
อริยะสร้างได้...ในโรงเรียนวิถีพุทธ
วันหนึ่ง ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ให้โอกาสมาพบข้าพเจ้าที่เสถียรธรรมสถาน และในเวลาสั้นๆ นั้น
คุณหญิงได้ร้องขอให้ข้าพเจ้าช่วย 2 เรื่อง เรื่องแรกได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 18-23 เมษายนที่ผ่านมา คือคณะครูของ สพฐ. จากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาร่วมเรียนรู้ ‘พลังครู พลังสร้างโลกโดยผ่านเด็ก’ ที่เสถียรธรรมสถาน โดยเราได้ช่วยกันจัดกระบวนการการเรียนรู้ที่จะทำให้เห็นว่าพลังของครูจะเป็นพลังที่เปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร อีกทั้งยังได้เรียนรู้กับพลังของครูที่มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะผู้รับใช้ โดยกระบวนการของการทำงานมีทั้งการจัดวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกันอย่างมีสังฆะ ที่มีความสุขในการที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนในฐานะสังฆะที่มีวินัยร่วมกันว่า เราจะทำงานทุกชนิดด้วยจิตที่เบิกบาน มีกายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน และก็มีวงสนทนาที่เปิดใจกว้างและวางอคติ การรับฟังกันอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราเห็นหัวใจและพลังของครูที่ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้ศิษย์หนึ่งคนเป็นคนดี มีอาวุธที่จะออกไปอยู่ในโลกได้อย่างเป็นประโยชน์
และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง โรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งครั้งนี้ เสถียรธรรมสถาน ได้ร่วมกับ สพฐ. จัดให้มีโครงการ ‘อริยะสร้างได้...ในโรงเรียนวิถีพุทธ’ ผู้เข้าร่วมคือผู้บริหาร (ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ) ของโรงเรียนวิถีพุทธทั่วประเทศประมาณ 900 โรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้อง ในการส่งเสริมการใช้พุทธธรรมให้เป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตประจำวันของโรงเรียน อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัยและพื้นนิสัยที่แตกต่างกัน
หลักสูตรการอบรมครั้งนี้ได้ใช้หลักการบนหนทางของอริยมรรค คำว่า “อริยะสร้างได้” เป็นคำที่ท้าทายการศึกษาที่จะนำพาเด็กไปสู่อัจฉริยะ เวทีของอัจฉริยะนั้นเป็นได้บางคน แต่เวทีของอริยะเป็นได้ทุกคน ไม่ว่ามีหรือจน แต่คนมักจะสงสัยว่า “อริยะสร้างได้จริงหรือ” ทั้งนี้ “อริยะ” อยู่คู่กับพุทธศาสนา กับคนไทยมาแต่โบราณกาล แต่ด้วยความอ่อนแอทางศีลธรรมในสังคมปัจจุบันทำให้ “อริยะ” ถูกมองว่าไกลเกินเอื้อม ทั้งที่ในพุทธศาสนาเป้าหมายของการพัฒนาคน คือการพัฒนาตนให้เข้าสู่กระแสของอริยบุคคล แล้วอริยะสร้างได้อย่างไร ครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ของเสถียรธรรมสถานจากประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปีที่เป้าหมายของการสร้างกระแสอริยะให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยการเผยแผ่ธรรมะในเรื่องทุกข์และการพ้นทุกข์ โดยเป็นแก่นคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าในพุทธกาลในรูปแบบที่เข้าถึงคนในยุคดิจิทัล ดังคำกล่าวของพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทโธ) ว่า “แปลงยาหม้อให้เป็นแคปซูล แปลงธรรมะที่เป็นเรื่องทางผิดให้เป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้ ผ่านวิถีชีวิตของอริยมรรค คือ ปัญญา ศีล สมาธิ ซึ่งก็คือไตรสิกขาหรือกระบวนการจัดการศึกษาในวิถีพุทธ
‘อริยะสร้างได้...ในโรงเรียนวิถีพุทธ’ เดินทางกลับไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมของผู้เข้ารับการอบรมในอันที่จะนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้ในโรงเรียนของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้พุทธวิธีในการสร้างโรงเรียนอริยะ
หากจะมีคำถามว่าทำไมจึงต้องเป็นเสถียรธรรมสถาน คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนจาก สพฐ. ก็คือทั้งสององค์กรเห็นถึงศักยภาพในฐานะ "ชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่ออยู่อย่างศานติของคนทุกวัย โดยมีพุทธธรรมเป็นรากฐาน" อันจะเป็นการทำงานที่ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนวิถีพุทธเห็นมิติเชิงวัฒนธรรมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ ‘บ้าน-วัด-โรงเรียน (บ-ว-ร)’ ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ
และ 4 วัน 3 คืน ที่ผ่านมา เสถียรธรรมสถานได้แสดงความเป็น บ-ว-ร อย่าง here and now คือ ที่นี่และเดี๋ยวนี้...ที่ไม่มีรั้ว ด้วยว่า...
ที่นี่มีความอบอุ่น...คือบ้าน
ที่นี่มีการเรียนรู้...คือโรงเรียน และ…
ที่นี่มีวินัย คือความไม่เบียดเบียน...คือวัด
"ธรรมสวัสดี"



