ไลฟ์สไตล์

เมื่อ "คนไทยแดนซ์" แต่ "ฝรั่งแสดงนาฏยศิลป์"

เมื่อ "คนไทยแดนซ์" แต่ "ฝรั่งแสดงนาฏยศิลป์"

03 มิ.ย. 2552

ไม่มีสิ่งใดในชีวิตมนุษย์ที่ทรงพลังไปมากกว่า "ความเชื่อ" เพราะมันสามารถนำคุณไปสู่ทั้ง "ความสำเร็จ" และ "ความล้มเหลว" ...ลองย้อนมองกลับไปดูว่า ความเชื่อที่คุณมีอยู่ตอนนี้ ส่งเสริมคุณ หรือ จำกัดศักยภาพในตัวคุณ ?

  เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันสอนภาษาอังกฤษวอลล์สตรีท ได้จัดงาน วอลล์สตรีทพรอมปาร์ตี้ ตอน “So You BELIEVE You Can Dance” ขึ้น เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “I Believe...ฉันทำได้” ที่ส่งเสริมให้คนเชื่อมั่นในตัวเอง และมุ่งเน้นผลักดันให้คนไทยกล้าพูดภาษาอังกฤษได้และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ โดยทุกกิจกรรมภายในงานล้วนแต่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

 ในงานมีหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เข้าร่วมประกวดแข่งขันการเต้นร่วมสมัย หรือ Thai Contemporary Dance ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยและตะวันตกไว้ด้วยกัน 

 หนึ่งในไฮไลท์เด็ดของงาน คือ การแสดงนาฏยศิลป์ไทยโดยอาจารย์ต่างชาติ ที่ต้องการสร้างบทพิสูจน์ให้คนไทยได้เห็นว่า หากคุณมีความเชื่อมั่น คุณสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้...

 ทันทีที่เสียงดนตรีไทยคลาสสิกดังขึ้น ก็เห็นอาจารย์ชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ในชุดนาฏยศิลป์ ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่ารำอันอ่อนช้อย การเยื้องย่างลงจังหวะด้วยความพร้อมเพรียง สีหน้าเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความตั้งใจ เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ดีทีเดียว

 มร.ทอดด์ พิทแมน บาเรต อาจารย์ชาวอเมริกัน เปิดใจว่า
 "เราตัดสินใจหัดเรียนรำไทยเพื่อนำมาโชว์ในงานนี้ แม้รู้ว่ารำไทยเรียนยากมากๆ แต่ละท่าต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง เชื่อไหมว่าผ่านไป 3 ชั่วโมงเราทำได้แค่การเยื้องย่าง นอกจากนี้ มือผมแข็งแทบจะไม่สามารถดัดตั้งมือรำได้ แต่เราก็พยายาม เพราะอยากทำเป็นตัวอย่างให้นักเรียนเห็นว่า ถ้าคุณคิดว่าทำได้ คุณก็จะทำได้ ถ้าคุณเชื่อมั่น คุณจะเปลี่ยนความฝันหรือความหวังไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก"

 ด้าน ชีวารัตน์ สกุลศักดิ์ หรือ "ตู๋" สาวออฟฟิศรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาว่างมาพัฒนาศักยภาพทางภาษาอังกฤษที่วอลล์สตรีท และมารับบทครูสอนรำไทยให้ในงานนี้ กล่าวว่า

 "รู้สึกสนุกที่ได้มาสอนอาจารย์ฝรั่งให้รำฟ้อนแพน แม้จะมีเวลาฝึกซ้อมจำกัดแต่เราก็เชื่อว่าเขาต้องรำได้ และในที่สุดพวกอาจารย์ฝรั่งเขาก็ทำได้จริงๆ...เมื่อก่อน ตู๋พูดภาษาอังกฤษได้แค่คำว่า Turn right กับ Turn left แต่เมื่อมาที่วอลล์สตรีท พี่ท่านหนึ่งเขาพูดกับเราและมองเราด้วยสายตาที่บอกว่า เขาเชื่อมั่นในตู๋ จนทำให้เราเกิดกำลังใจ ในที่สุดตู๋ก็ทำได้ ล่าสุดตู๋ยังสามารถคว้าทุนการศึกษาของวอลล์สตรีทไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฮ่องกงได้ นี่ไงคะพลังของความเชื่อมั่น"

 นอกจากนี้พิธีกรและดีเจชื่อดัง "โมเม" นภัสสร บุรณศิริ ผู้มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดเต้น ยังบอกถึงความรู้สึกว่า เธอเชื่อว่าทุกคนสามารถไปถึงเป้าหมายได้ ถ้าพยายาม ตั้งใจ และรู้จักเชื่อมั่นในตัวเอง

 "รู้สึกประทับใจความเป็นคอมมูนิตี้ของวอลล์สตรีท หนุ่มสาวที่นี่สนใจเรียนรู้ที่จะเปิดโลกให้ตัวเอง ตอนแรกที่โมเม เห็นอาจารย์ฝรั่งมารำไทย รู้สึกตื่นเต้นนะ เพราะมันยากมาก แต่เขาให้ใจและพยายาม มันก็เลยออกมาดี...คราวหน้าขอฟ้อนเล็บนะคะ"

 ด้าน อ.สุพรรณี บุญเพ็ง ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการอีกคน ให้ความเห็นว่า

 "ทุกวันนี้คนไทยค่อนข้างลืมวัฒนธรรมตัวเอง การได้มาเห็นฝรั่งรำในวันนี้ อาจทำให้เขาได้ย้อนมองดูตัว ประทับใจมากที่เห็นครูฝรั่งมาฝึกรำไทย ขนาดเขาเป็นฝรั่งแท้ๆ เขายังพยายามทำตรงนี้จนได้"

 ฟังเสียงหนุ่มสาวที่รวมทีมเข้าประกวดแข่งขันแดนซ์บ้าง เริ่มจากทีมจากซีคอนสแควร์ วิรัตนาภรณ์ การดี และทิวรรก์ โทมาโง บอกว่า

 "เรานำฮิพฮอพมาแสดง เป็นการผสมท่า  King Touch ของอเมริกันกับท่ารำไทย สิ่งที่เรานำมาโชว์ก็คือสิ่งที่เราเชื่อ เชื่อที่จะเต้น เชื่อในสิ่งที่เรารัก เชื่อว่าเราต้องทำได้ ทุกคนต้องมีก้าวแรกเสมอ ถ้าคุณไม่ลองก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ"

 มาที่ทีมจากสาขาสยามสแควร์ พงศ์ระพี แก้วไทรฮะ สิทธิกร วิเศษจิตร และชยพันธ์ สินสุขไชย บอกว่า "พวกเราเจอกันใน Social Club ของวอลล์สตรีท เราชอบอะไรเหมือนๆ กัน และเจอกันในกิจกรรมเกี่ยวกับเต้นตลอด เลยมารวมทีมกัน พวกเราเชื่อว่าความพยายามเป็นจุดมุ่งหมายสู่ความสำเร็จ" 

 ขณะที่ทีมจากสาขาลาดพร้าว บอกว่า  "ถ้าเราไม่กล้า เราก็จะไม่รู้อะไรในมุมที่แตกต่างออกไป อยากให้ทุกคนหาตัวเองให้เจอ แล้วคุณจะสนุกกับมัน"

 ปิดท้ายงานด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินวง บุดดาเบลส อีกหนึ่งวงที่มีเอกลักษณ์ทั้งดนตรี เพลง และท่าเต้นที่ไม่เหมือนใคร สะท้อนความเชื่อในแบบของพวกเขาจนสร้างความฮือฮาและความสำเร็จในขั้นที่ต่างชาติต้องยอมรับ

 ถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าหลายคนคงมีความเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มมากขึ้นแล้วล่ะ