ไลฟ์สไตล์

พระพุทธานุสาสนี

พระพุทธานุสาสนี

03 มิ.ย. 2552

เมื่อสังคมหรือหมู่คณะใดมีความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยจิตใจที่เป็นมิตรไมตรี มีน้ำใจดีต่อกัน สังคมหรือหมู่คณะนั้นย่อมสามารถช่วยเหลือเกื้อกูล อนุเคราะห์สงเคราะห์กันและกัน กับทั้งพร้อมเพรียงกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน ดำเนินชีวิตหรือกระ

 พระพุทธานุสาสนี คือ คำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามที่ได้ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทในเบื้องต้นนี้นั้น บัณฑิตผู้มีปัญญาย่อมเข้าใจได้และปฏิบัติได้อยู่แล้ว แต่ไฉนชนส่วนหนึ่งซึ่งย่อมจะรู้และเข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ได้ แต่ปฏิบัติไม่ได้ และ/หรือไม่ได้ปฏิบัติตาม ทั้งๆ ที่สังคมในยุคปัจจุบันนี้ ประชาชนส่วนมากต่างมีวิชาความรู้กันสูงๆ และสามารถกระทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างมากมาย แต่สังคมกลับมีแต่ความแตกแยก ขาดความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ หนักขึ้น ? ปัญหาข้อนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า

 สุกรํ สาธุนา สาธุ ปาปํ ปาเปน สุกรํ สาธุ ปาเปน ทุกรํ ปาปมริเยหิ ทุกรํ แปลความว่า ความดี คนดีทำได้ง่าย ความดี คนชั่วทำได้ยาก ความชั่ว “คนชั่วทำได้ง่าย ความชั่ว พระอริยเจ้าทั้งหลายทำได้ยาก”. อุ. ๒๕/๑๒๔/๑๖๗ขุ

 ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เป็นความดีให้ผลเป็นความปลอดภัยแก่หมู่คณะ แก่สังคมประเทศชาติอย่างนี้แหละ ที่คนดี คือคนมีศีลมีธรรมประจำใจและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ย่อมมีสติปัญญาอันเห็นชอบ ดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “รู้รัก รู้สามัคคี” ซึ่งเป็นคุณความดี อันกอปรด้วย พรหมวิหารธรรม และ สัปปุริสธรรม เป็นต้น

 เพื่อประคับประคองความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ของหมู่คณะ และสังคมประเทศชาติให้เกิดและให้เจริญขึ้น เข้มแข็งขึ้น เพื่อให้สามารถร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินชีวิต พัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งของตนเองและของหมู่คณะ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและสันติสุขดีขึ้น อย่างมั่นคง จึงปฏิบัติต่อกันด้วย พรหมวิหารธรรม คุณธรรมเครื่องอยู่ของผู้ใหญ่ ผู้เป็นบัณฑิตโดยคุณธรรม ได้แก่ ด้วย เมตตาพรหมวิหาร กรุณาพรหมวิหาร มุทิตาพรหมวิหาร และอุเบกขาพรหมวิหาร

"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"