็นเข็มทิศชี้นำการทำงานในช่วง 5 ปีถัดจากนี้ไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายท้าทายข้างต้นได้ครบทุกประการ

               ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า ผลการประเมิน PISA (Programme for International Student Assessment) ซึ่งจัดโดยโออีซีดี หรือ ประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development) ครั้งล่าสุด (ค.ศ.2009) นั้น ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 42 จากประเทศเข้าร่วมประเมินกว่า 60 ประเทศ ฉะนั้น ในร่างยุทธศาสตร์การศึกษาจึงกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ไทยต้องขยับติดท็อป 20 ให้ได้ภายในปี 2561

               ขณะเดียวกัน จะต้องทำให้ปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 9.1 ปี เพิ่มเป็น 12 ปีพร้อมกับกำจัดตัวเลขคนไทยที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกให้หมดไป คนไทยทั้ง 100% ต้องอ่านออกเขียนได้ แต่ปัจจุบัน คนไทยบางส่วนยังอ่านหนังสือไม่ออกหรือไม่คล่อง จากการสุ่มตัวอย่างนักเรียน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร ชุมชนจำนวน 4.5 หมื่นคน พบว่า ในประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 คน จะมีอ่านหนังสือไม่ออก 1 คนทั้งนี้ ในยุทธศาสตร์การศึกษา 2556-2558 นั้น จะมีกรอบการดำเนินการในด้านต่างๆ 7 ด้านเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

                อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นานาชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพยายามอย่างจริงจังที่จะพัฒนาการศึกษาในประเทศ สกศ.ได้ดึงองค์กรระหว่างประเทศ คือ ยูเนสโก (องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) และโออีซีดีมามีส่วนร่วมในการยกร่างยุทธศาสตร์การศึกษา 2556-2558 ด้วย นอกจากนั้น ยังได้ขยายผลการทำงานร่วมกันไปเป็นความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน 3 หน่วยงานเป็นระยะยาวรวม 7 เดือน เพื่อจัดทำรายงานการศึกษาของไทย เสนอรัฐบาล

               ดร.ศศิธารา กล่าวต่อว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการจัดการศึกษาแก่ประเทศต่างๆ ดังนั้น สกศ. ยูเนสโก และโออีซีดีจะลงไปเก็บข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาเพื่อสะท้อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ในการจัดการศึกษาของประเทศไทย โดยมีประเด็นหลักที่ให้ความสนใจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพรวมในการจัดการศึกษาของไทยในแง่ของคุณภาพและความทั่วถึง การวิเคราะห์หลักสูตรว่า มีมาตรฐานเป็นสากลหรือไม่ การพัฒนาครู การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้คุ้มค่า และการประเมินผลการจัดการศึกษา

                "สกศ. ยูเนสโก และโออีซีดี จะทำงานร่วมกัน 7 เดือน เพื่อทำรายงานสรุปภาพรวมการศึกษาไทย รายงานฉบับนี้จะนำเสนอให้รัฐบาล พร้อมมีข้อเสนอแนะด้วยว่า ต้องมีการปรับนโยบาย ยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อให้การจัดการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นและมีความทั่วถึงมากขึ้น"

               Richard Yelland, Head of the Policy Advice and Implementation Directorate for Education, OECD หนึ่งในคณะทำงานของโออีซีดี ที่จะมาทำงานร่วมกับไทย กล่าวว่า โออีซีดีให้ความสำคัญมากต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาทางทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ดังนั้น นโยบายและยุทธศาสตร์ในการจัดการศึกษาจึงต้องเปลี่ยนแปลงตามให้ทันปัจจัยต่างๆ ที่ผ่านมา โออีซีดีมีประสบการณ์ในการสะท้อนให้ประเทศสมาชิกเห็นมุมมองต่างๆ ในการจัดการศึกษา ให้ข้อแนะนำว่า ทำอย่างไรให้ผลสัมฤทธิ์ในการจัดการศึกษาดีขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆ นำข้อเสนอแนะไปดำเนินการตามหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของโออีซีดีพบว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีความมั่นคงด้านการศึกษา

               ริชาร์ด ยังให้ความเห็นถึงการที่ประเทศไทยตั้งเป้าก้าวกระโดดจากอันดับที่ 42 เป็น 20 ภายในปี 2561 ด้วยว่า เคยมีประเทศที่สามารถก้าวกระโดดในการประเมิน PISA ได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องอันดับที่ในการประเมิน แต่คือความพยายามของประเทศนั้นๆ ที่จะพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น

               Jonghwi Park จากยูเนสโก บอกว่า ยูเนสโกจะนำประสบการณ์มาวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาในภาพรวม และให้ข้อเสนอแนะว่า ทำอย่างไรให้การศึกษาทั่วถึงและมีคุณภาพ แต่จะไม่บอกว่า สิ่งที่แต่ละประเทศทำไปผิดหรือถูก แต่จะให้ข้อเสนอแนะว่า ทำอย่างไรจะบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาที่แต่ละประเทศได้ตั้งเป้าไว้

 

...................................................

(ไทยผงาดสู่สายตานานาชาติ จับมือยูเนสโก-โออีซีดีเอกซเรย์การศึกษาไทย : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)