ไลฟ์สไตล์

พักร้อน@เกาะรอก

พักร้อน@เกาะรอก

03 มี.ค. 2556

พักร้อน@เกาะรอก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

                ทะเล้ ทะเล... อากาศร้อนๆ โชยมาทีไร ก็ครั่นเนื้อ ครั่นตัว อยากไปแช่น้ำทะเล เดินทางใกล้ๆ หรือไกลๆ ก็ได้ทั้งนั้น แต่จังหวะเหมาะๆ ที่พอจะหาวันหยุดได้บ้าง ฝนยังไม่กวนใจมากมาย ฉันเลยมองไปไกลถึง เกาะรอก จ.ตรัง ตามคำชวนของเพื่อน

                สองคนแบกเป้ขึ้นรถทัวร์ สบายๆ ปลายทางที่ขนส่งจังหวัดตรัง ระหว่างรอเพื่อนจาก ตรังทัวร์ มารับอีกต่อ เราก็ข้ามถนนไปหาร้านติ่มซำ-หมูย่างมาตุนให้ท้องอิ่มไปพลางๆ แล้วก็ถึงบางอ้อ เอ๊ย บางตรัง เพื่อนที่ว่าก็เป็นพี่ที่เคยไปเดินป่า จ.กระบี่ มาด้วยกันเมื่อครั้งหนึ่งนานมานี่เอง ทักทายกันพอสนุก ก่อนจะเคลื่อนพลไปที่ ท่าเรือหาดเจ้าไหม 

                กลุ่มเราเดินทางกรุ๊ปไม่ใหญ่ ก็ไปกันเรือลำเล็ก 2 ลำ สะดวกดี ในยามที่คลื่นลมสงบ

                เริ่มแรกของการเดินทาง ท้องฟ้าดูแดดจ้า แต่เมฆค่อนข้างหนาตา ทะเลยังนิ่งสงบ ตัดกับเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของเรือหาง หรือเรือธง ที่พาเราเดินทางมุ่งหน้าจากท่าเรือหาดเจ้าไหม อ้อม เกาะลิบง ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุด และเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงจากพะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ที่เกาะนี้มีเยอะกว่าเพื่อน คงด้วยเพราะหญ้าอ่อนใต้ทะเลที่ทำท่าจะอร่อยลิ้นกว่าที่อื่น...

                "เมื่อก่อนมีพะยูนอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อเจ้าโทน มันเชื่องนะ ขึ้นมาเล่นกับคน ใครเห็นก็จะหยุดเรือเล่นกับมัน ปล่อยมันผ่านไปก่อน ค่อยออกเรือต่อ" ...แต่วันนี้ ชื่อของเจ้าโทนเหลือเพียงตำนาน และไม่มีพะยูนตัวไหนที่จะยอมโผล่ขึ้นมาเล่นกับชาวเลอีก

                เลยเกาะลิบงมา เรือหางก็พาตัดดิ่งไปเกาะมุก โดยมีเป้าหมายที่ถ้ำมรกต เข้าใกล้ถ้ำ ก็เห็นเรือหนาตาขึ้น ... ไกด์ 2 คน "โรนัน" กับ "เอก" เริ่มอธิบายการปฏิบัติตัวเวลาเข้าถ้ำ ทุกคนต้องต่อแถวเรียงเดี่ยว เกาะกันเข้าไปนะ ช่วยกันตีขาด้วยนะ ระวังเจอปลาตีนด้วยล่ะ 555 

                นัดแนะกันดิบดี ก็ใส่ชูชีพโดดลงน้ำ เกาะคอต่อๆ กันเข้าไป จากปากถ้ำที่จังหวะน้ำลดกำลังดี เราเกาะเกี่ยวกันเข้าไป ยิ่งลึกแสงก็ยิ่งริบหรี่ จนกลายเป็นมืดตื๋อ... มืดจริงๆ มองอะไรไม่เห็น มาคนเดียวตายแน่ๆ แล้วไม่นานก็เริ่มมีเสียงโห่จากหัวขบวนไล่เรียงมา อ้อ... มีแถวสวนทางจากนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มที่เข้าไปในถ้ำก่อนหน้า กำลังต่อคิวกลับออกมา เลยได้ทักทายกันสนุกสนาน ด้วยเสียงมั่งหรือแม้กระทั่งวักน้ำใส่กัน โดยไม่มีใครถือโกรธใคร

                ฉันไม่ค่อยชอบถ้ำแถมมืดด้วย ลุ้นแทบตายว่าอย่ามีอะไรมาดึงขานะ ไม่นาน ก็เห็นแสงสว่างลอดเข้ามาอีกฝั่ง เฮ้ออออ... เริ่มมองเห็นเพดานถ้ำ ด้านในเป็นเวิ้งอ่าวเล็กๆ รอบด้านเป็นผนังผาหิน ถ้าน้ำขึ้นก็ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน นอกจากไต่ขึ้นด้านบน มองย้อนกลับไปในถ้ำ เห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต สวยใส

                หลังเริงร่า ถ่ายรูปกันอยู่พักหนึ่ง เราก็ได้เวลากลับ เหมือนเคย... เรียงแถวกันออกจากถ้ำ แล้วก็มาเจอกับฝูงปลาสลิดหินลายเสือ ว่ายมายั่วเล่นเยอะเชียว...

                ขึ้นเรือเดินทางกันต่อ เป้าหมายไปดำน้ำที่เกาะไหง ผ่านแนวเกาะกระดาน สถานที่ยอดฮิตของคู่บ่าวสาวที่ชื่นชอบการดำน้ำ มาจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลในวันวาเลนไทน์ "ใครจะมาจดทะเบียน มาที่นี่ได้นะ" เสียงไกด์หนุ่มดังขึ้น

                "พร้อมจดแล้ว แต่หาคู่ให้ก่อนดิ" เสียงสาวๆ ร้องบอก 5 5 5 5 

                ฝนเริ่มไล่เม็ดลงมา เคลื่อนเข้าใกล้เกาะเชือก กับเกาะม้า แต่พวกเราเลยไปดำน้ำที่เกาะไหง เลยโชคดีไป

                เกาะเชือก กับเกาะม้า ที่เห็นไกลๆ นึกว่าเกาะติดกัน แต่พอเรือเข้าใกล้ ถึงได้เห็นว่า แยกกันอยู่ เป็นเอกเทศ  สงสัยยังไม่ทันคล้องเชือกม้า(มั้ง) ที่นี่ถือเป็นแหล่งดำน้ำ ที่ทัวร์มักพานักท่องเที่ยวมาลงดำ

                ถึงเกาะไหง ยังไม่ทันลงน้ำ ฝนก็โปรยเม็ดลงมาซะแล้ว แต่คลื่นยังสงบนิ่ง แถมน้ำทะเลก็อุ่นกว่านั่งเปียกฝนอยู่บนเรือซะอีก ปลาฝูงใหญ่ หลากสีสัน ช่วยให้การดำน้ำตื้นมีอรรถรสมากขึ้น บวกกับปะการังงามๆ ทั้งปะการังสมอง และผักกาด ที่ดูจะเยอะกว่าเพื่อน หอยมือเสือที่เห็นตัวใหญ่มากๆ แต่พี่ๆ เขาบอกว่า เมื่อก่อนมีตัวใหญ่กว่านี้เยอะ แต่ก็ยังดีที่เริ่มมีหอยมือเสือมากขึ้นแล้ว 

                จากตรงนี้ ยังได้แวะไปดำน้ำดูปะการังอ่อน ตรงหินเจ้าแม่กวนอิม ที่อยู่ไม่ไกล น้ำแรงจนต้องจับเชือกลอยดู ปะการังอ่อนที่เห็น มีหลายสี รวมถึงกัลปังหาสีทอง เสียแต่สีไม่ค่อยขึ้น เนื่องจากไม่มีแสงแดดส่อง 
 ขึ้นเรืออีกที คราวนี้ มุ่งหน้า เกาะรอก ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง จนนั่งคอพับคออ่อน หลับอยู่ข้างกราบเรือ 

                เกาะรอกมี 2 เกาะใกล้กัน คือ เกาะรอกนอก และเกาะรอกใน ที่เราจะไปพักกัน ที่นี่ นักท่องเที่ยวไม่มากมายแออัดเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต อาจจะด้วยเพราะเกาะรอกอยู่ออกมาไกลฝั่งมาก ใช้เวลาเดินทางนาน และแม้ว่าจะมาจากทาง จ.ตรัง แต่ก็อยู่สุดขอบ เลยเข้ามาในเขต จ.กระบี่ โดยเกาะรอกขึ้นอยู่กับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และไม่ไกลจากเกาะรอกเท่าไหร่นัก ก็เป็นเกาะลันตา จ.กระบี่ แล้ว    

                หลังจากช่วยกันขนข้าวของลงจากเรือเสร็จ ก็หาทำเลลงหลักปักฐาน ไปได้แคมป์อยู่หน้าหาด ใกล้กับ ร้านค้าสวัสดิการ ใกล้ครัว แล้วก็ไม่ไกลจากห้องน้ำ เรียกว่าทำเลกำลังดี มีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ใต้ร่มไม้ ให้เราได้นั่งคุยกัน

                จัดแจงที่พักเสร็จสรรพ ก็คว้ากล้องไปเดินเล่น หามุมถ่ายรูปหาดกว้างๆ ช่วงน้ำลง สองชีวิตเล็กๆ บนชายหาด เริ่มขยับฝา ขยับตัว เผยโฉมมาทักทายเธอ-ฉัน เจ้าปูเสฉวนในเปลือกหอยเล็กๆ ดูเหมือนที่เกาะแห่งนี้ จะอุดมไปด้วยปูเสฉวน ไม่ว่าจะอยู่ลึกเข้าไปในต้นไม้ ไกลหาด ก็ยังมีรอยเท้าให้เห็น

                ฉันเดินเลยช่วงโซนบ้านพัก แนวจอดเรือ ไปอีกด้านหนึ่ง โค้งน้ำสวยสงบ หาดทรายขาวละเอียด แทบจะไม่มีรอยเท้าคนเดินผ่าน มองไปทางฝั่งตะวันตก เป็นหาดหินถูกน้ำซัดก้อนกลม แนวนี้ดูจะเป็นแนวหินของเกาะ เป็นทำเลที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำ แต่โชคไม่ดี ที่ฟ้าไม่เป็นใจ 

                โพล้เพล้แบบนี้ ยุงทะเลออกหากิน ตัวใหญ่กัดเจ็บ แต่เสร็จตะไคร้หอมไล่ยุง ทำให้เรานั่งคุยกันออกรสมากขึ้น มื้อค่ำนี้ อาหารทะเลเต็มโต๊ะ ทั้งหมึก กุ้ง ปูนึ่ง แล้วก็ปลาเผาตัวใหญ่ๆ พร้อมกับเสียงกีตาร์บรรเลง เคล้าเสียงคลื่น กล่อมคนนอนไม่หลับ 

                เช้านี้ตื่นมา ดูท่าฟ้าไม่ค่อยเป็นใจ ส่งเมฆเยอะๆ มาบดบังแสงเจิดจ้าของอรุณรุ่ง เป็นแบบนี้ทั้ง 2 เช้าที่เกาะรอกเลยเชียว เลยไม่ต้องไปเดินหามุมถ่ายรูปไกลนัก หลังมื้อเช้า ก็เข้าเรื่องหลักของเรา เตรียมตัวไปดำน้ำกัน วันนี้พี่ปลาบอกว่า จะพาไปดำน้ำตั้ง 5 จุด เรียกว่า ไปให้ทั่วเกาะรอกเลยเชียว

                จุดแรกของวันนี้ เป็นบริเวณหลักเขต ที่อยู่ไกลออกไป แถบนี้ ปะการังสมองดูจะเยอะกว่าเพื่อน แต่ก็มีปะการังเขากวางสีฟ้าสดๆ กับสีเขียวๆ แทรกตัวอยู่กับน้ำทะเลใสๆ เจอเจ้าเม่นทะเล แต่น้ำลึกอยู่ เลยอย่าหวังแอ้มซะให้ยาก

                ดำน้ำกันอยู่นานพอควร ก็ขึ้นเรือไปดำกันอีกจุด คราวนี้เป็นเวิ้งอ่าวสวย น้ำใสกว่าตรงเมื่อกี้ เพราะดูเหมือนจะตื้นกว่า แถมความหลากหลายของปะการังมีมากกว่า เจ้าปลาน้อยใหญ่เต็มไปหมด ที่ชอบก็เห็นจะเป็นปลาโนรีที่รัก กับเจ้านีโม่

                เหนื่อยนัก ก็กลับพักกินข้าวเที่ยงกันก่อน นั่งๆ นอนๆ พักเหนื่อย ก่อนจะพาไปดำน้ำกันอีก 2 จุด ด้านตะวันออกและตะวันตก พูดง่ายๆ ก็หัวเกาะ - ท้ายเกาะ ใครเหนื่อยก็ไม่ต้องห่วง เพราะมีห่วงให้เกาะ ลากกันไป สบายๆ ขึ้นจากดำน้ำ ก็ถ่ายรูปเล่น กลับถึงที่พักก็เย็นย่ำ  

                เกาะรอก เกาะเล็กๆ ในทะเลไกลฝั่ง ที่อุดมด้วยน้ำใส หาดทรายสวย และความสงบ ช่วยให้พักร้อนของฉันลืมโลกไป 3 วันอย่างง่ายดาย

 

 ..........................................

(พักร้อน@เกาะรอก : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)