Kom Lifestyle

แบ่งทรัพย์สินแบบหุ้นส่วน

แบ่งทรัพย์สินแบบหุ้นส่วน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ดิฉันมีเรื่องอยากขอคำแนะด้วยค่ะ คือ ดิฉันอยู่กินกับแฟนประมาณ 7 ปี โดยไม่ได้แต่งงานกัน เราอยู่กินกันแบบสามีภรรยา ซึ่งดิฉันทำงานเอกชนแห่งหนึ่ง

 แฟนก็ทำงานเอกชนด้วยเช่นกัน แต่เราอยู่คนละบริษัทกันค่ะ ก่อนหน้านั้น เราก็วางแผนว่า จะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงได้มีทรัพย์สินร่วมกัน คือ รถ ส่วนบ้าน เป็นของแฟนซึ่งมีอยู่แล้ว เมื่อตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ดิฉันจึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของแฟน หลังจากนั้นก็ซื้อของเข้าบ้านร่วมกัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ 
 ปัญหาก็คือ จู่ๆ แฟนก็มาบอกเลิกกับดิฉัน ทำให้ดิฉันเสียใจ และช็อก เพราะไม่เคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อน และไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาเช่นนี้กับดิฉัน
 อยากทราบว่า ถ้าแฟนเลิกกับดิฉันจริงๆ ดิฉันจะได้อะไรบ้าง ในทางกฎหมายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ขณะนี้ดิฉันอายุ 25 ปี ส่วนแฟนอายุ 32 ปี อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ก็คิดว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันแบบถูกต้องตามกฎหมาย ไม่คิดว่า จะมาเป็นอย่างนี้ ที่แฟนไปเจอกับคนอื่น แล้วจู่ๆ จะมาทิ้งกันอย่างนี้ ดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรบ้าง
 นิด
 ตอบ

 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า การที่อยู่กินด้วยกันเหมือนเช่นสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนั้น ในทางกฎหมายไม่ได้รับรองในเรื่องการเป็นสามีภรรยา หรือรองรับให้เป็นบุคคลคนเดียวกัน ดังนั้น การเรียกร้องสิทธิในด้านกฎหมายต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย
 แต่การอยู่ด้วยกันเช่นนี้ เป็นเหมือนหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน หากต้องเลิกกัน ทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างที่อยู่กินด้วยกัน จะเป็นลักษณะของหุ้นส่วน คล้ายกับคนทำธุรกิจร่วมกัน ดังนั้น จึงเป็นทรัพย์สินร่วม ที่ต้องแบ่งคนละครึ่ง หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องพิสูจน์ว่า ชิ้นไหนเป็นทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากอยู่กินด้วยกัน กรณีนี้ หมายถึงว่า ตกลงกันไม่ได้และต้องฟ้องร้อง ซึ่งทำให้ต้องรอการพิสูจน์เรื่องทรัพย์สินด้วย
 หากตกลงกันได้ ก็ตกลงกันเลยว่า ของที่มีอยู่คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ หรือว่า ใครจะเอาชิ้นไหนไปก็แบ่งกันไป จะได้ไม่มีปัญหา
 ส่วนเรื่องรถที่บอกว่า เป็นชื่อร่วมกัน ก็ต้องทำอย่างที่บอก คือ ถ้าตกลงกันได้ ก็แบ่งกันไปเลย หรือแบ่งกันว่า ใครควรจะได้ไป เพื่อจะได้ง่ายไม่ต้องเอาขายออกทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาแบ่งกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณทั้งสองคนว่า จะตกลงกันได้ไหม
 ลุงแจ่ม

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง