Kom Lifestyle

แพ@เพ

แพ@เพ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

แพ @ เพ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย..เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

แพ@เพ

 

                ยามเศรษฐกิจดี เงินก็สะพัด เจ้าของกิจการมีกำไร ลูกจ้างก็พลอยสบายไปด้วยถ้ามีกำไรเหลือแบ่ง จะโบนัสแบบฝรั่ง หรือแต๊ะเอียแบบจีน ก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าขาลง ลูกจ้างก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างไปจากนายจ้าง แถมบางคนเดือดร้อนขนาดเป็นหนี้เป็นสิน ก็ยิ่งลำบากเข้าไปอีก

                ว่ากันว่าฟองสบู่ใกล้จะเริ่มมาอีกรอบ ถ้าเอาไม่อยู่เมื่อไหร่ รอบนี้ก็สาหัสไม่แพ้รอบก่อน เพราะดูเหมือนผลกระทบส่วนหนึ่งก็ต้องแบกรับจากสถานการณ์ต่างประเทศด้วย ก็เราทำมาค้าขายกับต่างชาติด้วยนี่นา ท่องเที่ยวก็เป็นอีกภาคหนึ่งที่ทำรายได้เข้ารัฐไม่น้อยไปกว่าภาคอื่นๆ แถมตัวเลขติดอันดับต้นๆ ซะด้วย คิดไประหว่างเดินทางไปตามนัดหลังปรารภกับเพื่อน อยากไปหาที่นอนเล่นเงียบๆ ริมทะเล ปลอดผู้คน

                ท้ายสุดเพื่อนชวนไปนอนเล่นที่แพปลา ที่บอกต่อกันจากเพื่อนถึงเพื่อน แพปลาที่ว่าไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำ หรือเป็นบ่อเลี้ยงปลากลางไร่ แต่เป็นแพปลาในทะเล ที่ทำเป็นโฮมสเตย์ไปด้วยในตัว น่าสนใจขึ้นมาทันทีสำหรับฉัน ในวันที่บางกอกอากาศร้อนๆ ครึ้มๆ อ้าวๆ

                นัดหมายเจอกันที่ท่าเรือเทศบาลบ้านเพ ซึ่งจะอยู่เลยท่าเรือนวลทิพย์ และบขส.เพ จุดขึ้นรถลงเรือของคนที่จะเดินทางไปเกาะเสม็ดไปหน่อย พลพรรคทักทายพอหอมปากหอมคอ อ้อ... จอดรถที่นี่มีค่าจอดรถนิดหน่อย แต่สบายใจได้ว่ามีคนดูแล เป็นที่เป็นทาง แล้วก็ขนข้าวของไปกองปลายสะพานท่าเทียบเรือ ไม่นานนักเรือลำใหญ่พอจุคนและของได้จำนวนหนึ่ง ก็มารับไปขึ้นที่กระชังปลา ที่มองเห็นติดแนวเขื่อน

 

แพ@เพ

 

                จริงๆ กระชังปลาเหล่านั้นก็มีอยู่นานแล้ว จะขึ้นเรือไปเกาะเสม็ด ยังไงก็ต้องมองเห็น แต่ทำไมเราไม่เคยสังเกตมาก่อนนะ คิดไปคุยไปได้ไม่นาน ก็ถึงท่าเทียบเรือของกระชังปลา แล้วก็เฮโลขนข้าวของขึ้นไปศาลากลางกระชัง ที่พวกเราจะยึดเป็นสมบัติของกลุ่มชั่วคราว ฮา

                ป้าแม้น (สมหวัง)กับลุงชุบ เจ้าของกระชัง มาต้อนรับทักทายราวกับญาติมาเยี่ยม คงด้วยเพราะคุ้นเคยกับกลุ่มเพื่อนฉันพอควร เพราะว่างๆ ไม่รู้จะไปไหนก็หลบผู้คนมานอนเล่นกันที่นี่ ซึ่งข้าวปลาอาหารสั่งไว้ ทางกระชังก็จะจัดทำให้ หรือเราจะซื้ออาหารทะเลสดมาเอง หรือสั่งจากกระชัง แล้วมาปิ้งย่างกันเองก็ได้

                กระชังปลาที่เห็น แบ่งเป็นบ่อๆ เลี้ยงปลาแต่ละประเภท ขนาดใหญ่สุดเห็นจะเป็นปลาช่อนทะเล มีอยู่หลายสิบตัว ขนาดถ้าฉันตกลงไป มันมารุมตอดไม่นานก็เหลือแต่กระดูกได้ ดีที่มันไม่ใช่ปิรันย่า นอกนั้นมีฉลามประเภทที่เลี้ยงไว้บริโภค ปลากุดสลาด ปลากะพง ปลาเก๋า มีหมด รวมถึงหอยนางรม หอยเชลล์ ปูม้าก็ยังพอมีเป็นบางช่วง

                ส่วนบ้านพักก็เป็นหลังๆ ทาสีสันจี๊ดๆ แต่พวกฉันยึดศาลาใหญ่กลางแพเป็นแหล่งสันทนาการ ทั้งกิน ทั้งนอน แบบสบายใจ ข้างๆ ยังมีบ่อให้โดดน้ำเล่นด้วย แหะๆ แต่ฉันไม่กล้าแฮะ 

 

แพ@เพ

 

                สบโอกาสคุยกับลุงชุบ ถึงได้รู้ว่าก่อนมาทำกระชังปลาและโฮมสเตย์ ก็เคยทำงานในโรงแรมมาก่อน แต่พออายุเริ่มเยอะขึ้น เลยมองหาอาชีพอื่น เพราะไม่คิดจะเป็นลูกจ้างไปตลอด แถมช่วงเศรษฐกิจไม่สู้ดีเลยลาออก เอาเงินที่เก็บออมไว้มาลงทุนทำกระชังปลา ที่เขาเปิดสัมปทานที่พอดี ก็ไปขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า แรกๆ ก็ทำกระชังปลาไปก่อน พอหลังๆ ถึงได้ขยับขยายเปิดให้พักได้แบบโฮมสเตย์ด้วย

                ลุงชุบเล่าให้ฟัง ระหว่างขับเรือพาฉันมาส่งฝั่ง ทุกวันนี้สบายใจ ทำงานเป็นนายตัวเอง รายได้พออยู่ได้สบายๆ เพราะปลาที่เลี้ยงตอนนี้ก็เอามาส่งที่ฝั่งนี่แหละ 

                ยามเศรษฐกิจอยู่ในวังวนฟองสบู่แบบนี้ ฉันว่าหลายคนก็คงทบทวนตัวเอง และถ้าสักวันฟองสบู่เกิดแตกขึ้นมา การยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ก็ดูจะเจ็บตัวน้อยกว่าเพื่อน

                ติดต่อป้าแม้น-ลุงชุบ 08-6158-1037

.........................................
 

(แพ @ เพ : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม : โดย..เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง