Kom Lifestyle

รางวัล'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์'ครั้งที่3

รางวัล'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์'ครั้งที่3
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : อบอุ่นงานบุญ กับรางวัล 'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์' ครั้งที่ 3 : โดย...เด่น นาคร

                         เวลาช่างผ่านเร็ว ราวการขยับปีกของผีเสื้อ ให้ยกนิ้วขึ้นนับก็ 7 ขวบปีแล้วที่นิตยสารเรื่องสั้นเล่มหนึ่งถือกำเนิดขึ้น นับแต่ราหูอมจันทร์ Vol.1 กีตาร์ที่หายไป อวดโฉมเมื่อช่วงเมษายน-กรกฎาคม 2549 จวบกระทั่งเล่มล่าคือ ราหูอมจันทร์ Vol.11 หญิงสาวผู้นิยมอาบแดดบนหลังคา ตุลาคม-ธันวาคม 2555 ก็พอจะบ่งบอกได้ถึงที่ยืนของนิตยสารเรื่องสั้นในประเทศนี้ได้ระดับหนึ่ง

                         สิ่งที่ควบคู่มากับการจัดทำนิตยสารของกองทุนกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ก็คือการประกาศมอบรางวัลเรื่องสั้นยอดเยี่ยมและชมเชยให้กับเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในราหูอมจันทร์ ผ่านมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งที่ 3 เพิ่งประกาศมอบเมื่อวันที่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 ณ พิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิปะ ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งทางผู้จัดงานอย่างกองทุนกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ยังได้ร่วมมือกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และโรงเรียนพัทลุง จัดให้มีกิจกรรมทางวรรณกรรมรวมถึงศิลปวัฒนธรรมด้านอื่นอีกหลากหลาย 

                         เริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 8 โดยมีการเข้าค่ายอบรมนักเขียนเยาวชน ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนพัทลุงเกือบ 100 คน เปิดค่ายกันในภาคเช้า มี กนกวลี พจนปรณ์ ครูใหญ่โรงเรียนนักเขียน สังกัดสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาเบิกฤกษ์ ก่อนจะแนะนำกลวิธีการเขียนกับเด็กๆ โดยทั้งเล่าปากเปล่า ทั้งเล่าประกอบภาพผ่านโปรเจกเตอร์ ช่วยสร้างบรรยากาศยามเช้าให้คึกคักสนุกสนานได้อย่างดี

                         จากนั้นเป็นเวทีของคนรุ่นใหม่ และเป็นหนุ่มร้อนแห่งแวดวงวรรณกรรมทีเดียว เมื่อซีไรต์หนุ่ม 4 คน คือ วัชระ สัจจะสารสิน อุทิศ เหมะมูล จเด็จ กำจรเดช และ วิภาส ศรีทอง ขึ้นเวทีเดียวกัน บอกเล่าประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นในการอ่านเขียน มีเด็กๆ ตลอดถึงครูอาจารย์ นักเขียน นักดนตรี นักวาด ที่อยู่ในบริเวณบ้านนักเขียนรู้รับฟังกันอย่างมีสาระ โดยมีหนุ่มผิวเข้มคือ ดร.พิเชฐ แสงทอง เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งก็สร้างบรรยากาศการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง มีทั้งสาระและความเฮฮาเช่นเดียวกับบุคลิกของผู้ดำเนินการนั่นเอง

                         ส่วนภาคเที่ยงก็เป็นการแบ่งกลุ่มการเขียน โดยมีบรรดานักเขียนมาร่วมเป็นวิทยากรคับคั่ง ทั้งนักเขียนกลุ่มนาคร กลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ นักเขียนอิสระ อาทิ ประมวล มณีโรจน์ เกษม จันทร์ดำ วินัย สุกใส อัตถากร บำรุง กร ศิริวัฒโณ สมใจ สมคิด ขวัญยืน ลูกจันทร์ นฆ ปักษนาวิน เกริกศิษฏ์ พลมาตร เสน่ห์ วงษ์กำแหง ปรเมศวร์ กาแก้ว สมชาย บำรุงวงษ์ เป็นต้น

                         สำหรับงานมอบรางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 3 นั้น อยู่ในภาคเช้าของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเกิดของนักเขียนหนุ่มอันเป็นที่มาของรางวัล การมอบรางวัลให้นักเขียนในวันนี้จึงมีนัยแห่งการกำเนิดอีกครั้งของผู้สร้างสรรค์งานบนเส้นทางของการเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับเกียรติจาก สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ มาเป็นประธานมอบรางวัล ก่อนพิธีมอบรางวัล อ.ยุรฉัตร บุญสนิท กล่าวปาฐกถาว่าด้วยเรื่องวิทยานิพนธ์วรรณกรรม และการสอนของครูในเรื่องการอ่านที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่หลายประเด็น จากนั้น เจน สงสมพันธุ์ แม่งานใหญ่ กล่าวต้อนรับนักเขียนทุกคนที่มาร่วมสร้างบรรยากาศอันเสมือนงานบุญของคนวรรณกรรม และพูดถึงจุดประสงค์ของการมอบรางวัลว่า

                         “การประกาศมอบรางวัล ก็เพื่อเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ อุดมคติ และศรัทธาต่องานวรรณกรรมของนักเขียนหนุ่มคนหนึ่ง นั่นก็คือกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ...กนกพงศ์เป็นนักเขียนที่เป็นความหวังของวงวรรณกรรม และการที่เขาจากไปก่อนวัยอันควร ในฐานะพี่ชาย ผมจึงคิดว่าทำอย่างไรเราจึงจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์ผลงานวรรณต่อไป โดยเฉพาะงานเขียนที่ให้ความคิดที่ลึกซึ้ง เป็นสากล การให้มีรางวัลกนกพงศ์ฯ ด้านสำคัญอีกหนึ่งก็เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการอ่าน การเขียน ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับวรรณกรรม รวมไปถึงการสนับสนุนให้นักเขียนผลิตงานวรรณกรรมดี?ๆ สู่ผู้อ่านนั่นเอง”

                         จากนั้น  ผศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 3 ประกาศรายชื่อของนักเขียนทั้งหมดที่ผ่านชิง ซึ่งพิจารณาจากทั้งหมด 24 เรื่อง ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารราหูอมจันทร์ ตั้งแต่ Vol.9-Vol.11ปรากฏผลดังนี้คือ รางวัลเรื่องสั้นยอดเยี่ยม ได้แก่เรื่องสั้น “แมวพม่า” ของ อรรถพงษ์ ศักดิ์สงวนมนูญ รับเงินรางวัล 30,000 บาทพร้อมโล่ ส่วนรางวัลชมเชยมี 3 รางวัลคือ เรื่องสั้น “ความลับของหางม้า” ของ อนุสรณ์ มาราสา เรื่องสั้น “งานศพของลำน้ำ” ของ โกสินทร์ ขาวงาม และเรื่องสั้น “แล้วพบกันใหม่...ในประเทศไทย” ของ สาคร พูลสุข รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาทพร้อมโล่

                         อรรถพงษ์ ศักดิ์สงวนมนูญ กล่าวเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลังรับรางวัลว่า “ดีใจมากที่ได้รางวัลนี้ ไม่คิดว่าจะได้ ยิ่งช่วงนี้ผมไม่ได้สร้างงานเขียนออกมา จะเขียนแต่ละเรื่องนั้นก็ยาก รางวัลกนกพงศ์ฯ ที่ได้รับครั้งนี้ จะทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์งานเขียนต่อไป...”

                         ไพฑูรย์ ธัญญา พูดถึงรางวัลกนกพงศ์ฯ ครั้งนี้ว่า “ตามเจตนารมณ์ของกนกพงศ์ ที่มุ่งส่งเสริมนักเขียนรุ่นใหม่ จะเห็นว่านักเขียนที่ได้รางวัลกนกพงศ์ ส่วนใหญ่จะเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ที่กำลังทำงานเขียน เป็นดาวรุ่ง บางคนก็เป็นนักเขียนหน้าใหม่เลย อย่างปีนี้คนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมก็ถือว่าเป็นนักเขียนหนุ่มหน้าใหม่อยู่ แต่ฝีมือน่าจับตามาก”

                         และเสมือนเป็นธรรมเนียมของงานบุญวรรณกรรมของที่นี่ ที่ปิดท้ายในเวลาค่ำคืนด้วยมหรสพ ทั้งมโนราห์และคอนเสิร์ตเพื่อชีวิต ซึ่งมีทั้ง สุรชัย จันทิมาธร ที่ควงเอาตุ๊ก บราสลี่ กีตาร์บลูส์คนดังจากเมืองเชียงใหม่มาด้วย ประชัน จ๊อบ ทูดู ราชาเร็กเก้เมืองไทย วงใต้สวรรค์ และผองเพื่อนอีกหลายสิบวง ส่งท้ายงานบุญยันเกือบสว่างกันเลย...พบกันใหม่ งานมอบรางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 4 ครับ

 

 

--------------------

(อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : อบอุ่นงานบุญ กับรางวัล 'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์' ครั้งที่ 3 : โดย...เด่น นาคร)

 

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง