ไลฟ์สไตล์

น้ำมันเครื่องอย่างไร เมื่อไร?

น้ำมันเครื่องอย่างไร เมื่อไร?

03 มี.ค. 2556

น้ำมันเครื่องอย่างไร เมื่อไร? : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์

               เรื่องของกำหนดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จะว่าไปแล้วเป็นเรื่องเล็กๆ ปลีกย่อยในข้อหนึ่งของการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ข้อหนึ่งเท่านั้น แต่ก็เป็นหัวข้อที่ถกเถียงพูดคุยสอบถามกันอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อไร จึงจะต้องเข้าไปรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์เองก็มีปัญหาเช่นกันที่จะกำหนดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันโดยมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน

                ถ้าหากกำหนดระยะเวลาที่กระชั้นถี่มากเกินไปก็จะเป็นภาระแก่ผู้ใช้รถ นอกจากนั้นน้ำมันเครื่องเป็นสารที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมจำเป็นที่จะใช้กันอย่างประหยัด น้ำมันเก่าที่ถูกถ่ายทิ้งออกมาแล้ว ถ้าไม่ได้รับการจัดการอย่างดีก็จะเป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม ในทำนองเดียวกัน ถ้าผู้ผลิตกำหนดระยะเวลาให้เนิ่นนานออกไปก็อาจจะเป็นผลเสียต่อเครื่องยนต์ที่ตนผลิตขึ้นมา อันจะเป็นผลต่อความเชื่อถือถึงคุณภาพในการใช้งาน เพราะเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งถูกผลิตออกขายออกใช้ในมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศแบบไหน ภูมิอากาศแบบใด และที่สำคัญพฤติกรรมการใช้รถของแต่ละคนแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ฝ่ายผู้ผลิตน้ำมันเครื่อง แม้จะมีหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานของน้ำมันเครื่องอยู่หลายหน่วยงานว่าผู้ผลิตน้ำมันเครื่องจะต้องทำให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้แล้วเท่านั้นจึงสามารถที่จะนำไปใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์ได้ น้ำมันเครื่องก็ยังมีการผลิตออกมาขายกันมากมายหลายชนิดหลายเกรด โฆษณาชักจูงกันจนผู้ใช้รถสับสน งุนงงว่าควรจะเลือกใช้ชนิดไหน

                 ความเป็นจริงมีอยู่ว่า เครื่องยนต์ที่ถูกผลิตออกมานั้น จะต้องมีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยมีค่าการบำรุงรักษาน้อยที่สุด จึงจะเรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดี น้ำมันเครื่องคือวัสดุสิ้นเปลืองยิ่งใช้กันมาก(เปลี่ยนถ่ายบ่อย)ก็จะทำให้การค้าการขายน้ำมันเครื่องสร้างกำไรให้แก่ผู้ค้าได้มาก ผู้ผลิตเครื่องยนต์นั้นกำไรหรือชื่อเสียงได้มาจากเครื่องยนต์ใช้งานทนทาน

                การที่ผู้ขายน้ำมันเครื่องชักจูงให้ผู้ใช้รถใช้น้ำมันเครื่องที่มีราคาสูงเปลี่ยนถ่ายบ่อยๆ อันอาจจะทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น จึงจำต้องนิ่งเฉยต่อการสิ้นเปลืองของผู้ใช้รถยนต์นั้นปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์หลายรายที่อยากจะสร้างกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นตายตัวว่าเมื่อไรควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จึงได้ผลิตอุปกรณ์ตรวจวัดความเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องที่คอยบ่งบอกผู้ใช้รถว่าควรจะเข้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้แล้ว แทนการคำนวณจากวันเวลาหรือระยะทางที่ใช้ ซึ่งก็เป็นผลดีที่จะไม่ต้องมาถกเถียงกันว่าจะเปลี่ยนกันเมื่อไร

                หลายคนตั้งคำถามว่า จะใช้น้ำมันเครื่องแบบพิเศษที่มีราคาสูงกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา(ประมาณสี่เท่า)ดีไหม ก็ต้องถามกลับไปว่า ดีน่ะดีแน่ แต่ถ้าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดังที่ว่า วิ่งได้เป็นล้าน สองล้านกิโลแล้วชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ระบบช่วงล่าง ยาง เบรก คลัตช์ เกียร์จะไปได้สักเท่าไร ชิ้นส่วนเหล่านี้มีอายุการใช้งานที่ไม่เกี่ยวกับคุณภาพของน้ำมันเครื่อง(แพงๆ)เลย แล้วจะเสียเงินค่าน้ำมันเครื่องไปอีกสามเท่าตัวไปทำไม เอาเงินส่วนต่างนั้นมาดูแลชิ้นส่วนอื่นๆ มิดีกว่าหรือ ครับนั่นเป็นคำตอบของผม คำตอบที่ถูกต้องและดีที่สุดคือ คำตอบจากคุณๆ ผู้ใช้รถเองนั่นแหละครับ แน่นอนครับของแพงต้องมีดีอยู่บ้าง แต่ถ้าสิ่งที่ว่าดีนั้นมาทำให้ส่วนอื่นๆ ด้อยค่าทรุดโทรมลงไปก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนัก

                ครับคนใช้รถใหม่ที่มีเงื่อนไขในการรับประกันระยะเวลาสามปีห้าปีคงไม่มีทางเลือกตามใจตนเองมากนัก เพราะคำขู่จากผู้ขายที่ว่า ถ้าไม่ใช้ตามที่เราบอกการรับประกันจะถูกยกเลิก จึงต้องจำใจจำยอมเสียเงินค่าน้ำมันเครื่องแพงๆ ที่ใช้ไม่ทันจะคุ้มค่าก็ต้องถ่ายทิ้งอีกแล้ว ผมคงบอกได้แต่เพียงว่า เครื่องพังไม่ทำให้คนตาย แต่เบรกแตกช่วงล่างเอาไม่อยู่ยางระเบิด ทำให้คนตายได้ คุณเลือกเอง เพราะคุณเป็นคนจ่าย

 

 ..................................

(น้ำมันเครื่องอย่างไร เมื่อไร? : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์)