Kom Lifestyle

มหากาพย์เวนคืนที่ดิน'จุฬาฯ-อุเทนถวาย'

มหากาพย์เวนคืนที่ดิน'จุฬาฯ-อุเทนถวาย'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

มหากาพย์เวนคืนที่ดิน'จุฬาฯ-อุเทนถวาย' : โดย...ชุลีพร อร่ามเนตร

               เป็นเวลากว่า 38 ปี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้เจรจาตกลงเรื่องการขอคืนพื้นที่อุเทนถวาย ที่ตั้งอยู่ย่านพญาไท เนื่องด้วยจุฬาฯ จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้เป็นพื้นที่การศึกษา ขณะที่กลุ่มนักศึกษาอุเทนถวาย-ศิษย์เก่า ออกมาเรียกร้องขอใช้พื้นที่ปัจจุบัน ด้วยสาเหตุว่าพื้นที่ดังกล่าวเปรียบเสมือนบ้าน พอใจในพื้นที่เล็กๆ ที่ผลิตบัณฑิตสายช่างก่อสร้างมาเกือบ 80 ปี ไม่อยากย้ายไปไหน จนเกิดการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา และศิษย์เก่าอุเทนถวาย

               ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 เป็นต้นมา จุฬาฯ ได้เริ่มเจรจาขอคืนพื้นที่มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เนื่องด้วยจุฬาฯ มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของวิทยาเขตอุเทนถวาย จำนวน 20 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา ให้เป็น "ศูนย์นวัตกรรมงานสร้างสรรค์เพื่อชุมชนยั่งยืน" เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ในการเสริมสร้างการแข่งขันของประเทศ รวมไปถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยกำหนดให้เป็นพื้นที่การศึกษาที่จะไม่เข้าไปแตะต้อง จะไม่มีการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เด็ดขาด

                ที่ผ่านมา จุฬาฯ ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ กรมธนารักษ์ ขอความอนุเคราะห์จัดหาพื้นที่ให้อุเทนถวาย โดยปี พ.ศ.2545 กรมธนารักษ์จัดหาพื้นที่ให้จำนวน 36 ไร่ ที่ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  ครม.จัดสรรงบฯ ให้เพื่อการก่อสร้างและขนย้ายประมาณ 200 ล้านบาท อุเทนถวายได้ทำบันทึกข้อตกลงกับจุฬาฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547 จะขนย้ายและส่งมอบพื้นที่คืนให้จุฬาฯ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2548 หากจำเป็นก็จะผ่อนผันให้ไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น

               ต่อมาปี 2548 ได้ทำบันทึกข้อตกลงว่า อุเทนถวายจะย้ายไปก่อสร้างสถาบันใหม่ที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมย้ายบุคลากรและนักศึกษาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 แต่การย้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ ปี 2550 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(กยพ.) ซึ่งระหว่างนั้นสโมสรนักศึกษาอุเทนถวาย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา 2 ครั้ง

               ปี 2552 กยพ.มีมติชี้ขาดให้อุเทนถวายขนย้ายทรัพย์สินและคืนพื้นที่ให้จุฬาฯ และชำระค่าเสียหายปีละล้านบาทเศษ จนกว่าจะส่งมอบพื้นที่เสร็จ ส่วนผลการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือยืนยันผลชี้ขาดตามมติของ กยพ. และทางจุฬาฯ ก็ไม่ได้ทวงเงินค่าเสียหายจากอุเทนถวายแต่อย่างใด

                "ผมเข้าใจดีและรู้สึกเห็นใจอุเทนถวาย เพราะการจะย้ายไปที่แห่งใหม่ได้ ต้องมีพื้นที่ใหม่รองรับ ได้รับงบฯ สนับสนุนการก่อสร้างอาคาร และการขนย้าย ดังนั้น การจะแก้ไขกรณีของอุเทนถวายได้ ต้องขอความร่วมมือจากรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานต่างๆ จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้ รวมไปถึงงบฯ ด้วยและเราก็คงต้องหารือกันให้เข้าใจทุกฝ่าย ซึ่งจุฬาฯ ก็พร้อมเจรจาหาข้อยุติ" อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

               สอดคล้องกับ นายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เล่าว่า ภายหลังที่มีคำสั่งให้อุเทนถวายย้ายออกจากบริเวณที่ตั้งในปัจจุบัน ทางฝ่ายผู้บริหารของอุเทนถวายก็ประสานกับกรมธนารักษ์เพื่อเจรจาขอพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ที่เหมาะสมมาตลอด ล่าสุดได้ขอพื้นที่ในส่วนของ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ แต่ทางอุเทนถวายคงไม่ได้ใช้พื้นที่ทั้งหมดเพียงแห่งเดียว เพราะพื้นที่ดังกล่าว ม.ศิลปากร ก็ขอใช้เช่นเดียวกัน ส่วนจะได้พื้นที่กี่ไร่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรมธนารักษ์ จ.สมุทรปราการ สำหรับงบประมาณที่ใช้ ฝ่ายผู้บริหารก็ไม่ได้มีการวางแผนใดๆ  เพราะยังไม่ได้พื้นที่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้งบฯ เท่าใด

               "การเคลื่อนไหวของนักศึกษาตอนนี้ เป็นเรื่องของศิษย์เก่าและนักศึกษาที่ดำเนินการขึ้นมาเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าถูกต้อง ฝ่ายผู้บริหาร ข้าราชการของมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น หลังจากนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ แต่พยายามกำชับ ห้ามปรามนักศึกษาไม่ให้กระทำการใดที่รุนแรง หรือนำมาสู่การทำลายชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย"

               ขณะที่ ร.ร.ปทุมวัน ที่ก่อนนี้ มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นป.1-ป.6 ออกมาเรียกร้องจุฬาฯ ไม่ให้ไล่ที่เช่นเดียวกัน อธิการบดีจุฬาฯ ออกมาชี้แจงว่าเป็นคนละกรณีกับอุเทนถวาย เพราะพื้นที่ของ ร.ร.ปทุมวัน เป็นส่วนที่จุฬาฯ มีแผนแม่บทที่จะปรับปรุงพื้นที่นั้นเป็นสวนสาธารณะสำหรับคนกรุงเทพฯ และขยายพื้นที่ถนน จุฬาฯ ซอย 5 ให้กว้างขึ้นเพื่อลดปัญหาจราจร แต่เมื่อมีประชาชนเดือดร้อน จุฬาฯ ก็จะหารือกับทุกฝ่ายอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เด็กเดือดร้อน เพราะไม่ใช่ความผิดของเด็กและผู้ปกครอง

               ส่วนทางกทม. ก็ออกมาเปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนรองรับไว้ คือ ให้เด็กนักเรียนจำนวน 300 คนย้ายไปโรงเรียนใกล้เคียงแทน ซึ่งได้ให้คุณครูพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงสาเหตุที่ต้องย้ายโรงเรียนแล้ว  ขณะที่ทางสำนักงานเขตปทุมวัน ได้แจ้งต่อผู้ปกครองไว้นานแล้ว เพื่อให้เลือกโรงเรียนใกล้เคียงที่เขตเตรียมไว้ โดยจะเริ่มย้ายนักเรียนไปเรียนได้ในปีการศึกษาหน้า หรือเดือนพฤษภาคม 2556 โดยสัญญาของโรงเรียนจะหมดลงในเดือนมีนาคมนี้

               บทสรุปของการเจรจาขอคืนที่ดินในส่วนของ ร.ร.ปทุมวัน อาจไม่ยืดเยื้อเท่ากับอุเทนถวาย เพราะกลุ่มสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ยันคงยืนยันที่จะเดินหน้าประท้วงต่อไป

 

................................................

(มหากาพย์เวนคืนที่ดิน'จุฬาฯ-อุเทนถวาย' : โดย...ชุลีพร อร่ามเนตร )

                

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง