Kom Lifestyle

โยคะพา'คุณแป๊บ'อยู่กับปัจจุบัน

โยคะพา'คุณแป๊บ'อยู่กับปัจจุบัน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โยคะพา'คุณแป๊บ'อยู่กับปัจจุบัน : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง / ศรีพร เหล่าวณิชยา : ภาพ / สุกล เกิดในมงคล

                "จากคนใจร้อน ก็กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น มีสมาธิมากขึ้น" เสียงยืนยันจากปากของคุณแม่วัย 37 ปี "คุณแป๊บ" ม.ล.ศศิภา สวัสดิวัตน์ โลว์ ที่เลือกบริหารสัดส่วนของตัวเองด้วย "โยคะ" มานานถึง 7 ปี แถมยืนยันเสียงดังฟังชัดว่า "ติดหนึบ" ชนิดที่...ไม่ว่าร่างกายจะเจ็บป่วยขนาดไหน ก็ต้องหาวิธีดัดแปลงเพื่อให้ตัวเองเล่นโยคะให้ได้อาทิตย์ละ 3-4 วัน

                เมื่อมีโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย การเล่นโยคะของเธอจึงอยู่ภายในบ้านย่านทองหล่อซอย 8 โดยเธอเลือกใช้บริเวณชั้นล่างของบ้าน ที่สามารถมองเห็นธรรมชาติได้โดยรอบ ถึงแม้จะมีสนามหญ้าใหญ่อยู่ภายนอก แต่เธอกลับเลือกเล่นใต้หลังคา ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นโรคแพ้แสงจึงไม่ชอบให้ผิวถูกกับแสงแดดมากนัก

                "ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ จำได้ว่าตอนนั้นออกไปวิ่งกับสามี ตอนประมาณ 21.00 น. อยู่ดีๆ เกิดวูบหน้ามืด ตกลงไปนอนอยู่ในท่อน้ำ สามีวิ่งๆ อยู่ก็แปลกใจว่าเราหายไปไหน มาเจอผู้หญิงสองคนยืนมองท่อน้ำ ประมาณว่าสงสัยว่าทำไมถึงมีผู้หญิงนอนอยู่ในนั้น สามีเดินมาดูก็ตกใจเพราะเป็นภรรยาตัวเองนอนอยู่ (หัวเราะ) โชคดีที่สามีตัวใหญ่อุ้มเราขึ้นมาได้ พอเช็กร่างกายถึงได้รู้ว่าตอนนั้นเป็นโรคความดันต่ำเลยทำให้เราวูบบ่อย จังหวะเดียวกับที่รู้จักสถานโยคะที่เปิดใกล้ๆ บ้านในสิงคโปร์เลยเริ่มไปเล่น เล่นได้ 2 เดือนก็ตั้งท้องลูกชาย จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการโดยหันมาเล่นโยคะสำหรับคนท้องแทน" คุณแป๊บเปิดฉากการพูดคุยถึงต้นสายปลายเหตุของการเริ่มต้นออกกำลังกาย

                จากเดิมแค่ต้องการออกกำลังเพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายเท่านั้น ทว่าหลังจากคลอดลูกมีอาการปวดหลังทำให้ตัดสินใจเดินหน้าเข้าคลาสเรียนโยคะต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้

                พอคลอดลูกก็มีอาการปวดหลังเพราะลูกตัวหนัก โชคดีที่มาเจอครูเจมส์ ซึ่งเขาเคยเป็นโค้ชยิมนาสติกที่สหรัฐอเมริกามาก่อน เขาเปิดสอนโยคะที่สิงคโปร์เป็นการสอนแบบอัษฎางค์ มาย ซอร์ (Ashtanga My Sore) คือ เป็นการเรียนโยคะร่วมกันหลายๆ ระดับประมาณ 20-30 คน ทั้งคนเริ่มต้นและคนเล่นเป็นแล้ว แต่ละคนจะเล่นท่าต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าใครอยู่ระดับไหน ซึ่งจะมีครูคอยเดินมาสอนและแนะนำว่าควรจะเล่นอย่างไร เพราะท่าหนึ่งไม่ใช่ว่าจะทำได้ทันที ต้องจำท่าให้ได้ไม่อย่างนั้นก็ต่อท่าอื่นไม่ได้ เลยรู้สึกว่าการเล่นโยคะแบบนี้ ทำให้เรามีสมาธิมากกว่าโยคะที่สอนทั่วๆ ไป เหมือนเป็นแรงกระตุ้นเราอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อเห็นคนอื่นๆ เขาทำท่าใหม่ๆ ได้ แต่หลักสำคัญอยู่ที่การหายใจเข้าและออกที่ถูกต้อง และตรงกับท่าที่ทำมากกว่า" คุณแม่ลูกหนึ่ง อธิบาย

                เมื่อเป็นการปรับสมดุลร่างกายให้เข้าที่ โรคความดันต่ำที่เคยเผชิญก็โบกมือลาไปโดยปริยาย ทั้งยังทำให้ประจำเดือนมาปกติ ไม่มีอาการปวดท้อง และนอนหลับสบาย แตกต่างจากก่อนเล่นโยคะอย่างเห็นได้ชัด คุณแป๊บเล่าด้วยว่า เคยห่างการเล่นโยคะประมาณ 1 อาทิตย์เพราะไปเที่ยวต่างประเทศกับลูกผล คือ นอนไม่หลับเหมือนร่างกายใช้พลังงานไม่หมด แม้จะเดินเที่ยวมากขนาดไหนก็ตาม

                "แป๊บจะไม่เล่นโยคะวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะสองวันนี้จะใช้เวลาอยู่กับลูก ส่วนมากจะเล่นช่วงเช้าก่อนทานอาหารกลางวัน เพราะก่อนเล่นจะไม่ทานอาหารและดื่มน้ำ เวลาเล่นก็จะไม่เปิดแอร์ เพื่อเราจะได้หายใจรับอากาศธรรมชาติบริสุทธิ์แท้ๆ เข้าไปในปอด แต่ถ้ากลับไปประเทศสิงคโปร์ก็จะไปเรียนกับครูเจมส์เหมือนเดิม ตอนนี้เรียนมา 5 ปีแล้วก็ยังไม่จบสักที" ลูกสาวคนโตของ คุณพ่อ ม.ร.ว.ชิษณุสรร และ คุณแม่ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ เล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา

                เพื่อโชว์ให้เราเห็นว่าการเล่นโยคะของเธอ ไม่ได้มีอุปกรณ์อะไรมากมาย หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อย เธอหยิบแผ่นรองเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงบนพื้น ปูทับด้วยผ้าสีอ่อนเนื้อหนาเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก่อนเล่นทุกครั้งเธอบอกต้องไหว้ครู และเริ่มต้นด้วยท่าพระอาทิตย์เพื่อเป็นการวอร์มร่างกาย ก่อนจะถึงเวลายืดเส้นยืดสายในท่าทางต่างๆ ที่กะเกณฑ์ด้วยสายตาของเราแล้ว ฟันธงได้เลยว่า แต่ละท่าที่เธอทำนั้น ต้องอาศัยความอ่อนของลำตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนเป็นอย่างมาก

                หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที คือ เวลาที่เธอใช้ไปกับการปรับสมดุลในร่างกาย และสิ่งที่ได้รับกลับมา คือ กล้ามเนื้อกระชับขึ้น หน้าอกไม่หย่อนคล้อย บริเวณหน้าท้องสามารถเห็นกล้ามเนื้อ 2 ลูกได้อย่างชัดเจน ซึ่งทุกอย่างเป็นผลพลอยได้จากการเล่นโยคะแทบทั้งสิ้น นี่เองที่ทำให้เธอยืนยันว่า ถึงอย่างไรก็จะไม่ยอมเลิกเล่นโยคะอย่างแน่นอน

                "ทุกวันนี้ยังสามารถอุ้มลูกชายน้ำหนัก 23 กิโลกรัม ขึ้นบันไดบ้านโดยไม่รู้สึกล้าแขนเลย ยังเคยคิดเล่นๆ เลยว่าถ้าเราไม่ได้เล่นโยคะลูกน้ำหนัก 23 กิโลกรัมแบบนี้ จะสามารถอุ้มเขาขึ้นไปชั้นสอง โดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือล้าแขนได้หรือเปล่า ยิ่งตอนที่แป๊บผ่าตัดเข่าแล้วร่างกายฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติ ยิ่งทำให้เรารู้สึกปลื้มกับการเล่นโยคะมากขึ้นกว่าเดิม 

                โยคะเป็นการบริหารสมองและฝึกสมาธิ โดยเฉพาะการหายใจเข้าออก ทำให้เราต้องจดจ่ออยู่กับมันตลอดเวลาที่เล่น เป็นการบอกให้เรารู้ว่าต้องอยู่กับปัจจุบัน เป็นธรรมะที่บอกเราว่าต้องมีสติ รู้ตัวว่าขณะนี้กำลังทำอะไร ถ้าระหว่างเล่นเราไม่มีสติอาจจะทำผิดท่าได้ ถือเป็นการฝึกตัวเองอย่างหนึ่ง ที่สำคัญเป็นการฝึกความอดทน เพราะบางท่าไม่ได้ทำได้ภายในครั้งเดียว ต้องฝึกฝนพยายามที่จะเอาชนะสิ่งเหล่านั้นให้ได้" คุณแป๊บ ให้ข้อคิด

                แม้ตอนนี้เวลาทั้งหมดจะทุ่มเทให้กับลูกชายเกือบ 24 ชั่วโมง พร้อมๆ กับแบ่งเวลาไปช่วยเหลืองานโรงเรียนบางกอกพัฒนาในฐานะเหรัญญิกด้วย แต่ก่อนหน้านี้เธอเคยจรดปากกาออกพ็อกเก็ตบุ๊กเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมาแล้วถึง 2 เล่มด้วยกัน คือ คู่มือแม่ลูกอ่อน และลูกเก่งดีได้อย่างไร ซึ่งอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกของตัวเอง เป็นแม่แบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นตัวอักษร เพื่อเป็นแนวทางให้คุณแม่ยุคใหม่ได้ศึกษา

                "แป๊บว่าการเล่นโยคะทำให้เราแอ็กทีฟมากขึ้น จากเดิมที่เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ อยู่แล้ว เห็นชัดเลยว่าเราจะไม่รู้สึกเหนื่อยกับทุกสิ่งที่เราได้ลงมือทำ รู้ตัวเลยว่าเป็นคนใจเย็นลง ทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น ไม่กดดันตัวเอง การเล่นโยคะไม่ได้หมายความว่าเราจะเล่นได้ดีทุกวัน ฝึกให้เรายอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ เป็นการเอาชนะตัวเองอย่างหนึ่ง วันไหนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ถ้าได้เล่นโยคะจะหายทันทีเหมือนเราได้ผ่อนคลาย แล้วเราจะไม่รู้สึกคาดหวังว่าต้องทำให้ได้ จุดนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น" นักเขียนคนเก่ง เอ่ยก่อนจะขอตัวไปวาดลีลาตัวอ่อนอย่างจริงจังอีกครั้ง

 

 ...................................................

(โยคะพา'คุณแป๊บ'อยู่กับปัจจุบัน : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง / ศรีพร เหล่าวณิชยา  : ภาพ / สุกล เกิดในมงคล)

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง