
ข่าวรอง ตปท. 13 นิ้ว กรอบ 5-20 ม.ค./เฉิน สุย เปี่ยนออกบันทึกความทรงจำในคุก
20 ม.ค. 2552
ข่าวรอง ตปท. 13 นิ้ว กรอบ 5-20 ม.ค./เฉิน สุย เปี่ยนออกบันทึกความทรงจำในคุก
ไทเป-อดีตผู้นำไต้หวันเขียนไดอารี่บอกเล่าความทรงจำช่วงที่ติดคุก วางแผงวันเดียวกับที่ขึ้นให้ปากคำในคดีคอรัปชั่นที่ทำให้ต้องไปเข้านอนซังเต
นายเฉิน สุย เปี่ยน อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน ซึ่งเคยติดคุกมานานกว่า 2 เดือน ระหว่างรอดำเนินคดีข้อหาคอรัปชั่น ได้ตีพิมพ์บันทึกประจำวัน หรือไดอารี่ ที่เขียนขึ้นระหว่างอยู่ในห้องขังออกวางจำหน่ายเมื่อวันจันทร์ (19 ม.ค.) วันเดียวที่เจ้าตัวมาให้ปากคำต่อศาลในคดีรับสินบน และฟอกเงินเป็นครั้งแรก ซึ่งอดีตผู้นำไต้หวันได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แบบเดียวกับที่เขียนเอาไว้ในไดอารี่ ทั้งยังกล่าวด้วยว่า ที่ตัวเองและครอบครัวถูกฟ้องร้องเป็นเรื่องการเมือง
ไดอารี่เล่มนี้ ชื่อว่า "ไต้หวันส์ ครอส" มีความหนา 246 หน้า นอกเหนือจากเรื่องแก้ต่างให้ตัวเองแล้ว ยังมีเนื้อหาพูดถึงสมัยที่เฉินเป็นนักศึกษาด้วย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นการรณรงค์ปกป้องอธิปไตยของไต้หวันจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กินเวลายาวนานชั่วชีวิต ส่วนคำนำของหนังสือเล่มนี้เขียนโดย นายหลี่ ฮุง สือ ที่ปรึกษาของนายเฉิน ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยไต้หวัน
"สำหรับคนที่สนับสนุนนายเฉินมานาน การอ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้พวกเขาเชื่อว่า การสนับสนุนของพวกเขาถูกแล้ว แต่สำหรับคนที่ทอดทิ้งอาเปี่ยน (ชื่อเล่นของประธานาธิบดีเฉิน) นี่จะเป็นโอกาสรับฟังการแก้ตัวครั้งสุดท้ายของเขา" นายลีกล่าว
นายเฉิน วัย 57 ปี ถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงกรุงไทเปในสภาพใส่กุญแจมือ ท่ามกลางการอารักขาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ซึ่งระหว่างที่ให้ปากคำ นายเฉินได้กล่าวหาประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว จากพรรคก๊กมินตั๋ง ผู้มีนโยบายเป็นมิตรกับรัฐบาลจีนว่าดำเนินการตามล่าตัวเองเหมือนการล่าแม่มด
ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีเฉิน และนางอู๋ ซู เฉิน ภรรยา ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินกองทุนภาครัฐไป 104 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และรับสินบนในการจัดซื้อที่ดินแห่งหนึ่งเป็นเงินประมาณ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่งเงินไปเข้าบัญชีธนาคารสวิส
หลังจากที่ขึ้นให้การเสร็จ ผู้พิพากษาสั่งให้ส่งตัวนายเฉินกลับไปยังศูนย์ควบคุมตัวที่เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ส่วนกำหนดการสอบปากคำครั้งต่อไปถูกเลื่อนจากวันพุธนี้ไปเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เนื่องจากทนายความของเฉินต้องการเวลาเตรียมการนานกว่านี้ ขณะที่กำหนดการพิจารณาคดีในชั้นศาลครั้งแรกนั้นยังไม่ได้กำหนด



