
260 ปี ไทย-ศรีลังกา
260 ปี ไทย-ศรีลังกา ศรัทธา อุบาลี วิถีพุทธ : โดย...ผกามาศ ใจฉลาด
"อายุบวร" คำทักทายสวัสดีของชาวศรีลังกา เกาะงามดั่งมรกตที่หยดอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ดินแดนที่ผู้คนดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย สงบ ตามครรลองของพุทธศาสนา และยังเป็นดินแดนของพุทธศาสนานิกาย "ลังกาวงศ์"ที่เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งสุโขทัย 700 ปีก่อน ต่อมาเมื่อ 260 ปีก่อนเกิดความขัดข้องทางพระพุทธศาสนาในศรีลังกา ก่อนกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ พระสงฆ์ต้องสึกหมด ไม่สามารถหาพระสงฆ์ครบองค์มาบวชพระได้ ทำให้พุทธศาสนาสูญหายลง กษัตริย์ศรีลังกาขณะนั้นตั้งเมืองหลวงอยู่ที่แคนดี้จึงส่งทูตมายังสยามขอพระสงฆ์มาบวชสามเณรให้เป็นพระสืบทอดพระพุทธศาสนา
"พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ" จึงได้ส่งคณะพระธรรมทูต นำโดย "พระอุบาลี" จากวัดธรรมาราม พระนครศรีอยุธยา มาช่วยบวชสามเณร บวชพระ ฟื้นฟูให้พระพุทธศาสนาที่เมืองแคนดี้จนสยามนิกายกลายเป็นนิกายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน รองลงไปคืออมาระปุระนิกาย(พม่า) และรามัญนิกาย (มอญ) ดูแลวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ววัดที่สำคัญที่สุดที่คนทั่วโลกต้องไปสักการะ พระอุบาลีได้บวชเณรสรณังกรรูปแรก ท่านมาอยู่ 3 ปีก็มรณภาพ จากนั้นฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเรื่อยๆ จนในที่สุดสามเณรสรณังกรได้ขึ้นเป็นพระสังฆราชรูปแรกในศรีลังกา คณะสงฆ์จึงนึกถึงบุญคุณของพระอุบาลีมาก ตั้งชื่อนิกายนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "สยามโมปาลีมหานิกาย"พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยศรีลังกา
ในโอกาสครบ 260 ปี นายมหินทรา ราชปักษา ประธานาธิบดีศรีลังกา จึงได้เชิญรัฐบาลมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม (มส.) และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมฉลองครบรอบ 260 ปีการสถาปนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกาอย่างยิ่งใหญ่ รวมไปถึงการนำเอาประวัติของพระอุบาลี มาเขียนเป็นการ์ตูนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
ด้าน นายพลเดช วรฉัตร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ กล่าวว่า พุทธศาสนาหายจากอินเดียมาเจริญที่ศรีลังกา ประชากร 20.6 ล้านคนส่วนใหญ่เป็นชาวสิงหล นับถือศาสนาพุทธ วิถีพุทธที่นี่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญและนำอาหารไปถวายพระสงฆ์ที่วัดทุกวันพระ โดยจะมีการแบ่งเวรกันรับผิดชอบคนละ 1 วัน พระไม่ต้องออกมาบิณฑบาต จะบูชาอยู่ 3 อย่าง 1.พระพุทธเจ้าที่มีตัวแทนเป็นพุทธรูป 2.พระเขี้ยวแก้ว 3.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จะไม่มีเกจิอาจารย์ ปลุกเสก ไม่มีพุทธพาณิชย์ใดๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าเป็นความกล้า 1.ในรัฐธรรมนูญศรีลังการะบุชัดว่าเป็นประเทศนับถือพุทธศาสนา 2.เอาวิถีพุทธมากำหนดระเบียบสังคม ทุกวันพระห้ามดื่มและจำหน่ายสุราในที่สาธารณะ
"ขณะนี้สถานเอกอัครทูตไทยกำลังช่วยฟื้นฟูวิถีการตักบาตรที่สูญหายไปแล้วให้กลับมาในเมืองโคลัมโบ แต่ส่วนหนึ่งที่คนไทยต้องเอาแบบอย่างคนศรีลังกาคือ วิถีแห่งศรัทธา วันอาทิตย์แต่งขาวทั่วประเทศ เป็นเหมือนทะเลสีขาว เพราะศรัทธาบ้านเราเสื่อมหมดแล้ว การสร้างสัมพันธ์ในศรีลังกานั้นเน้นศาสนาและวัฒนธรรมนำ ก่อนจะมีความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและอื่นๆ ตามมา ที่สำคัญน้อยคนที่จะรู้ว่าศรีลังกามีสินค้าปลอดภาษีถึง 4,000 รายการ"
ขณะที่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า ชาวศรีลังกาถือว่ามีความเข้มแข็งในเรื่องของการเข้าวัด สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะในวันพระจะแต่งชุดขาวเข้าวัด นับเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับชาวพุทธคนไทย โดยสิ่งที่สองประเทศจะร่วมมือกันในวาระดังกล่าว อาทิ การบูรณะวัดธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ของพระอุบาลี มอบทุนการศึกษาพระพุทธศาสนาในไทยแก่พระสงฆ์ในศรีลังกา 26 ทุน ส่วนทางศรีลังกาขอให้ไทยร่วมบูรณะยอดมณฑปพระวิหารวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว ณ เมืองแคนดี้
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีการวางแผนโครงการในอนาคตคือจะไปสร้างวัดไทยในศรีลังกา เพื่อนิมนต์พระสงฆ์ไทยไปประจำและเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแบบของไทย รวมถึงเปิดโอกาสให้ชาวศรีลังกาที่ต้องการมาบวช หรือพระสงฆ์เข้ามาศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนาของไทย มีการปรับปรุงนิทรรศการพุทธศาสนาไทยในพิพิธภัณฑ์วัดเขี้ยวแก้วให้มีชีวิตสมกับความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ระหว่างไทยกับศรีลังกา
พระพุทธศาสนาในศรีลังกาแม้จะเจริญรุ่งเรืองในยุคหนึ่งและกลับล่มสลายไปด้วยสงคราม แต่สิ่งที่ผู้รุกรานไม่สามารถเอาไปจากชาวพุทธศรีลังกา คือ ศรัทธา ทั้งของประชาชนและผู้นำประเทศ ดังคำกล่าวของพระพรหมบัณฑิต ที่ว่า "แม้จะมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ แต่ความเคร่งครัดในพระพุทธศาสนามิได้จางลง เมื่อขณะนี้บ้านเมืองสงบประชาชนยิ่งพากันเข้าวัดปฏิบัติธรรมมากขึ้น แม้แต่ประธานาธิบดีเองจะต้องไปไหว้พระเขี้ยวแก้ว และมหานายากะของสยามนิกายทุกเดือน"
...........................................
(260 ปี ไทย-ศรีลังกา ศรัทธา อุบาลี วิถีพุทธ : โดย...ผกามาศ ใจฉลาด )



