Kom Lifestyle

กรมศาสนายันปัดตั้ง'พระพายัพ'

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'กรมการศาสนา'ยันไม่มีการตั้ง 'พระพายัพ' เป็นพระครูปลัด 'อธิบดี' แจงเป็นแค่ฉายาของผู้ที่บวช ระบุจะได้ตำแหน่งต้องบวชอย่างน้อย 5 ปี

               19 ก.พ.56 นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา ให้สัมภาษณ์ที่ด้านหน้าอาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า “พระพายัพ" หรือนายพายัพ ชินวัตร น้องชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการแต่งตั้งจาก สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่ง “พระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์” หลังเพิ่งอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า อาจมีความไม่เหมาะสมว่า ชื่อ “พระครูปลัดฯ” ของพระพายัพเป็นเพียงฉายา โดยชื่อของพระพายัพขึ้นต้นด้วยตัว “พ.” สมมติว่า ตนบวชเป็นพระ ชื่อขึ้นต้นด้วย “ป.” ก็อาจจะมีฉายาเป็น“ปัทธโร”ดังนั้นพระครูปลัดฯของพระพายัพไม่ใช่สมณศักดิ์ของพระ

               “ตามกฎของเถรสมาคมระบุว่า พระครูปลัดต้องเป็นพระมาอย่างน้อย 5 ปี แล้วก็ต้องมีผลงานทางศาสนาด้วยการเผยแผ่ศาสนาจนเป็นที่ประจักษ์ ต้องขอผ่านที่ประชุมเถรสมาคมเพื่อมีมตินำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นสมณศักดิ์ของพระไม่ใช่ว่าจะได้กันง่าย ๆ ที่เหมือนพวกเราที่เป็นครูบาอาจารย์จะต้องเป็นอาจารย์ 2 อาจารย์ 3 ก่อน ดังนั้นถือเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ก็ดีครับเป็นการปลุกกระแสทางพระบ้าง ชื่อนี้เป็นแค่ฉายา ซึ่งคนบวชทุกคนจะมีฉายาเวลาตั้งชื่อตามภาษาบาลี ที่ดูว่าชื่อเดิมเป็นชื่ออะไร เมื่อไปพ้องกับตัว “พ.” ชื่อก็เลยแผลงออกมาอย่างนั้น ส่วนเรื่องนี้กรมการศาสนาคงไม่ต้องช่วยชี้แจงเพราะว่าการบวชเป็นเรื่องของสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ถ้าถามผม ผมก็ช่วยชี้แจงได้ว่าเป็นเพียงฉายาของผู้ที่บวชที่พระอุปัชฌาย์คือพระที่ทำการบรรพชาให้จะต้องให้ฉายาก็เหมือนกับสมมติว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บวช ก็อาจจะได้ฉายาเป็น “พระอภิญญา” อะไรทำนองนั้นไป เพราะขึ้นต้นด้วย “อ.” ”นายปรีชา กล่าว

               เมื่อถามว่า แต่ข่าวที่ออกมาเหมือนกับว่า มีการตั้งพระพายัพให้มีตำแหน่งเป็นพระครูปลัด นายปรีชา กล่าวว่า ไม่มีครับ ยืนยันว่า จะเป็นพระครูปลัดได้ต้องบวชอย่างน้อย 5 ปี ถ้าไม่เช่นนั้นใครบวชแล้วก็ได้เป็นพระครูปลัดเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เพราะตำแหน่งพระครูสำหรับพระบางรูปต้องใช้เวลาบวชนานถึง 7 ปี บ้าง 10 ปี บ้าง

               ส่วนกระแสข่าวเสื่อมเสียต่อวงการพระสงฆ์ อาทิ พระยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด นายปรีชา กล่าวว่า การดูแลพระไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นเป็นความร่วมมือของกรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ซึ่งก่อนบวชพระอุปัชฌาย์หรือพระผู้ที่ทำการบรรพชาให้จะสอบถามก่อนถึงคุณสมบัติและมีหลายคนที่ไม่สามารถบวชได้ แต่เมื่อบวชแล้วก่อเรื่องก็เลยเป็นข่าว ซึ่งพฤติกรรมพระที่ไม่เหมาะสมนั้นสังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ



พระพยอมชี้มีสิทธิเป็นพระครูปลัดได้

             
             พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ถึงกรณีนี้ว่า การแต่งตั้งพระฐานานุกรม มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ 2 ข้อ คือ 1. ต้องอุปสมบทมาหลายพรรษา และ 2.ต้องมีผลงานการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งก่อนจะให้สัมภาษณ์ อาตมา เห็นข่าวว่า พระพายัพ มีผลงานในการสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาหลายประการ อาทิ การสร้างโบสถ์ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พระพายัพ ก็มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็น พระฐานานุกรม ได้

             “การแต่งตั้งพระฐานานุกรม เป็นสิทธิของผู้ให้ เมื่อผู้ให้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้รับมีสิทธิที่จะได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และที่สำคัญ พระพายัพ ก็บวชไม่นาน พระคู่แข่งในตำแหน่งนี้ ก็ไม่น่าจะมีความวิตกกังวลอะไร"

             พระพยอม กล่าวย้ำว่า "ปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย ถ้าพระพายัพ ไม่ได้เป็นน้องชายของ คนชื่อทักษิณ"  

             เมื่อถามว่า แต่หลักการกำหนดให้พระที่จะได้รับการแต่งตั้ง เป็น พระฐานานุกรม ต้องบวชหลายพรรษา พระพยอม ระบุว่า “อาตมา เห็นว่า เราไม่ควรจะไปยึดเรื่องพรรษากันได้แล้ว เพราะพระบางรูปบวชมานานหลายพรรษา แต่ไม่เคยทำคุณงามความดี หรืออะไรที่เป็นประโยชน์แก่พระศาสนา ก็ไม่ควรเลื่อนตำแหน่งอะไรให้เลย”

             ข้อมูลจากเว็บไซต์ วิกิพีเดีย ระบุว่า ฐานานุกรม คือ ชื่อเรียกลำดับตำแหน่งสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทย ซึ่งภิกษุผู้มีตำแหน่งทางการปกครองหรือมีสมณศักดิ์สูงบางตำแหน่งมีสิทธิตั้งพระรูปอื่นให้เป็นฐานากรมได้ตามศักดิ์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาต เช่น พระสงฆ์ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ สามารถตั้งฐานานุกรมได้ 3 ตำแหน่ง พระราชาคณะชั้นสามัญตั้งฐานานุกรมได้ 3 ตำแหน่ง เป็นต้น ไปจนกระทั่งถึงสมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งฐานานุกรมได้ 15 ตำแหน่ง

             ฐานานุกรมนั้นมีตำแหน่งที่เป็นหลัก 3 ตำแหน่ง คือ พระปลัด พระสมุห์ พระใบฎีกา หากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ที่มีสิทธิ์ตั้งฐานานุกรมเป็นผู้ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่พระราชาคณะชั้นราชขึ้นไป พระฐานานุกรมที่ท่านเหล่านั้นตั้ง จะเรียก "พระครู" นำหน้าตำแหน่งฐานานุกรมนั้นทุกตำแหน่ง เช่น พระครูปลัด พระครูสังฆรักษ์ เป็นต้น

             อย่างไรก็ตาม ภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งในลักษณะนี้เรียกว่า พระฐานานุกรม ทุกรูปจัดเป็นพระมีสมณศักดิ์เหมือนพระสมณศักดิ์ที่ทรงแต่งตั้ง พระในตำแหน่งเหล่านี้บางทีเรียกประทวนสัญญาบัตร บ้าง ฐานาประทวน บ้าง และเนื่องจากสมณศักดิ์เหล่านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้พระราชทานเอง ดังนั้นเมื่อพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ที่ได้ตั้งฐานานุกรมไว้มรณภาพ ตำแหน่งฐานานุกรมต่างๆ ก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดไปด้วย เรียกกันในภาษาปากว่า พระครูม่าย หรือ ฐานาม่าย จนกว่าจะได้รับแต่งตั้งฐานานุกรมใหม่

             ด้านพระพายัพ ได้ชี้แจงผ่านทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ ในกรณีที่ได้ทำนุบำรุงพระศาสนาและปฏิบัติธรรมมามามาก เปรียบเหมือนกับการรับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อย่างไรก็ตามในวันที่ 23 ก.พ.นี้ จะเดินทางกลับประเทศไทยและเทศน์ร่วมกับพระพยอมที่สวนอัมพร

 

 

..............................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- ฮือฮา!ตั้ง'พระพายัพ'เป็นพระครูปลัด : http://www.komchadluek.net/detail/20130218/152118/ฮือฮา!ตั้งพระพายัพเป็นพระครูปลัด.html

- ย้อนรอยวัดป่าพุทธคยา 'พระพายัพ'กับ'หลวงพ่อจิ๋ว' : http://www.komchadluek.net/detail/20130219/152182/ย้อนรอยพระพายัพกับหลวงพ่อจิ๋ว.html

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง