
โพลชี้ ติดเหล้า-เสพยา-มั่วเซ็กส์3ปัญหาเร่งด่วนให้วธ.แก้
โพลชี้ ติดเหล้า-เสพยา-มั่วเซ็กส์ 3 ปัญหาเร่งด่วนให้วธ.แก้ เผยไม่เคยติดต่อ หอสมุดแห่งชาติ มากที่สุด ส่วนหน่วยงานที่ไม่รู้จักมากที่สุด คือ ศูนย์มนุษยฯ หอไทยนิทัศน์ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2552 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ วธ. ได้สำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อ วธ. ระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน พ.ศ. 2552 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 7,620 คน ผลปรากฎว่า หน่วยงานที่มีการติดต่อมากที่สุด คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และอุทยานประวัติศาสตร์ ส่วนที่ไม่เคยติดต่อมากที่สุด คือ หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากรและกรมการศาสนา และหน่วยงานที่ไม่รู้จักมากที่สุด คือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หอไทยนิทัศน์ และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
รมว.วธ. กล่าวอีกว่า เด็กและเยาวชนยังเห็นว่าสิ่งที่เป็นภาพลักษณ์ของ วธ. คือ ภาษาไทย การดูแลโบราณสถาน เช่นวัด เจดีย์ โบสถ์ วิหาร วัง และประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ ด้านความพึงพอใจการดำเนินงานของวธ. 3 อันดับแรก คือ กิจกรรมส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การให้บริการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาความเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม
นายธีระ กล่าวต่อไปว่า สำหรับวัฒนธรรมไทยที่ดีงามและควรอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่มากที่สุดได้แก่ การเคารพนับถือบิดามารดา ผู้อาวุโส กตัญญูกตเวที และคุณธรรมจริยธรรม ส่วนปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาการเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมให้ประชาชนทราบ ปัญหาในเรื่องอบายมุขการมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด การค้าประเวณี การเที่ยวกลางคืนปัญหาเด็กและเยาวชน และ ปัญหาการใช้คำพูดการใช้ศัพท์แสลง อีกทั้งยังต้องการให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการ คือ การส่งเสริมการไหว้มารยาทที่ดีงาม และการมีสัมมาคารวะของเด็กต่อผู้ใหญ่ การแต่งกายของวัยรุ่นและนักศึกษา การรักษาวัฒนธรรมการแต่งกายที่ถูกกาลเทศะและการแสดงออกในที่สาธารณะ และการให้ความสนใจดูแลแก้ไขปัญหาวัยรุ่นอย่างจริงจัง
“ผมจะเก็บทุกความคิดเห็น ความพึงพอใจ เกี่ยวกับการดำเนินงานกิจกรรมและโครงการต่างๆ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ของ วธ. ตลอดจนปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อนำข้อคิดเห็นมาใช้ในการปรับปรุงงานของหน่วยงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชน ในสังคมไทย รวมถึงเร่งขจัดปัญหาที่ก่อให้เกิดอุปสรรค ในการส่งเสริมงานทางวัฒนธรรมให้ลดน้อยลงหรือหมดไป” นายธีระ กล่าว



