
ศิลป์ผสานศาสตร์ ณ เมืองลอดช่อง
ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์ผสานศาสตร์ ณ เมืองลอดช่อง
เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเจริญและทันสมัยที่สุดของอาเซียน ถูกฉาบด้วยวิถีชีวิตอันเร่งรีบจนดูราวกับว่าขาดสีสันและไร้ชีวิตชีวา วิสัยทัศน์ใหม่ของรัฐบาลสิงคโปร์จึงพยายามปลุกเสน่ห์ของเกาะเล็กๆ ให้เจิดจรัสไปทั่วด้วยการมองมุมใหม่ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากแม่เหล็กดูดเงินในประเป๋าจำพวกสวนสนุก สวนพฤกษศาสตร์ บ่อนกาสิโน ความบันเทิง และแหล่งช็อปปิ้งเลื่องชื่อ ในมิติเชิงศิลปวัฒนธรรมก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่ประเทศเล็กพริกขี้หนูนี้กำลังตื่นตัว!!
กว่า 10 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ศิลปะหลายโครงการผุดขึ้นมาสอดรับกับความทันสมัยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และปฏิเสธไม่ได้ว่าผ่านการทุ่มทุนอย่างมหาศาลเพื่อเนรมิตอนาคต ทว่าทุกอย่างผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ที่ต้องเอ่ยถึง คือ พิพิธภัณฑ์ โรงละคร และ แกลลอรี่ใหม่ๆ กระจายตัวไปเกือบทุกหัวหาด อย่าง พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum) ตั้งเด่นตระหง่านบริเวณมารีน่า เบย์ แซนด์ แผ่นดินใหม่ที่เกิดจากการถมทะเล ว่ากันว่าเป็นแนวคิดศิลป์และศาสตร์แห่งแรกของโลก ซึ่ง โมเช่ ซาฟดี้ สถาปนิกชื่อดัง ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรูปทรงของดอกบัว สะท้อนถึงจิตวิญญาณโลกตะวันออกกับตะวันตก แล้วตั้งชื่อว่า "เดอะ เวลคัม แฮนด์ ออฟ สิงคโปร์"
ในสถาปัตยกรรมคล้ายนิ้วมือสิบนิ้ว แต่ละนิ้วมีพื้นที่จัดแสดงที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนรวมทั้งหมด 21 ห้อง มีทั้งงานศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตลอดจนงานดีไซน์และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ อย่างขณะนี้จนถึงกลางเดือนเมษายน คนรักงานศิลป์โดยเฉพาะเด็กๆ กำลังตื่นตาตื่นใจไปกับ "ดิ อาร์ต ออฟ บริค" นิทรรศการจัดแสดงตัวต่อเลโก้ของ นาธาน สวาญ่า ศิลปินชาวอเมริกันจากมหานครนิวยอร์ค ที่เคยหอบหิ้วผลงานของตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลไปจัดแสดงในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ไต้หวัน ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาแล้ว
นาธานสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ความเชื่อของตัวเองที่คลุกคลีกับตัวต่อมาแต่ครั้งเยาว์วัย กระทั่งร่ำเรียนจนจบและทำงานด้านกฎหมายก็ไม่เคยห่างหายไปจากสิ่งที่เขารัก จากของเล่นกลายมาเป็นผลงานศิลปะได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอากัปกิริยามนุษย์กว่า 50 ชิ้นงาน รวมถึงรูปไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ความยาวถึง 6 เมตร และใช่เพียงตาสัมผัสแต่บางมุมของนิทรรศการยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในจินตนาการอันโลดแล่นด้วยการเชื้อเชิญให้สนุกไปกับเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพที่ประมวลผลรูปหน้าคนออกมาเป็นภาพตัวต่อเลโก้ สมกับคอนเซ็ปต์ของพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวไว้แต่ต้น
บริบทสังคมที่อุดมไปด้วยศาสตร์และศิลป์ของชาวเมืองลอดช่องยังสะท้อนผ่าน "เดอะ มาริไทม์ เอ็กซพีเรียนทัล มิวเซียม" ซึ่งจัดแสดงควบคู่กับอะควาเรียม "มารีน ไลฟ์ ปาร์ค" ที่แหล่งท่องเที่ยวใหม่รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า ด้วยสังคมสิงคโปร์มีความเป็นตะวันตกสูง และไม่หยุดโหยหาความรู้ ทุกวันหยุดจึงคลาคล่ำไปด้วยเยาวชนใฝ่รู้มุ่งหน้าสู่แหล่งสร้างสรรค์ปัญหาแห่งใหม่นี้ ภายในอาคารโอ่โถงใหญ่โตจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของชนชาติเมืองสิงห์ เล่าเรื่องเมื่อครั้งบรรพบุรุษจากจีนแผ่นดินใหญ่ล่องสำเภาสินค้าเต็มลำลงมาผ่านช่องแคบมะละกาเพื่อค้าขายยังชมพูทวีป แต่ท้ายสุดต้องผจญกับพายุและคลื่นลมจนเรืออับปางลงบริเวณเกาะสิงคโปร์ สินค้าดำดิ่งลงใต้สมุทร ลูกเรือบางส่วนรอดชีวิตและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ นิทรรศการแต่ละส่วนจัดแสดงประกอบมัลติมีเดียทั้งภาพนิ่ง และภาพยนตร์ 4 มิติชวนตื่นเต้นได้อรรถรสในการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไม่น้อย
ถามคนสิงคโปร์รุ่นใหม่ในช่วง 10 ปีให้หลัง ส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเดี๋ยวนี้กลุ่มเจนเอ็กซ์และวายกำลังตื่นตัวกับการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่สนใจในสรรพวิชาด้านธุรกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อันเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างประเทศ และนั่นเองส่งผลให้แม้แต่ถนนสายช็อปปิ้งอันโด่งดังอย่าง "ออร์ชาร์ด" เริ่มมีพื้นที่สร้างสรรค์ศิลป์แทรกตัวอยู่ ผู้คนเข้าใกล้ศิลปะจนเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่นที่ "อาร์ตทีสติค บูทิค ที เฮาส์ แมนดาริน แกลเลอรี่ (Arteastiq Boutique Tea Mandarin Gallery)" ร้านนั่งชิลด์ทั้งจิบชาและละเลงสีฮอตฮิตของชาวเมือง นอกจากรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มแล้วรสชาติของศิลปะก็กลมกล่อมทีเดียว มุมเวิร์คช็อปอาร์ตแจมง่ายๆ ที่ไม่ว่ามือสมัครเล่นสามารถสวมวิญญาณจิตรกรเต็มที่ในการรังสรรค์จินตนาการลงบนผืนผ้าใบ ทั้งผ่อนคลายและได้นำกลับบ้านไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย
บางครั้งเรามักได้ยินเสียงบ่นจากชาวเมืองที่มีวิถีเร่งรีบว่า "ศิลปะ" ช่างห่างไกลเหลือเกิน แต่สำหรับคนสิงคโปร์กำลังขับเคลื่อนความเจริญในศิลป์และศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมหันกลับไปมองอดีต ด้วยเชื่อว่าวันนั้นคือความงอกงามในวันนี้...



