Kom Lifestyle

'อภ.'คืนวัตถุดิบ'พาราเซตามอล'130ตัน

'อภ.'คืนวัตถุดิบ'พาราเซตามอล'130ตัน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

องค์การเภสัชกรรม เผยคืนวัตถุดิบ 'พาราเซตามอล' กว่า 130 ตัน เพื่อจบปัญหา ยกเลิกนัดตรวจคุณภาพ หวั่นคืนของไม่ได้ ด้าน 'หมอประดิษฐ' จี้แจงการจัดซื้อ

                         15 ก.พ. 56  ความคืบหน้าจากกรณีโรงงานเภสัชกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (รภท.ศอพท. ) ตรวจวิเคราะห์วัตถุดิบในการผลิตยาพาราเซตามอลให้กับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) หลายล็อตมีปัญหาต้องส่งเคลมบริษัท โดยปี 2554-2555 พบวัตถุดิบมีปัญหา 19 ล็อตจาก 2 บริษัท  แต่ อภ.ยืนยันว่า ไม่ได้นำวัตถุดิบที่มีปัญหามาผลิตยาขอให้ผู้บริโภคมั่นใจ ขณะเดียวกัน อภ.ได้สต๊อกวัตถุดิบกว่า 130 ตัน  ตั้งแต่ปี 2554 จน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ลงไปตรวจดูวัตถุดิบซึ่งส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่คลังสินค้าบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์คุณภาพกว่า 200 ถึง โดยนัดเปิดถังวัตถุดิบที่ อภ.ในเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.พ.

                         ล่าสุด นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แจ้งว่า วันนี้ไม่มีการเปิดวัตถุดิบที่ อภ. เพราะทาง อภ.ได้ตัดสินใจคืนของหมดแล้ว เพราะถ้าเปิดฝาถังแล้วจะคืนของไม่ได้ เพราะไม่ใช่ตรวจแค่ 1-2 ถัง แต่ตรวจเป็นจำนวนมาก

                         "ทั้งนี้ อย.คงต้องกำกับดูต่อว่าวัตถุดิบนั้นคืนแล้วหรือยัง คืนเมื่อไหร่ อย่างไร ทาง อย.คงต้องมอนิเตอร์ส่วนนี้ ขณะเดียวกันเราจะดูว่าในล็อตที่นำเข้ามาทั้งหมดมีการนำไปผลิตบ้างหรือเปล่า  ถ้ามีการนำไปผลิตเป็นยาแล้ว คงต้องตามไปดูในท้องตลาด ไปสุ่มมาตรวจดู"

                         ด้าน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกรณีคืนสต๊อกวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอล 130 ตัน ที่เก็บไว้ในโกดังสินค้าทั้งหมด ส่งคืนไปยังบริษัทเจ้าของวัตถุในประเทศจีน ว่า หลังจากปรากฎเป็นข่าว เรื่องวัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอล ขององค์การเภสัชกรรมที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมีปัญหา เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 12.00 น. ตนจึงได้ปรึกษาหารือกับทางบริษัทเจ้าของวัตถุดิบ โดยได้ขอตกลงร่วมกันว่าทางองค์การเภสัชกรรม จะส่งวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือทั้งหมดกว่า 130 ตัน คืนไปยังประเทศจีนทั้งหมด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ว่าจะไม่มีการนำวัตถุดิบที่สั่งมาเก็บสต๊อกไว้ ตั้งแต่ปี 2554 มาผลิตยาอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย จากทางบริษัทเจ้าของวัตถุดิบนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจากันอยู่ แต่รับรองได้ว่าทางเราจะไม่ยอมขาดทุน

                         นพ.วิทิต กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุผลที่มีการสั่งซื้อ วัตถุดิบผลิตยาพาราเซตามอลเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากว่าทางองค์การเภสัชกรรม มีแผนการณ์เปิดโรงงานผลิตยาขึ้นเอง ตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ภายหลังการเปิดโรงงานล่าช้ากว่าที่วางแผนการณ์เอาไว้ วัตถุดิบทั้งหมดที่ถูกสั่งเข้ามา จึงถูกเก็บไว้ในโกดังเก็บสินค้า เพื่อรอเวลาเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ ประมาณเดือน มี.ค. และจะได้นำวัตถุดิบเหล่านี้มาผลิตยา แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ก่อนที่จะมีการนำวัตถุดิบทั้งหมดเข้ามายังในประเทศ ทางองค์การเภสัชกรรม ได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่าง และนำไปตรวจวิเคราะห์ตามสูตรคำนวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลตรวจก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องเข้าใจว่า การสุ่มตรวจเป็นการเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ จึงไม่ใช่การตรวจคุณภาพแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

                         "ผมได้คุยกับทางบริษัทที่จำหน่ายวัตถุดิบว่าถ้าข่าวเล่นไม่หยุด ชาวบ้านก็กังวล ดังนั้นเพื่อคลายความกังวล ก็ขอคืนวัตถุดิบไปหมดเลย 130 กว่าตัน ซึ่งขณะนี้บริษัทเขาก็กำลังไปเคลียร์พื้นที่รับคืน ส่วนขั้นตอนการคืนนั้น ก็จะให้ อย.มาดูด้วยเพื่อให้เกิดความสบายใจ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ผลิตสักเม็ด จึงไม่เดือดร้อนอะไร แต่ถ้าคืนขณะกำลังผลิตอยู่เป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้แค่เตรียมจะผลิตเท่านั้นเอง และของไม่ได้เสียหาย" นพ.วิทิต กล่าว

                         สอดคล้องกับ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ. ) ที่กล่าวว่า ทาง อภ.ตัดสินใจคืนวัตถุดิบทั้งหมดแล้วเพื่อตัดปัญหาจะได้จบ ตรงนี้เป็นอำนาจของ ผอ.อภ.เพราะวงเงินไม่ถึง 100 ล้านบาท ทั้งนี้ก็ให้หลักการ อภ.ไปว่าเมื่อวัตถุดิบบางล็อตมีปัญหาประชาชนไม่เชื่อมั่นก็อย่าไปเสี่ยง ไปเสียดายเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวจะเข้าสูตรเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย 

                         “ทาง ผอ.อภ.ก็มาขอคำแนะนำเรื่องนี้ ผมก็ได้บอกไปว่าคืนได้ก็คืน มันจะได้จบเรื่อง  อะไรที่ไม่ควรเสี่ยงก็อย่าเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องมาเปิดดู เพราะถ้าหากเปิดถึงวัตถุดิบแล้วจะคืนลำบาก บริษัทอาจเกี่ยงงอนได้ ถ้าบริษัทไม่ได้อยู่ด้วย ผมก็บอกว่าอย่าไปทำเลย จบ” นพ.พิพัฒน์ กล่าว

                         ขณะที่ นพ.นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า ทาง อภ.ได้คืนวัตถุดิบในการผลิตยาพาราเซตามอลทั้งหมดแล้ว เนื่องจากหากมีการสุ่มตรวจทุกถังที่บรรจุวัตถุดิบ 100% ตรวจแล้วต้องผลิตเลย ดังนั้นคงไม่ไหว สต๊อกมี130 กว่าตัน ใช้เดือนละ 10 ตัน จึงบอกกับทาง อภ.ไปว่าถ้าคืนวัตถุดิบได้ก็คืนไปเพื่อความมั่นใจดีกว่า แล้วเอาเงินคืนมา เพราะต้องไปตรวจในโรงงานและในห้องปฏิบัติการ

                         “ถ้าตรวจทุกถัง ขนทุกถังมาผลิตเลยคงเสียเวลา เจอล็อตหนึ่งก็ไม่มีใครอยากใช้แล้ว  ดังนั้นตัดปัญหาคืนได้ก็คืนไป การที่ อภ.ตัดสินใจคืนวัตถุดิบ มันก็จบส่วนการผลิต เพราะผมไม่อยากให้ผลิตอะไรที่มีปัญหา แต่ว่าเรื่องที่ผมให้อธิบายว่าซื้อมาเมื่อไหร่ อย่างไร เอาเวลาให้ผมดู เวลาที่ซื้อเหมาะสมหรือไม่ ที่บอกว่าเตรียมการผลิตนั้นทำไมโรงงานเปิดช้า เพราะอะไร ยังต้องอธิบายอยู่  อภ.ก็ยังติดหนี้ผมเรื่องคำตอบอยู่ คนละเรื่องกับเรื่องยา ” นพ.ประดิษฐ กล่าว

                         เมื่อถามถึงมูลค่าวัตถุดิบที่ อภ.สต๊อกกว่า 130 ตัน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า น่าจะประมาณ 20 กว่าล้านบาท ไม่ได้เยอะ ถูกจะตายพาราเซตามอลเม็ดละไม่เท่าไหร่ซึ่งวัตถุดิบกว่า 130 ตันได้ให้ อภ.เรียกคืนมาหมดแล้ว  ต่อข้อถามว่า ถ้า อภ.จะซื้อวัตถุดิบจากบริษัทในประเทศจีนที่โรงงานเภสัชกรรมทหารเคยตรวจพบปัญหาจะต้องไปตรวจรับรองใหม่ใช่หรือไม่ นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ตนบอกให้เลิกไปเลย แล้วไปหารายใหม่ รับรองใหม่ แล้วให้ อย.อธิบายว่า วัตถุดิบเข้ามาได้อย่างไร เพราะไม่มีใครรู้เนื่องจากเข้ามา 3 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2553

                         ต่อข้อถามว่าเมื่อคืนวัตถุดิบแล้วไม่ต้องมีใครรับผิดชอบใช่หรือไม่ นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า อย่างเพิ่งใจร้อน ตนไม่ได้บอกว่าไม่มีใครรับผิดชอบ ให้ อภ.อธิบายก่อน ถ้าอธิบายแล้วสมเหตุผลก็ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ ถ้าอธิบายแล้วไม่สมเหตุผลมันก็ต้องมีคำตอบ อย่าเพิ่งไปบอกว่าคนนี้ผิดคนนั้นถูก ถ้าอธิบายสมเหตุผลก็จบ ไม่สมเหตุผลก็เดินหน้าต่อ ถามไปเรื่อย ๆ ทำไมต้องทำอย่างนั้น ใครรับผิดชอบใครสั่งการ

                         “คืนของไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะจบเรื่อง เพราะคำถามที่ผมถามไป อภ.ก็ต้องตอบ คือ ผมแก้ไขปัญหาไปส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้คนมาเสี่ยงกับเรื่องยา ส่วนวัตถุดิบที่คืนบริษัทไปนั้นได้สั่งการให้ทาง อย.ไปตรวจว่าห้ามนำกลับมาใช้อีก ส่วนจะทำลายทิ้งในประเทศไทยหรือเขาจะเอาคืนกลับประเทศจีนก็เป็นเรื่องของเขา” นพ.ประดิษฐ กล่าว

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

 

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง