
3ปัจจัยอิทธิพลต่อผลผลิตข้าว
3 ปัจจัยอิทธิพลต่อผลผลิตข้าว ทางออกชาวนาสู่ 'มืออาชีพ' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน
ยุทธศาสตร์ในการสรรหาสุดยอดชาวนาเพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาเป็นองค์ความรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการกระบวนการผลิตข้าวอย่างเป็นระบบเพื่อเผยแพร่สู่ชาวนาไทยทั่วประเทศนั้น นอกจากเป็นทางออกให้แก่ชาวนาไทยในเรื่องการลดต้นทุนการผลิตสู่การมีกำไรเพิ่มขึ้นแล้วยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวคุณภาพดีเพื่อการส่งออกอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดยกลุ่มพืชครบวงจร เดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าวด้วยการชูโครงการ "ชาวนามืออาชีพ” พร้อมมอบรางวัลแชมป์ชาวนามืออาชีพแก่ชาวนาไทยจาก จ.สิงห์บุรี หลังปลูกข้าวพันธุ์ซีพี111 จนได้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในประเทศไทยถึง 1,545 กิโลกรัม และมีกำไรเพิ่มขึ้นจากการปลูกในครั้งนี้กว่า 160%
"โครงการชาวนามืออาชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวนามีกำไรมากขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ตามที่ท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ เคยกล่าวไว้ว่า ชาวนาไทยควรเป็นชาวนามืออาชีพ ไม่ใช่มีอาชีพเป็นชาวนา”
จิระศักดิ์ เสงี่ยมกิตติกุล ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบรางวัลแก่แชมป์ทำนามืออาชีพ ณ โรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว อ.หันคา จ.ชัยนาท โดยระบุว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะภาคเกษตรส่วนใหญ่ของประเทศปลูกข้าวเป็นพืชหลัก เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาไทยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญ รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน
"เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร จึงได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพดีเพื่อการส่งออก เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของชาวนาไทยให้ทั้งปริมาณและคุณภาพที่ดีเพื่อการส่งออก มีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและนำมาส่งเสริมให้ชาวนาปลูก ควบคู่ไปกับสรรหาชาวนามืออาชีพเพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาเป็นองค์ความรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการกระบวนการผลิตข้าวอย่างเป็นระบบเพื่อเผยแพร่สู่ชาวนาไทยทั่วประเทศ"
ขณะที่ วิชัย พูนพิริยะทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจข้าวครบวงจร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร กล่าวเสริมว่า กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรได้ดำเนินโครงการชาวนามืออาชีพขึ้นมาโดยส่งเสริมให้ปลูกข้าวพันธุ์ซีพี111 ควบคู่ไปกับการแนะนำวิธีปลูกข้าวแบบมืออาชีพ ซึ่งจะทำให้ชาวนาปลูกข้าวได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีชาวนาเข้าร่วมโครงการประมาณ 4,000-5,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ทำนาในเขตชลประทานประมาณ 3 แสนไร่ ทั้งนี้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวพันธุ์ซีพี111 อย่างน้อย 5 ไร่ และมีการมอบรางวัลแชมป์ชาวนามืออาชีพแก่ชาวนาที่ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงสุด 50 อันดับแรก
"ปรากฏว่าชาวนาที่ปลูกข้าวได้ผลผลิตต่อไร่สูงสุดในปีนี้และได้รับรางวัลแชมป์ชาวนามืออาชีพเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทไปครองคือ นายแหยม นวลนิศาชล ชาวนาจาก อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยสามารถปลูกได้ผลผลิตต่อไร่สูงถึง 1,545 กิโลกรัม มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการปลูกในครั้งนี้กว่า 160%"
รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสคนเดิมเผยต่อว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตข้าว ประกอบด้วย 1.พันธุ์ข้าว 2.สภาพแวดล้อม 3.การจัดการแบบมืออาชีพ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ชาวนาไทยสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงและกำไรสูง ซึ่งจะทำให้ชาวนามีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรทุ่มเทเวลามากว่า 10 ปี ในการคิดค้นพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ล่าสุดประสบความสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์ข้าวซีพี111 เป็นข้าวสายพันธุ์แท้ที่เกิดจากการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ที่สถานีวิจัยข้าว ฟาร์มกำแพงเพชร
"เป็นพันธุ์ที่ได้หนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนและเลขที่เมล็ดพันธุ์ควบคุมจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อปี พ.ศ.2554 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงถึง 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ มีลักษณะเด่นคือ ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ต้านทานโรคไหม้และขอบใบแห้ง ให้ผลผลิตสม่ำเสมอทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง เมล็ดข้าวแกร่ง ใส เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวสูง ท้องไข่น้อย เป็นที่ต้องการของตลาดส่งออก"
วิชัย ระบุอีกว่า ขณะนี้กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรได้ส่งเสริมให้ชาวนาไทยปลูกข้าวพันธุ์ซีพี111 ควบคู่ไปกับถ่ายทอดเทคนิคการปลูกข้าวแบบมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่การเลือกพื้นที่ การเตรียมแปลง การเตรียมเมล็ดพันธุ์ การเพาะกล้า การปักดำ การหว่าน การใส่ปุ๋ย การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และที่สำคัญคือ การสอนให้ทำบันทึกต้นทุนการปลูกข้าว โดยชาวนาที่เข้าร่วมโครงการชาวนามืออาชีพจะได้รับคู่มือชาวนามืออาชีพคนละ 1 เล่ม ซึ่งภายในคู่มือชาวนามืออาชีพจะประกอบไปด้วยข้อมูลความรู้และเทคนิคสำคัญต่างๆ ที่จะทำให้ชาวนาไทยได้ฝึกการบริหารแบบมืออาชีพอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 1 ล้านตันต่อปี โดยกรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐมีกำลังการผลิตประมาณ 2 แสนตันต่อปี ร้านค้ารายย่อยในท้องถิ่นประมาณ 2 แสนตันต่อปี ส่วนที่เหลือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ชาวนาคัดสายพันธุ์เอง ประมาณ 6 แสนตันต่อปี อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทยมีกว่า 70 ล้านไร่ แต่ผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 451 กิโลกรัมต่อไร่ สาเหตุหลักที่สำคัญ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคแมลงระบาด มีเมล็ดพันธุ์อื่นปน เป็นต้น
โครงการชาวนามืออาชีพนับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่มีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าจะทำให้ชาวนาไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงจะทำให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญบนเวทีการค้าโลกได้อย่างถาวรอีกด้วย
---------------------
ลุงแหยม นวลนิศาชล อายุ 67 ปี แชมป์ทำนามืออาชีพ (พื้นที่ 5 ไร่) อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
นาหว่าน (เม.ย.-ส.ค.55 อายุ 117 วัน) ซีพี111 พันธุ์ทั่วไป
ต้นทุนการผลิต (บาท/ไร่)
ค่าเตรียมดิน 650 650
ค่าเมล็ดพันธุ์ 900 550
ค่าปัจจัยการผลิต 2,026 2,350
ค่าแรงดูแลรักษา 600 700
ค่าเก็บเกี่ยว 620 500
ค่าเช่าที่ดิน 1,400 1,400
ต้นทุนการผลิต (บาท/ไร่) 6,196 6,150
ต้นทุนการผลิต (บาท/กก.) 4.10 6.83
ผลผลิต (กก./ไร่) 1,524 900
ราคาข้าวเปลือก (บาท/กก.) 12.30 12.30
รายรับ 18,745 11,070
กำไร 12,549 4,920
เปอร์เซ็นต์กำไรเปรียบเทียบ 155 ความชื้น 25%
--------------------
(3 ปัจจัยอิทธิพลต่อผลผลิตข้าว ทางออกชาวนาสู่ 'มืออาชีพ' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)



