Kom Lifestyle

เดินเท้า 'เขาหลวง สู่เมืองหลวง'

เดินเท้า 'เขาหลวง สู่เมืองหลวง'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เดินเท้า 'เขาหลวง สู่เมืองหลวง' ดึง'พลังชุมชนขจัดยาเสพติด' : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

                วันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ คณะเดินเท้าจาก"เขาหลวงถึงกรุงเทพเมืองหลวง" ระยะทาง 800 กิโลเมตร นำโดย เฉลิม  กาญจนพิทักษ์  วัย 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเก้ากอ หมู่ 1 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และชาวบ้านกว่า 40 ชีวิต เดินเท้าฝ่าความร้อน ความหนาว ผ่าน 9 จังหวัด นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร  ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร บอกเล่าเรื่องราวปัญหายาเสพติด รูปแบบ วิธีการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจะถึงเป้าหมายทำเนียบรัฐบาล พวกเขามีความตั้งใจว่า จะขอเข้าพบ "ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหายาเสพติดและเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญ เพิ่มมาตรการเอาจริงกับการแก้ปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างจริงจังต่อเนื่อง เป็นการสร้างเครือข่ายต่อต้านยาเสพติดทั่วประเทศทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ เพื่อขจัดสิ้นยาเสพติดให้หมดไปจากแผ่นดินไทย

               ผู้ใหญ่เฉลิมเป็น 1 ใน 22 ที่ได้รับรางวัล "ข้าราชการไทยใจสีขาว" ที่มีความพยายามแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด ประกาศตนเป็นศัตรูกับผู้ค้า และผู้เสพยาเสพติดมาตลอดเวลา 15 ปี ริเริ่ม "หมู่บ้านประชาธิปไตย ต้านภัยยาเสพติด" ให้ทุกคนในสังคม ประเทศชาติ หันมาให้ความสำคัญและร่วมต่อสู้เอาชนะปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ทุกจังหวัดที่เดินเท้าผ่าน ผู้ใหญ่เฉลิม จะล้อมวงคุยกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และเยาวชน ในแต่ละพื้นที่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวปัญหายาเสพติด รูปแบบ วิธีการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดที่เขาเคยทำที่หมู่บ้าน

               "จากข้อมูลการจับกุม 10 คดี เมื่อปีที่แล้ว 5 คดี มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องและ 3 คดีเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยอีก 2 เป็นกระทรวงอื่นๆ ที่เหลือเป็นภาคเอกชนแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวกับการค้ายาครึ่งต่อหนึ่ง นี่คือสิ่งที่อันตรายมากที่นายกรัฐมนตรีต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน พวกเราตั้งใจว่า อยากจะขอเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี เพื่อบอกกล่าวปัญหายาเสพติดว่า ทุกจังหวัดที่ผ่านมาร้อยละ 80-90 เยาวชนลูกหลานเราติดยาเสพติดด้วยกันทั้งสิ้น แต่ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะได้มีโอกาสเข้าพบนำเสนอข้อมูลหรือไม่ เพราะเท่าที่มีการประสานขอเข้าพบยังไม่มีการตอบรับจากนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด" ผู้ใหญ่เฉลิม กล่าว

               ผู้ใหญ่เฉลิม อธิบายว่า ปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องให้ผู้นำประเทศเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน สร้างความศรัทธาเชื่อมั่นให้ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ไขอย่างเข้มงวด เพราะที่ผ่านมา แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามแก้ไขการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพียงใด ทว่าผู้ค้าก็จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ คิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อหาช่องการทางหลบเลี่ยงมาตรการของรัฐอยู่ตลอดเวลา ทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่รู้จักจบสิ้น  

               "การสร้างสำนึกรู้ถึงพิษภัยยาเสพติด" ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคือหัวใจสำคัญยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ครอบครัว ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ หน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรงและหรือทางอ้อม จนไปถึงนโยบายของรัฐบาล" ผู้ใหญ่เฉลิม กล่าว

               "เจี้ยบ" ประภาพร ปิยะพิสุทธิศักดิ์  อดีตบัณฑิตม.รามคำแหง วัย 41 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวลูก 3 ทิ้งรายได้ขายไก่ทอดวันละ 20 กิโลและข้าวเหนียววันละ 10 กิโลพาลูกชาย อัจฉพัฒน์ วัย 14  อัจฉรียา วัย 11 อัจฉราพร วัย 8 ปี ร่วมเดินเท้าในครั้งนี้อย่างไม่กังวลกับการเรียนของเด็กๆ นัก เพราะการเรียนแบบโฮมสคูลนั้นเน้นการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียนและเน้นทักษะชีวิต ให้เป็นคนดีของสังคม และเลี้ยงตัวเองได้ ที่สำคัญต้องการสร้างสังคมที่ปลอดยาเสพติดให้ลูกๆ ในอนาคต เพราะทุกวันนี้เด็กๆ กว่า 80% ติดยา

               ขณะที่ "ลุงนับ  สพานทอง" วัย 75 ปี ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินแม้แต่น้อย เพราะเป็นนักวิ่งมาราธอน ได้เหรียญรางวัลมาหลายเวที ประกอบกับเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ชอบช่วยงานสังคมอยู่แล้ว และเห็นภัยของเยาวชนที่ติดยามานักต่อนัก จึงไม่ลังเลที่จะร่วมขบวนการเดินเท้าขจัดยาเสพติดในครั้งนี้

               ส่วน "โสภณ  มีมาก" วัย 52 ปี ทั้งๆ ที่ร่างกายไม่สมบูรณ์เพราะประสบอุบัติเหตุ แต่หาได้เป็นภาระในการเดินเท้าครั้งนี้ไม่ เพราะเห็นหลานๆ ติดยาแล้วเสียอนาคต อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากแผ่นดิน แม้ร่างกายไม่เป็นใจ ทว่า "โสภณ" หาได้ยอมแพ้ ผู้ใหญ่บ้านหัวใจสิงห์อย่าง พษิน บุบผัน วัย 50 สมบัติ สุวรรณคต วัย  58 และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอย่าง จด ใจห้าว วัย 62  และ ภูเมฆ ลักษณะปิยะ วัย 36 อย่างใดไม่

               ได้แต่หวังว่าการเดินเท้าของ ชาวบ้านทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ที่ล้วนแต่มีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำจากยาเสพติดทั้งสิ้นในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากรัฐบาล

 

 ..............................................

( เดินเท้า 'เขาหลวง สู่เมืองหลวง' ดึง'พลังชุมชนขจัดยาเสพติด' : โดย...หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ)

               

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง