Kom Lifestyle

แต่ละนัดเตือนสติ'โต-ณิชศีล ตันติเวชกุล'

แต่ละนัดเตือนสติ'โต-ณิชศีล ตันติเวชกุล'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

แต่ละนัดเตือนสติ "โต-ณิชศีล ตันติเวชกุล" : เรื่อง... ชาญยุทธ ปะวะขัง ภาพ... สุกล เกิดในมงคล

          "คุณไม่สามารถเล็งที่เป้าแล้วใส่อารมณ์บ้าระห่ำเหมือนชกมวย หรืออาจจะทำได้ แต่ก็อาจจะโดนน็อกเหมือนปาเกียว..."
 
          แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว "ปืน" ได้แสดงพลังอำนาจชี้เป็นชี้ตาย และบางครั้งมนุษย์ก็ใช้มันแก้ปัญหาจนเลยเถิดกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่โตตามมา ทว่าในอีกมุมหนึ่งปืนกระบอกเดียวกันยังทำหน้าที่ต่างออกไปในทางสร้างสรรค์ เป็นเกมกีฬาท้าทายความสามารถ อย่างที่ข้าราชการหนุ่มนักวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจมหภาค สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) "โต" ณิชศีล ตันติเวชกุล บุตรชายหัวปีของ ดร.สุเมธ และคุณหญิงจินตนา ตันติเวชกุล กำลังซุ่มซ้อมความแม่น ด้วยเห็นประโยชน์ของอาวุธอันตรายเหนือกว่าการใช้ข่มขู่หรือเข่นฆ่ากัน !!
 
          แดดร่มลมตกของวันพักผ่อนสบายๆ หลังจากลุยงาน (หนัก) ที่ "สภาพัฒน์" คุณพ่อลูกอ่อนวัย 35 ปีในชุดลำลองกระฉับกระเฉงมีนัดกับก๊วนเพื่อนรุ่นพี่วชิราวุธวิทยาลัยที่เพิ่งฟอร์มทีมได้เกือบ 40 ชีวิตเป็นชมรมยิงปืนสมัครเล่น หอบอุปกรณ์สำหรับทดสอบฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นปืนสั้นอัตโนมัติคู่กาย ที่ครอบหูกันเสียงดัง กระเป๋าคาดเอวเก็บสัมภาระเล็กๆ น้อยๆ มุ่งสู่สนามยิงปืน ร.1 รอ. ริมถนนวิภาวดีรังสิต ย่านดินแดง (ส่วนลูกกระสุนไม่ต้องเพราะหาซื้อได้ที่นี่พร้อมสรรพ) วันนี้เป็นอีกครั้งในรอบหลายเดือนที่เจ้าตัวมีโอกาสได้ทำกิจกรรมโปรดยามว่างจึงรู้สึกตื่นตัวและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
 
          "แต่ละวันผมนั่งคิดพวกงบจีดีพี อย่างงบ 3.5 แสนล้านช่วยน้ำท่วม หรืองบพัฒนาอื่นๆ งานเยอะ ยิ่งเปลี่ยนรัฐบาลทีก็ต้องมาวางแผนกันใหม่ บางวันต้องอยู่ข้ามวันข้ามคืน เพื่อประเทศชาติก็ต้องทำให้ดีที่สุด จนบางครั้งเกิดความเครียดเลยต้องหากิจกรรมที่เราชอบ อย่างกีฬายิงปืนก็ชอบมากๆ นอกเหนือจากแข่งรถโกคาร์ท บาสเกตบอล หรือฟุตบอล เริ่มจากพ่อสอนให้ตั้งแต่ 7-8 ขวบ จากปืนอัดลม พอโตขึ้นอายุ 12 พ่อก็พาไปฝึกยิงที่สนามจริงเลย จากนั้นพอมีโอกาสไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ก็ได้ซ้อมมือบ้างแต่ไม่บ่อย จริงๆ ผมยิงปืนได้ทุกประเภท แต่ถนัดปืนอัตโนมัติลำกล้องเตี้ย เพราะลูกโม่ลำกล้องจะสูงกว่า ดังนั้น ถ้าหยิบลูกโม่ขึ้นมา ตามธรรมชาติผมต้องเห็นนกก่อน แต่ลูกโม่ไม่ใช่ ผมถูกสอนว่าให้เลือกปืนที่จับแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติที่สุด เป๊ะ พอดี เพราะมือคนไม่เท่ากัน" หนุ่มผู้รักกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีม เล่าจุดเริ่มต้นในการเข้าไปคลุกวงในกับอาวุธทรงอำนาจ
 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬายิงปืนยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งโตเองก็ยอมรับว่าก่อนจะมีทักษะตัวเองก็เหมือนเด็กทั่วไปที่อยากรู้อยากลอง แต่ความรู้สึกแรกที่มีโอกาสจับปืนจริงกลับไม่สนุกอย่างที่คิด ไม่ง่ายเหมือนปืนของเล่น เพราะทั้งหนัก แรง เหนี่ยวไกยาก และที่สำคัญเสียงดังจนแก้วหูแทบแตก 
 
          "พ่อให้จับ .38 เลย ซึ่งจริงๆ ผมควรเริ่มจาก .22 มันเลยตื่นเต้นมาก ความแรง เสียงดัง ระบบประสาทสัมผัสของเราทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น หรือแค่นาฬิกาจับเวลาก็ทำให้เราตื่นเต้นแล้ว คุณพ่อเขาก็เคยใช้ชีวิตในสนามรบมาเป็น 10 ปี สมัยคอมมิวนิสต์ เขาพยายามสอนให้ผมรู้จักวิธีป้องกันตัว ตอนเด็กๆ ช่วงดึกมีเสียงก๊อกแก๊กๆ ที่บ้าน ผมก็ถือร่ม น้องถือไม้กวาด แล้วไปดูว่ามันคือเสียงอะไร พ่อเลยบอกว่าทำแบบนั้นมันอันตราย ถ้าโจรมีปืนแย่เลยนะ สรุปแล้วคืนนั้นก็ไม่รู้ว่าเสียงอะไรอยู่ดี (ขำ)" โต เผยประสบการณ์น่าตื่นเต้นในวัยเด็ก
 
          เล่าพลางหยิบปืนคู่กายขึ้นมาทดสอบลำกล้องก่อนจะบรรจุกระสุนลงแมกกาซีนอย่างชำนาญฟ้องว่าผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนมาอย่างดี วันนี้เขาเลือกเป้าระยะ 20 และ 15 เมตรในการซ้อมมือ เมื่อกายพร้อมใจพร้อมภารกิจทดสอบความแม่นจึงเริ่มขึ้น ปัง! ปัง! ปัง! ดังสนั่นไปทั่ว ก่อนจะละมือแล้วหันมาบอกความตั้งใจในการจับปืนแต่ละครั้งว่า กิจกรรมนี้ทำให้มีสมาธิ ใจเย็น นิ่ง แล้วก็มีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลา
 
          "คุณไม่สามารถเล็งที่เป้าแล้วใส่อารมณ์บ้าระห่ำ เหมือนชกมวย หรืออาจจะทำได้ แต่ก็อาจจะโดนน็อกเหมือนปาเกียว ผมเคยต่อยมวยสากลสมัครเล่นมาก่อน แล้วเรื่องยิงปืนก็เป็นไปตามใบอนุญาตที่ขอมาคือเพื่อการป้องกันตัว เราต้องมีสติรู้ว่าในสถานการณ์อะไร ควรใช้ป้องกันยังไง ซึ่งบางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องใช้ปืนก็ได้ เช่น เจอโจรแทนที่คุณจะเอาปืนออกมายิงเลย ก็อาจจะใช้เปิดไฟฉายส่องไล่ก่อน หรือหาที่กำบัง พรางตัว ผมว่าอันนี้สำคัญกว่ายกปืนขึ้นมาเล็งตามอำเภอใจนะ
 
          เป้าหมายของผมเพื่อกีฬาและป้องกันตัวก็ส่วนหนึ่ง ภรรยาผม (หทัยรัตน์ ตันติเวชกุล) ก็ฝึกยิงด้วยจนได้เข็มการันตี จริงๆ ก็อยากไปแข่งไอพีเอสซี (รณยุทธ์) บ้าง ปีหนึ่งแข่งหลายสนาม แต่ใช้งบเยอะ ค่ากระสุนไม่ใช่น้อยๆ 200-300 นัดก็เกือบหมื่นแล้ว เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องมีตังค์ด้วย เลยเป็นกีฬาที่ค่อนข้างปิดกั้น แต่ก็มีเรื่องน่าสนใจผมเคยทำวิจัยพบว่าประเทศที่ประชาชนได้รับอนุญาตให้ใช้ปืนมาก อัตราการก่ออาชญากรรมก็จะลดน้อยลง เพราะโจรเริ่มคุ้นเคยกับการปีนเข้าบ้านแล้วไม่เจอะอะไร ถ้าวันหนึ่งปีนรั้วแล้วโดนส่องทุกบ้านคงเข็ดกันไปนาน ส่วนใหญ่โจรที่มีปืนมักไปปล้นแบงก์แต่ถ้าเป็นโจรงัดแงะตามบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปืน" มือปืนสมัครเล่น ให้ความเห็น
 
          อีกมุมมองส่วนตัวต่ออาวุธปืน เขายังเห็นด้วยว่า การพัฒนาอาวุธปืนไม่ควรเป็นเรื่องปิดกั้น อย่างเพื่อนบ้านฟิลิปปินส์มีอุตสาหกรรมปืนก้าวไกลมาก หรืออินเดียก็ต่อรถถังได้ เมืองไทยยังไม่มีการทำเชิงพาณิชย์ ด้วยอาจกังวลว่าผู้ครอบครองอาวุธปืนจะไปก่อเหตุด้วยปืนที่ถูกกฎหมายเหล่านี้ ทั้งๆ ที่ความจริงมิจฉาชีพใช้ปืนผิดกฎหมายทั้งนั้น คิดง่ายๆ ใครจะนำปืนกระบอกละ 8-9 หมื่นบาทไปปล้นร้านสะดวกซื้อ ทางออกคือหากภาครัฐดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ทั่วถึงก็ควรอนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนง่ายขึ้น 
 
          "แต่ใช่ว่าจะให้คุณพกไปไหนได้ตลอด ต้องรู้ว่ามันคืออาวุธอันตราย มีเพื่ออะไร อย่างแรกเลยขออนุญาตเพื่อไว้ใช้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ถ้านอกเหนือจากจุดประสงค์เหล่านี้ก็ไม่ควรใช้ หรือขอเพื่อการกีฬาก็ควรใช้กับสนาม จริงๆ เวลาที่ไปขออนุญาต เขาก็ต้องสัมภาษณ์ ทดสอบจิตวิทยา บกพร่องทางการตัดสินใจไหม แต่ก็มีเล็ดลอดเสมอ หรือผ่านเกณฑ์ทดสอบปกติ แต่พอกินเหล้าเข้าไปก็ขาดสติยั้งคิด ชักปืนออกมาใช้ง่ายๆ  คนจะมีปืนสักกระบอกต้องสนใจอะไรมากกว่านั้น อย่างผมได้มรดกตกทอดเป็นปืนของคุณย่า (ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล) ยี่ห้อ "Mauser-6.55" อายุ 100 กว่าปีมาก็ทำให้ผมต้องมานั่งศึกษา อ่านประวัติศาสตร์มาก ทำให้เห็นวิวัฒนาการของการสร้างปืน ความฉลาดของมนุษย์ ไม่ได้โผล่มาแค่สนามยิงอย่างเดียว" หนุ่มผู้มีชื่ออันแปลว่า "ผู้มีศีล" บอกถึงเส้นทางสายปืนที่เขาให้ความสนใจ
 
          นัดแล้วนัดเล่าเจาะทะลุเป้าจนพรุน ทั้งจุดสำคัญและพลาดไปบ้าง รวมๆ แล้วถือว่าฝีมือไม่ตก สมกับเป็นนักวางแผนในคราบนักแม่นปืนที่อยากเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก หากไม่ได้ทำงานในองค์การนาซ่าก็อยากมุ่งงานด้านการวิเคราะห์คำนวณที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ซึ่งลึกๆ เขามีคุณพ่อเป็นต้นแบบให้ดำเนินรอยตาม แม้บางครั้งจะรู้สึกกดดันบ้างด้วยความที่เป็นทายาทคนดังที่มีบทบาทระดับชาติ
 
          "ถ้าเราไม่อยากกดดันก็ต้องพยายามไม่ทำให้เขารู้ว่าเราเป็นลูก ดร.สุเมธ สิ (ขำ) เดี๋ยวนี้ทุกวันหยุดจะพยายามให้เวลากับครอบครัวกับลูกชาย ("น้องพรีโม่" ด.ช.เสฏฐวุฒิ ตันติเวชกุล) ก็มีซื้อที่ครอบหูเด็กเตรียมไว้ให้เขาด้วย เผื่อมีโอกาสพามายิงปืน คุณปู่เขาก็เคยบอกไว้รอสักพักได้ยิงแน่ ส่วนผมถ้ามีเวลาจะพยายามไปเรียนกับรุ่นพี่ที่เป็นครูฝึก เพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา" คุณพ่อยังหนุ่มและนิยมความท้าทาย ทิ้งท้าย
.......................................
(หมายเหตุ แต่ละนัดเตือนสติ "โต-ณิชศีล ตันติเวชกุล" :  เรื่อง... ชาญยุทธ ปะวะขัง  ภาพ...  สุกล เกิดในมงคล)

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง