ไลฟ์สไตล์

ข่าว : แม่ม่ายสีน้ำตาล

ข่าว : แม่ม่ายสีน้ำตาล

20 ม.ค. 2552

ข่าว : แม่ม่ายสีน้ำตาล สธ.มหาชัยตื่นแมงมุมพิษ หลังมีข่าวแพร่ที่อัมพวาและลุ่มน้ำเจ้าพระยา สั่งหาข้อมูลเพิ่ม ประสานปศุสัตว์ออกให้ความรู้ชาวบ้านระวังอันตราย นักวิชาการแมงมุมย้ำไม่ต้องตื่นกลัว เพราะนิสัยรักสงบ หนีมากกว่าสู้ จนกว่าจะจวนตัวจริงๆ ถึงจะกัด การออกมาเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวังแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาลที่มีพิษรุนแรงกว่าแมงมุมแม่ม่ายดำกว่าสองเท่าของนายประสิทธิ์ วงษ์พรม นักวิจัยจากภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาแมงมุมในประเทศไทย ซึ่งพบตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงและตื่นตัวกับอันตรายที่จะเกิดจากแมงมุมชนิดนี้ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ร.ต.(หญิง) ราศรี สัตยาวิรุทธ์ นักวิชาการสาธารณสุข 8 หัวหน้าฝ่ายควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ ล่าสุดพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยการตรวจสอบในพื้นที่แล้ว ที่ผ่านมายอมรับว่ายังไม่เคยเจอเรื่องแมงมุมชนิดนี้ อย่างไรก็ตามหลังได้รับรายงานจะหาข้อมูลเพิ่มเติมและออกกระจายเสียงประชาสัมพันธ์ตลอดจนแจ้งเตือนผ่านวิทยุชุมชนให้ชาวบ้านรู้จักสังเกตลักษณะรูปร่างหน้าตา ลักษณะแฝงตัวในที่ต่ำหรือชายน้ำ ซึ่งเด็กๆ และชาวประมงควรระมัดระวัง เนื่องจากมีพิษร้ายแรงมาก และทราบว่ายังไม่มีเซรุ่มแก้พิษ "แมงมุมธรรมดาในบ้านเรามีอยู่ประมาณ 2 กลุ่มด้วยกัน พิษไม่ร้ายแรงนัก หากถูกกัดเต็มที่ก็แค่ปวด แผลมีรอยไหม้หรือเกิดผื่นคันบวม ตลอดจนระคายเคือง ส่วนคนที่ถูกกัดแล้วเกิดอาการแพ้ แผลอาจจะบวมปูด อย่างไรก็ตามยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล เมื่อไปพบแพทย์ก็หายได้ไม่ยาก ที่พิษรุนแรงก็ไม่เกินพิษของตะขาบเท่านั้น" ร.ต.(หญิง) ราศรี กล่าว ด้าน นางสุวรรณี ภิญโญภาวะสุทธิ์ นักวิชาการเฝ้าระวังโรคติดต่อ ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงมาตรการป้องกันเบื้องต้นว่า จะออกสำรวจและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ขณะนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันสอดส่อง และจากการสำรวจข้อมูลตามโรงพยาบาลในพื้นที่ก็ยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการใกล้เคียงกับคนที่ถูกแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาลเข้ามารักษาตัว ขณะที่ นพ.คงธน สฤษฎ์วานิช ผู้อำนวยการ รพ.มหาชัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมายังไม่พบผู้ป่วยถูกแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาลเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด แต่กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตอย่างเข้มงวดแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามชาวบ้านและชาวประมงน้ำตื้นหรือประมงชายฝั่ง ซึ่งหากินตามลุ่มน้ำต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เคยพบเห็นแมงมุมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล แต่ไม่ทราบว่าเป็นแมงมุมอะไร มีขนาดเล็กขนาดปลายนิ้วไปจนถึงใหญ่คล้ายบึ้ง บางคนยังเคยนำมาเกี่ยวเบ็ดตกปลา หลังจากมีข่าวแมงมุมพิษก็จะระมัดระวังตัวมากขึ้น น้องมีน นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเลี้ยงแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล บอกว่า ชอบศึกษาสัตว์และแมลงแปลกๆ อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะนั่งเล่นอยู่ที่บ้านได้ยกโต๊ะขึ้นแล้วเห็นแมงมุม ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นแมงมุมอะไรเลยเก็บมาเลี้ยงไว้ในโหล ใส่เศษไม้ให้ชักใย 2 วันให้อาหารครั้ง จากนั้นจึงหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจนทราบว่าเป็นแมงมุมมีพิษชื่อแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล "ชอบครับ รู้ว่าแมงมุมตัวนี้เป็นแม่ม่ายสีน้ำตาล เพราะใต้ท้องจะมีต่อมพิษรูปนาฬิกาทราย ตอนนี้ก็อยากจะเลี้ยงอยู่ มุดดูใต้โต๊ะที่บ้านทุกวัน พบเกือบ 10 ตัว เลี้ยงจนออกไข่ 200-400 ฟองก็เอาไปเผาทำลาย ไม่อยากให้แพร่พันธุ์ เพื่อนบ้านรู้ก็มาขอดู บางคนก็ต่อว่าต่อขาน ที่ผ่านมาไม่เคยปล่อยแมงมุมออกมาเพ่นพ่านเลย" น้องมีน กล่าว ลักษณะทั่วไปของแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร บริเวณท้องจะโตกว่าหัว ใต้ท้องจะกลมป่องมีสีส้มลักษณะคล้ายรูปนาฬิกาทราย ด้านบนมีสีน้ำตาลสลับขาวลายเป็นริ้วๆ มีจุดสีดำสลับขาวตรงท้องข้างละ 3 จุด รวม 6 จุด จะมีการแปรผันของสีค่อนข้างเยอะ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม นายประสิทธิ์ วงษ์พรม นักวิจัยจากภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาแมงมุมในประเทศไทย กล่าวว่า เวลาแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาลกัดจะแตกต่างจากแมงมุมแม่ม่ายดำ โดยพฤติกรรมของแมงมุมชนิดนี้กัดแล้วจะปล่อยพิษนิดเดียว ไม่มีผลให้เสียชีวิตทันทีทันใด ทั่วโลกมีคนตายจากแมงมุมชนิดนี้น้อยกว่าแมงมุมแม่ม่ายดำมาก จากการศึกษาพบว่ามีพฤติกรรมรักสงบ อยู่เงียบๆ ไม่กัดใครง่ายๆ จนกว่าจะจวนตัวจริงๆ หรือไปทำร้ายมันก่อน หรือล้วงเข้าไปในรองเท้า ถังเก่าๆ แล้วถูกกัดโดยบังเอิญ ดังนั้นจึงไม่ต้องแตกตื่น ที่ผ่านมาเคยมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีถูกกัดมาแล้ว เป็นแค่จุดแดงๆ ทุกวันนี้ก็ไม่เป็นอะไร "หากเราไปแตะรังของมัน นิสัยของมันจะวิ่งหนี นี่คือธรรมชาติของมัน ไม่ใช่การกัด ในต่างประเทศเวลากัดส่วนใหญ่จะเป็นการกัดทันทีทันใด แต่รายงานการเสียชีวิตน้อยกว่าแม่ม่ายดำหลายเท่า หลายคนตื่นกลัวเพราะเป็นกลุ่มเดียวกัน ชอบอาศัยอยู่ที่ต่ำๆ การป้องกันทำได้ด้วยการรักษาความสะอาดบ้าน อย่าปล่อยให้รกรุงรังก็จะปลอดภัย หากจะฆ่าคงไม่หมด เพราะจากข่าวที่ทราบเชื่อว่า แพร่พันธุ์ไปทั่วแล้ว" นายประสิทธิ์ กล่าว ด้าน นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้ยินเพียงข่าวพบแมงมุมมีพิษที่ อ.อัมพวา เมื่อเช้านี้จากรายการทีวี จึงยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าพบแมงมุมมีพิษในพื้นที่จริงๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ปักใจเชื่อว่า มีแมงมุมมีพิษระบาดอยู่ในพื้นที่ เพราะไม่มีใครออกมายืนยันชัดเจน อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยพบว่า จ.สมุทรสงคราม มีแมงมุมมีพิษ ประกอบกับก่อนหน้านี้ก็ไม่มีนักวิชาการคนไหนออกมาบอกว่า แมงมุมมีพิษสามารถกัดคนจนถึงแก่ชีวิต "ผมว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมันกว้างเกินไป ก็เหมือนกับผมแพ้กุ้ง พอกินกุ้งก็อาจเสียชีวิตได้ หากสื่มมวลชนจะทำข่าวให้ตื่นเต้นมันก็อาจมีผลกระทบ แต่ถ้าทำและวิจัยหาข้อมูลใหม่ๆ เพื่อมาป้องกันอันตรายให้ชาวบ้านและประชาชนก็เป็นการดีกว่า" นายสุรจิต กล่าว