ไลฟ์สไตล์

'ปั่น'ช่วยเปลี่ยน'คริส'

'ปั่น'ช่วยเปลี่ยน'คริส'

09 มี.ค. 2556

'ปั่น'ช่วยเปลี่ยน'คริส' : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน.........เรื่อง : ศุภกฤต คุ้มกัน...........ภาพ

               ขี่จักรยานมันเป็นคนละมุมมองกับการนั่งรถยนต์ นั่งรถเมล์ หรือแม้แต่การขี่มอเตอร์ไซค์ มีเวลาได้สัมผัสธรรมชาติ มีเวลาได้สัมผัสสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้สัมผัสชีวิตคน อีกทั้งยังได้ไปในที่ที่รถยนต์เข้าไปไม่ได้ และที่สำคัญเร็วกว่าเดิน นอกจากนี้ยังเป็นยานพาหนะอย่างเดียวที่พาเราไปไหนต่อไหนได้ โดยไม่ทำให้โลกเดือดร้อน

               เรื่อยๆ เรียบๆ ทว่ากำลังมาแรงเชียวล่ะ สำหรับกิจกรรม "ปั่นสองล้อ" และหนุ่มนักบริหารมากพลังอย่าง "คริส" กฤษณยศ บูรณะสัมฤทธิ ผอ.ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็เป็นอีกคนที่กำลังชื่นมื่นกับการขี่จักรยานเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าพอมีเวลาว่างเป็นต้องยก "สองล้อ" คู่ใจใส่ท้ายรถกระบะไปหาทำเลที่มั่นออกแรงปั่น ปั่น พร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อนๆ กระทั่งกลายเป็นที่มาของการจัดตั้งชมรม "ไลฟ์ ไซคลิ่ง" อีกด้วย

               ณ บริเวณกลางลานจอดรถระยะยาวภายในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งกลายเป็นจุดรวมตัวของบรรดาน่องเหล็กทุกเย็นย่ำของวันอังคาร และวันพฤหัสบดี "คริส" กฤษณยศ ทะมัดทะแมงในชุดนักปั่น เอ่ยปากเล่าถึงกิจกรรมสุดโปรดในขณะนี้ว่า แต่ดั้งแต่เดิมเป็นคนชอบเล่นกีฬาสารพัดชนิด ทั้งดำน้ำ ฟุตบอล รักบี้ เข้ายิม โดยเฉพาะการออกทริปไปกับสองล้อบิ๊กไบค์ กระทั่งวันหนึ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีผู้ใหญ่ที่นับถือแนะนำข้อดีของการขี่จักรยานให้ฟัง บวกกับความต้องการขยับตัวออกห่างจากกิจกรรมอันตรายลงบ้าง หลังจากแต่งงานมีลูก จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการ "เปลี่ยน" ชีวิต

               "ได้คุยกับพี่หลายๆ คนเขามักจะเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยเจ็บป่วยไม่สบายทั้งมะเร็ง เกาต์ และเบาหวาน พอมาขี่จักรยานแล้วโรคต่างๆ ก็หาย หรือว่าอาการดีขึ้น ประกอบกับในจังหวะนั้นญาติๆ คนใกล้ตัวผมเริ่มเจ็บป่วยไม่สบายมีโรคประจำตัวกันหลายคน และขณะเดียวกันก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองแต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว จึงอยากจะถอยห่างจากกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตรายอย่างการขี่บิ๊กไบค์ลงบ้าง เมื่อได้คำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้ทดลองขี่จักรยานว่ามีข้อดีหลายอย่าง เลยคิดอยากให้โบนัสตัวเองด้วยการทดลองขี่จักรยาน จำได้ตอนนั้นประมาณปี 2009" ผู้บริหารหนุ่มวัย 36 ปี เปิดฉากการพูดคุยถึงต้นสายปลายเหตุของการเริ่มต้นขี่จักรยานแบบไม่อ้อมค้อม

               ในขณะที่กำลังยกสองล้อคู่ใจทั้งสองคัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจักรยานแบบ "ไทม์ไทรอัล" สำหรับใช้แข่งไตรกีฬา และแบบซิงเกิลสปีด ลงจากรถกระบะ เพื่อเตรียมตัวออกแรงปั่นเรียกเหงื่อตามความตั้งใจ คุณพ่อลูกหนึ่งพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาตามวิสัยว่า กว่าจะตัดสินใจซื้อจักรยานคันแรกได้นั้น ใช้เวลาคิดตริตรองอยู่นานสองนาน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีกิจกรรมสุดโปรดคือ การขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ พอต้องมาเปลี่ยนเป็นการปั่นสองล้อ จึงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ ทว่าเมื่อได้เริ่มต้นเท่านั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคิดไม่ผิด

                "จำได้ว่า คิดอยู่นานเหมือนกันกว่าจะตัดสินใจซื้อจักรยานสักคัน ผมยอมรับว่าไม่ค่อยมั่นใจนัก ยิ่งชุดที่ใส่ต้องรัดรูปเพื่อป้องกันการต้านลม ซึ่งมันต่างจากการขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ชุดดูเท่กว่าเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก แจ็กเกต ถุงมือ แต่พอเริ่มปั่นๆ ไป รู้สึกตัวว่าน้ำหนักลดลง จังหวะการเต้นของหัวใจดีขึ้น เวลาเดินขึ้นบันไดรู้สึกไม่เหนื่อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวเองก็ถือว่าเป็นคนแข็งแรง เพราะเล่นกีฬาเยอะมาก ที่เห็นว่ากล้ามใหญ่ ตัวใหญ่นี่เพราะเล่นเพาะกาย ใหญ่แต่ตัว หัวใจไม่แข็งแรงเท่าที่ควร พอเรามาปั่นจักรยานทุกอย่างมันดีขึ้น" ผู้บริหารค่ายเดอะมอลล์ กรุ๊ป เล่าประสบการณ์ทั้งก่อนและหลัง "เปลี่ยน" กิจกรรม

               หลังจากโชว์ลีลาการปั่นสองล้อสาดโค้งขวาโค้งซ้ายได้พอประมาณ "ล็อบบี้ยีสต์มือทอง" ออกตัวด้วยใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อว่า ถึงแม้ตารางการทำงานต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่างจนแทบไม่เวลาในวันปกติ ก็นั่นก็หาใช่อุปสรรค เช่นเดียวกับสภาพอากาศร้อนๆ ของเมืองไทยที่หลายคนแสดงความกังวล ส่วนปัญหาเจ้าตัวแสดงความคิดเห็นว่า คงไม่พ้นเรื่องสภาพจราจรและท้องถนน โดยเฉพาะในเขตเมืองหลวง

               "ในวันทำงานเวลาของผมอาจจะไม่ค่อยแน่นอน ผมก็เลือกใช้เวลาช่วงเช้าของวันหยุดเสาร์-อาทิตย์แทน โดยปั่นครั้งละ 1-2 ชั่วโมง ส่วนเรื่องสภาพอากาศของบ้านเรานั้น ผมว่ามันอยู่ที่ใจเรามากกว่า เวลาขี่จริงๆ ไม่ร้อนเลย เพราะความสนุกทำให้ลืมความร้อนลงได้ ผมก็เคยขี่จักรยานไปทำงาน ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ก รองเท้าหนังก็สุภาพดี ขณะเดียวกันรถไฟฟ้าเองก็อนุญาตให้นำเอาขึ้นไปได้ อย่างนี้ก็สามารถดำเนินชีวิตได้จริง แต่ที่น่าห่วงคงไม่พื้นเรื่องถนนหนทางหรือการจราจรนั้น จริงๆ แล้วผมขี่จักรยานมาหลายจังหวัด ถนนหนทางก็เรียบดี ขณะเดียวกันผู้คนก็อำนวยความสะดวกดี ผมกลับรู้สึกว่า จังหวัดที่ไม่อำนวยให้เรื่องของการขี่จักรยานมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ ขี่ได้แต่อันตราย ไบค์เลนก็ไม่ใช่ไบค์เลนจริงๆ ถ้ากรุงเทพฯ เป็นเมืองจักรยานจริงๆ ตามที่หลายๆ องค์กรเขาส่งเสริม ผลักดัน ผมว่ากรุงเทพฯ น่าอยู่กว่านี้" ผู้บริหารค่ายเดอะมอลล์ กล่าว

               มีประสบการณ์ปั่นมายาวนานถึง 4 ปี แน่นอนว่าต้องเคยผ่านทั้งเรื่องดีและร้ายมาบ้าง ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทในชีวิตและทรัพย์สิน โต้โผใหญ่ของชมรม "ปั่นเปลี่ยนชีวิต" จึงมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก

               "อยากแนะนำว่า ขี่จักรยานก็ควรมีไฟติดหน้าหลัง ใส่เสื้อให้สว่างๆ ไว้ และที่สำคัญที่สุดคือ หมวกกันน็อกและถุงมือ ต้องสวมใส่ทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะขี่ใกล้ขี่ไกลแค่ไหน เพราะหัวเราแพงกว่าหมวกกันน็อก อย่างประสบการณ์ตรงที่เคยถูกมอเตอร์ไซค์ชนครั้งนี้หมวกกันน็อกแตก แต่หัวของผมไม่เป็นอะไรเลย แปลว่า วันนั้นหากผมไม่ใส่หมวกกันน็อกหัวผมเละแน่นอนครับ ขณะเดียวกันเวลารถล้มโดยสัญชาตญาณมักจะเอามือยันพื้นก่อน ดังนั้นถุงมือก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน มือจะได้ไม่บาดเจ็บ รองเท้าสวมแบบรัดกุมนิดหนึ่ง" หนุ่มนักปั่นให้ข้อแนะนำ

                ก่อนแยกย้าย ในฐานะผู้จัดตั้งชมรม "ไลฟ์ ไซคลิ่ง" เขาการันตีว่า สิ่งที่ได้พ่วงท้ายจากกิจกรรมปั่นสองล้อนอกเหนือจากเรื่องสุขภาพดี ยังมีอีกหลายประการด้วยกัน คือ ธรรมชาติดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น สังคมดีขึ้น และสุดท้ายเป็นเรื่องของการแบ่งปันให้คนที่ด้อยโอกาส

               "ผมว่าการขี่จักรยานมันเป็นคนละมุมมองกับการนั่งรถยนต์ นั่งรถเมล์ หรือแม้แต่การขี่มอเตอร์ไซค์ มีเวลาได้สัมผัสธรรมชาติ มีเวลาได้สัมผัสสถาปัตยกรรมต่างๆ ได้สัมผัสชีวิตคน อีกทั้งยังได้ไปในที่ที่รถยนต์เข้าไปไม่ได้ และที่สำคัญเร็วกว่าเดิน นอกจากนี้ยังเป็นยานพาหนะอย่างเดียวที่พาเราไปไหนต่อไหนได้ โดยไม่ทำให้โลกเดือดร้อน ส่วนอีกข้อ การขี่จักรยานมีสังคมแล้วได้เพื่อนเยอะชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือ ความเป็นลดน้อยลง เป็นโน่นเป็นนี่ เป็นไปเรื่อย ความเป็นของคนเราทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ คนเราคบกันที่เปลือกนอกซะเป็นส่วนใหญ่ ผมขี่มา 4 ปีกว่า ได้เพื่อนเยอะมาก ได้เห็นน้ำใจของคนเยอะ คนขี่จักรยานเขาเห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย การแบ่งปัน การเข้าสังคมมากกว่า ทำให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่มีการมานั่งสนใจว่าใครเป็นใคร รู้แต่ว่าเราเป็นเพื่อนร่วมโลกกัน นี่คือข้อดีของการขี่จักรยาน และนี่เป็นที่มาของชมรม "ไลฟ์ ไซคลิ่ง" คอนเซ็ปต์แรกที่ตั้งใจคือ ไซคลิ่ง ฟอร์ ไลฟ์ หรือ ปั่นเปลี่ยนชีวิต ไม่ใช่ปั่นโชว์ของ เปลี่ยนจากคนที่วัตถุนิยม ให้นิสัยดีขึ้น มีน้ำใจมากขึ้น แฟมิลี่ดีขึ้น เพราะจักรยานเป็นกีฬาขี่ได้ทั้งพ่อแม่ลูก คุณปู่คุณย่าขี่ได้หมด" นักบริหารและนักปั่นในคนเดียวกันออกปาก พร้อมเอ่ยชวนคนไม่เคยมาขี่กันเถอะ ชีวิตเปลี่ยนและดีขึ้นจริงๆ อีกทั้งยังไม่ลืมสะกิดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องว่า ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยทำไบค์เลนจริงๆ สักที...ประมาณว่านโยบายดี แต่อยากให้แอ็กชั่นได้แล้ว

 

...............................................

('ปั่น'ช่วยเปลี่ยน'คริส' : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน.........เรื่อง : ศุภกฤต คุ้มกัน...........ภาพ)